Kom Lifestyle

'ศิษย์เก่าอัสสัมชัญ'ขีดเส้นตั้งกก.สอบ

'ศิษย์เก่าอัสสัมชัญ'ขีดเส้นตั้งกก.สอบ
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ศิษย์เก่า ขีดเส้น 1 สัปดาห์ ตั้ง กก.สอบปัญหาอัสสัมชัญชุดใหม่ เน้น ภราดาอานันท์ อดีต ผอ.พร้อมกำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจน

               ภายหลังจากภราดาศิริชัย ฟอนซีกา ประธานมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีปัญหาในโรงเรียนอัสสัมชัญ เมื่อวันที่ 30 มกราคม ซึ่งคณะกรรมการประกอบด้วย พล.อ.อัครเดช ศศิประภา ประธานกรรมการ (นายกสมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล) นายสนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการ (นายกสมาพันธ์สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนในเครือมูลนิธิเซนต์คาเบรียล) นายดุละดิลก ดุละลัมพะ (เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าสถาบันในเครือมูลนิธิเซนต์คาเบรียล) นายส่องแสง ปทะวานิช (นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี) นายปาพจน์ วิณิชยกุล (นิติกรชำนาญการ สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ) และนายจิรันดร์ สุวรรณประดับ (ทนายความอิสระ) เป็นกรรมการ ดร.ชวลิต หมื่นนุช (รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ) เป็นกรรมการและเลขานุการ และนายวีรศักดิ์ อนุสนธิวงษ์ (อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ) เป็นผู้ช่วยเลขานุการนั้น
 
               ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นายศุภโชค โฆษวงศ์ ผู้แทนศิษย์เก่าในฐานะประธานกลุ่มกู้อัสสัมชัญ กล่าวว่า ในนามเครือข่ายครูและศิษย์เก่ากู้วิกฤติอัสสัมชัญได้เข้ายื่นหนังสือคัดค้านการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อภราดาศิริชัย เนื่องจากไม่ได้มีการกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวนให้สอบสวนความผิดของภราดาอานันท์ ปรีชาวุฒิ ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ    และไม่มีตัวแทนของคณะครู และตัวแทนศิษย์เก่าตามข้อสรุปที่ได้มีการประชุมหารือ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 

               นายศุภโชคกล่าวว่า การประชุมร่วมกันครั้งนั้นได้ตกลงกันว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดของภราดาอานันท์ ประกอบด้วยตัวแทนของคณะครู ตัวแทนศิษย์เก่าและเจ้าหน้าที่นิติกรของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โดยหนังสือคัดค้านที่ยื่นไปได้ขอให้มูลนิธิกำหนดอำนาจ หน้าที่ รวมทั้งเพิ่มจำนวนคณะกรรมการและกำหนดระยะเวลาสอบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบสวนให้ชัดเจน โดยเพิ่มจำนวนคณะกรรมการสอบสวนให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทั้งผู้ร้องเรียนและผู้ถูกร้องเรียนมากขึ้น โดยลดจำนวนกรรมการที่เป็นนิติกรจาก สช.จาก 2 คน เหลือเพียง 1 คน เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน และเพิ่มกรรมการโดยให้นายกสมาคมอัสสัมชัญ นายกสมาคมครูและผู้ปกครองโรงเรียนอัสสัมชัญ รวมทั้งสื่อมวลชนเข้าไปนั่งเป็นกรรมการสอบสวนด้วย

               "คณะกรรมการสอบสวนที่ตั้งขึ้นมาก็เพื่อตรวจสอบปัญหาของโรงเรียน   จริงๆ แล้วโรงเรียนไม่ได้มีปัญหาใดๆ เลย แต่ปัญหาอยู่ที่การทำงานของผู้บริหารโรงเรียน ดังนั้น จึงอยากให้คณะกรรมการสอบสวนการทำหน้าที่บริหารโรงเรียนของภราดาอานันท์ เนื่องจากการที่ประธานมูลนิธิมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ผอ.โรงเรียน และแต่งตั้งภราดาสุรสิทธิ์ สุขชัย เป็น ผอ.โรงเรียนแทนย่อมสะท้อนว่าภราดาอานันท์มีข้อผิดพลาดในการทำงาน มูลนิธิจึงไม่ได้ให้ปฏิบัติหน้าที่นี้ต่อไป กลุ่มกู้อัสสัมชัญจึงจะรอดูว่าภราดาศิริชัยจะตอบรับข้อเรียกร้องในเรื่องการกำหนดอำนาจ เพิ่มจำนวนกรรมการและกำหนดกรอบเวลาการทำงานของคณะกรรมการสวนสอบที่ได้ยื่นไปหรือไม่เป็นเวลา 1  สัปดาห์ หากไม่ตอบรับข้อเรียกร้อง กลุ่มกู้อัสสัมชัญจะหารือกันเพื่อออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง" นายศุภโชค  กล่าว
 
               ด้าน นายชาญวิทย์ ทับสุพรรณ รักษาการ ผอ.สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กล่าวถึงกรณีเครือข่ายพ่อแม่-เยาวชนเพื่อปฏิรูปการศึกษา ไปยื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีเงินฝากและเส้นทางเงินบริจาค รวมทั้งตรวจสอบประธานมูลนิธิ และผู้บริหารโรงเรียนอัสสัมชัญและโรงเรียนในเครือมูลนิธิ ในเรื่องการรับเงินค่าแรกเข้าชั้น ป.1 และมัธยมและการนำเงินไปใช้ว่าเป็นไปเพื่อการศึกษาหรือไม่ว่า      หากดีเอสไอพิจารณาแล้วว่ามีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบและขอความร่วมมือมา สช.ก็ยินดีให้ความร่วมมือ แต่ถ้าดีเอสไอชี้ว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของ สช. ทาง สช.ก็จะเข้าไปตรวจสอบในเรื่องนี้ 

               รักษาการ ผอ.สช. กล่าวอีกว่า ตามกฎหมายของ สช. โรงเรียนเอกชนจะต้องไม่ค้ากำไรเกินควรโดยมีผลกำไรได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของงบลงทุนในแต่ละปี     ส่วนการรับบริจาคเงินจากผู้ปกครองของโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียง ก็มีเงื่อนไขการปฏิบัติเช่นเดียวกับโรงเรียนมัธยมที่มีชื่อเสียงของรัฐโดยต้องเป็นไปตามความสมัครใจของผู้ปกครองและโรงเรียนต้องมีโครงการชัดเจนว่าในการนำเงินที่ได้ไปใช้พัฒนาด้านการศึกษา หากนำไปใช้ในเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ใช่เพื่อการศึกษา  ทางโรงเรียนและผู้บริหารโรงเรียนเอกชนมีความผิดตามกฎหมายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีโทษตั้งแต่ตักเตือน สั่งให้คืนเงินแก่ผู้ปกครอง เพิกถอนใบอนุญาตโรงเรียน หากผู้บริหารเป็นกรณีกระทำผิดก็เพิกถอนใบอนุญาตผู้บริหาร

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง