Kom Lifestyle

'เห็ดหลินจือ'มีสารยับยั้งเซลล์มะเร็ง

'เห็ดหลินจือ'มีสารยับยั้งเซลล์มะเร็ง
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ผลวิจัยเห็ดหลินจือมีสารยับยั้งเซลล์มะเร็ง กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ แนะวิธีใช้ฝานดอกบาง ๆ 2-3ชิ้น ต้มน้ำดื่มทุกวันไม่อันตราย

               วันที่ 4 ก.พ. 2556 นพ.สมชัย  นิจพานิช  อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า  องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) และสมาคมต่อต้านมะเร็งสากล (International Union Against Cancer: UICC)กำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันมะเร็งโลก โดยที่ผ่านมากรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก  ร่วมกับ  11  ภาคีดำเนินการศึกษาวิจัยเห็ดหลินจือและสปอร์เห็ดหลินจือในประเทศไทยที่มีผลต่อการต้านมะเร็ง

               ผลการศึกษา พบว่าเห็ดหลินจือมีสารสำคัญเป็นสารกลุ่มโพลีแซ็กคาไรด์  มีฤทธิ์เสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยให้จิตสงบ  เป็นยาระบายอ่อน ๆ  และสารกลุ่มไทรเทอร์ปีน เป็นสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง พบมากในส่วนสปอร์ และสปอร์ที่กะเทาะผนังหุ้มมีสารสำคัญและฤทธิ์ทางยาดีกว่าสปอร์ที่ไม่กะเทาะผนังหุ้มหลายเท่า  อีกทั้ง ยังพบว่าสารสกัดดอกเห็ดและสปอร์มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี  ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ปกติที่ไม่ใช่มะเร็ง

               ส่วนการศึกษาฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งของสารสกัดเห็ดหลินจือและสปอร์เห็ดหลินจือในหลอดทดลองทำให้เซลล์มะเร็งตายได้นั้น   ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลการวิจัยทางคลินิกถึงประสิทธิผลของเห็ดหลินจือ และสปอร์เห็ดหลินจือในผู้ป่วยโรคมะเร็ง  โดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  คาดว่าผลการวิจัยจะเสร็จสิ้น เร็ว ๆ นี้  นอกจากนี้  มีรายงานการวิจัยในประเทศจีนพบว่า การศึกษาทางคลินิกของเห็ดหลินจือมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยมะเร็งปอด  มะเร็งลำไส้ใหญ่  และผู้ป่วยมะเร็งขั้นลุกลาม  มีความเป็นพิษต่ำมาก และมีความปลอดภัยในการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

               นพ.สมชัย กล่าวอีกว่า สำหรับการใช้เห็ดหลินจือกับผู้ป่วยโรคมะเร็งในประเทศไทย  เน้นด้านการส่งเสริมสุขภาพเป็นหลัก เช่น การใช้เห็ดหลินจือต้มดื่มแทนน้ำ  ประชาชนสามารถทำได้เอง โดยวิธีต้มง่าย ๆ ใช้ดอกเห็ดหลินจือฝานบาง ๆประมาณ 2-3 ชิ้น ต้มในน้ำเดือดนาน 10-15 นาที ใช้ดื่มแทนน้ำได้ตลอดเวลา ให้มีรสขมบ้างเล็กน้อย  สรรพคุณช่วยให้สดชื่น  เสริมภูมิต้านทาน  ไม่เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

               "ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือที่ผลิตภายในประเทศ และที่นำเข้าจากต่างประเทศ ในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงระบบขายตรง ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือ ผู้บริโภคควรมีหลักการในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากแหล่งการผลิตและการแปรรูปที่ได้มาตรฐาน เช่น มีฉลากกำกับและบอกถึงส่วนประกอบและปริมาณของผลิตภัณฑ์  รูปแบบของบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุสามารถกันความชื้นได้ดี   ผ่านการรับรองและการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  ซึ่งสามารถดูข้อมูล ยาเห็ดหลินจือและสปอร์เห็ดหลินจือที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับอย. ได้ที่ www.fda.moph.go.th" นพ.สมชัยกล่าว
 

คนไทยแนวโน้มป่วยโรคมะเร็งลำไส้สูงขึ้น

              ขณะเดียวกันที่โรงแรมรามาการ์เดน นพ.วิชัย  เทียนถาวร  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข (ผช.รมว.สธ.) เป็นประธานเปิดงานวันมะเร็งโลก จัดโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และสมาคมโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย

              นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กล่าวว่า สถานการณ์โรคมะเร็งในไทย พบว่า โรคมะเร็งลำไส้มีแนวโน้มที่สูงขึ้น โดยพบว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ที่ป่วยมะเร็งลำไส้ทั้งในชาย และหญิง อยู่ที่ร้อยละ 10 ซึ่งสาเหตุมาจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิตของคนเมือง ที่มักไม่ค่อยออกกำลังกาย นิยมรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะอาหารประเภทปิ้ง ย่าง ที่ไหม้เกรียม รับประทานผักน้อย ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้ทั้งสิ้น
    
              นพ.ภัทรพงศ์ พรโสภณ อายุรแพทย์โรคเลือด และมะเร็งวิทยา กลุ่มงานเคมีบำบัด สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อในเรื่องของโรคมะเร็งที่ไม่ถูกต้อง เช่น บางคนเชื่อว่าการรับประทานผักเยอะๆ จะไม่ทำให้เซลล์มะเร็งโต ถือว่าเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะหากไม่รับประทานเนื้อสัตว์เลยอาจจะทำให้เกิดโรคโลหิตจางขึ้นมาด้วย ขณะเดียวกันการรับประทานเนื้อสัตว์ก็ควรระวัง ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ประเภทปิ้ง ย่างจนเกรียมเพราะไขมันในสัตว์ที่ถูกไหม้จนเกรียมจะทำให้เกิดสารก่อมมะเร็งได้
    
              "ความเชื่ออีกเรื่องที่พบมากคือ ในเรื่องการใช้สมุนไพรรักษามะเร็ง ไม่ได้ต่อต้านเรื่องนี้ แต่หากผู้ป่วยรายใดจะใช้ อยากขอแนะนำให้ศึกษาอย่างละเอียด รวมถึงดูว่ามีงานวิจัยรองรับด้วยหรือไม่ เพราะสมุนไพรบางชนิดแม้ว่าจะมีสรรพคุณในการเพิ่มภูมิต้านทานโรค เช่น เห็ดหลินจือ หญ้าปักกิ่ง แต่เมื่อมีการนำไปใช้ร่วมกับการรักษาทางเคมีอาจจะส่งผลเสียต่อผู้ป่วยได้ โดยจะทำให้จำนวนเม็ดเลือดขาวในผู้ป่วยต่ำ และไม่สามารถให้ยาในการรักษาได้"นพ.ภัทรพงศ์กล่าว 


 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง