Kom Lifestyle

'สธ.'ยันไม่พบไข้หวัดนก-หวัดใหญ่ระบาด

'สธ.'ยันไม่พบไข้หวัดนก-หวัดใหญ่ระบาด
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

'รมว.สธ.' ยันไม่พบ 'ไข้หวัดนก-หวัดใหญ่' ระบาด ระบุเป็นโรคปกติของทุกปี แนะกลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีน เตือนหน้าร้อนระวังโรคทางเดินอาหาร

                       2 ก.พ. 56 นายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวตอนหนึ่งในรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน " ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 ถึงโรคระบาดของไข้หวัดใหญ่ในช่วงนี้ที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยว่า ในเมืองไทยคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่ไม่มีความแตกต่างจากปีที่แล้ว อยากให้ประชาชนเข้าใจในศัพท์ คำว่า  ระบาด เป็นศัพท์ทางการแพทย์แปลว่า มีการติดต่อกันเกิดขึ้นเท่านั้น แต่เมื่อมาพูดในเชิงของชาวบ้าน เกิดโรคระบาดเกิดแล้ว คนก็จะตกใจ แต่ความจริงคือ ไข้หวัดใหญ่เป็นทุกปี โดยปีที่แล้วก็เป็นกัน 60,000 กว่าคน ขณะนี้ ได้รับรายงานมีผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ  3 ราย แต่หากรวมโรคที่เกี่ยวข้องก็อาจจะประมาณ  1,000 กว่าราย  ขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเสียชีวิตปีหนึ่งประมาณ 36,000 ราย อย่างไรก็ตามปีนี้คนที่เป็นแค่ประมาณ 3,000 กว่ารายเท่านั้น ซึ่งไม่ได้แตกต่างอะไรจากสถิติในปีที่แล้ว

                       นายแพทย์ประดิษฐ์ กล่าวว่า ส่วนเชื้อโรคที่เรากลัวจะระบาดจากอเมริกามาปรากฏว่า เป็นเชื้อกลุ่มเดียวกันที่มีอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว แต่ว่าในแต่ละปีเชื้อบางตัวโดดเด่นขึ้นมา ระบาดมากขึ้นกว่ากันเท่านั้น คำที่น่ากลัวคือ จะระบาดในเชื้อซึ่งมีการกลายพันธุ์หรือไม่ อย่างเช่นเราบอกว่าเป็นไข้หวัดนก หรือเป็นไข้หวัด 2009 นั้น พบว่าเรายังไม่เจอในขณะนี้ เพราะฉะนั้นเชื้อโรคที่เป็นในขณะนี้ที่คนไทยเป็น เป็นเชื้อโรคที่พบกันได้ที่าเรียกว่าเป็นไข้หวัดตามฤดูกาล ซึ่งไม่ได้ปัญหาอะไรต่างๆ

                       ส่วนการฉีดวัคซีน น.พ.ประดิษฐ์ กล่าวว่า คนที่จะฉีดควรจะฉีดอยู่ใน 2 กลุ่มเท่านั้น กลุ่มแรก คือ ผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อง่าย เช่น บุคลากรทางการแพทย์ ที่ต้องไปดูคนไข้ กลุ่มที่ 2 คือเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นหลังเป็นหวัด ซึ่งคนกลุ่มนี้มีภูมิต้านทานน้อยอยู่แล้วเช่น เด็กอายุ 6 เดือน - 2 ปี สตรีมีครรภ์หรือผู้สูงอายุหรือคนที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น เบาหวาน หรือเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เมื่อเป็นหวัดแล้วจะมีโรคแทรกซ้อนได้ง่ายจึงต้องฉีดวัคซีน แต่ในส่วนของคนปกติไม่มีอะไรมากก็รักษาสุขอนามัยปกติ เพราะโรคนี้ติดด้วยละอองจากมือจากอะไรต่างๆ เวลาไอ จาม ล้างมืออย่างถูกต้องใส่หน้ากากเมื่อเป็นหวัดเพื่อไม่ให้แพร่คนอื่น หลีกเลี่ยงในที่แออัดก็เพียงพอแล้ว ซึ่งการไปฉีดวัคซีนกันทุกคนในคนที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงนั้นถ้าฉีดในจำนวนมากก็จะเกิดผลเสียจากการฉีดวัคซีนเพราะจะมีการแพ้วัคซีนด้วย ซึ่งจำนวนล้านคนอาจจะแพ้อยู่ประมาณ 10 - 20 คน ถ้าเราไปฉีดวัคซีนหมดทั้งประเทศก็ต้องมีคนแพ้วัคซีนแน่นอน เพราะบุคคลเหล่านี้จะไปติดเชื้อไม่มีอยู่แล้ว อีกทั้งหากยังไม่ระบาดใหญ่ ถ้าไประดมฉีดมากๆ ยิ่งยุ่ง ส่วนคนที่มีความจำเป็นต้องลงพื้นที่เสี่ยงและมีโรคแทรกซ้อนประจำตัวต้องควรที่จะปรึกษาแพทย์ว่าสมควรฉีดวัคซีนหรือไม่

 

                       อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากโรคไข้หวัดใหญ่ที่ช่วงนี้ต้องระมัดระวังแล้วยังไม่มีโรคอื่นที่ต้องระวัง แต่เมื่อเข้าฤดูร้อนก็จะเป็นเรื่องของโรคทางเดินอาหาร ให้ใช้หลัก"กลาง"ทุกอย่าง ล้างมือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ

 

'สธ.' เตรียมรื้อระบบซื้อยา-เตียงคนไข้ทั่วประเทศ

 

                       วันเดียวกันนายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวตอนหนึ่งในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 ว่า เราพบว่า ขณะนี้โรคที่เป็นปัญหาและใช้เงินของประเทศมากที่สุดคือเป็นโรคที่เจ็บป่วยเรื้อรังหรือโรคจากพฤติกรรม โรคเจ็บป่วยเรื้อรังเช่น จากการกินอาหารไม่ถูกต้อง ออกกำลังกายไม่ถูกต้อง ก็เกิดเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคที่เกิดจากพฤติกรรมเราเองเช่น ปัญหาท้องก่อนแต่ง ใช้ยาเสพติด หรือดื่มสุราแล้วขับรถก็เกิดอุบัติเหตุแล้วเจ็บป่วย พิการ เรากำลังเน้นในการป้องกันลดปัญหาจากพวกนี้เพราะเป็นการกินเงินในระยะยาว เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลกำลังจะทำต่อไปคือการดูแนวโน้มของประเทศที่จะมีคนชรา ผู้สูงอายุมากขึ้นจะเข้าไปดูแลอย่างไร และยืนยันว่ารัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอในการดูแลประชาชนในแง่ของการรักษาพยาบาลทั้งหมด เพราะรัฐบาลนี้ตระหนักในข้อนี้

                       นายแพทย์ประดิษฐ์ กล่าวอีกว่า หน้าที่ของตนต้องทำให้ระบบหลักประกันอยู่อย่างมั่นคง โดยเรามีการเข้าไปปรับระบบประสิทธิภาพในการทำงานของหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขทั้งหมดเช่น วิธีซื้อยาร่วมกันก็ทำให้ต้นทุนถูกลง หรือการบริหารยาที่ทำให้จำนวนยา สต๊อกน้อยลง เราก็มีคลังยากลางขึ้นมาตามภาค และส่งยาใช้หลักเหมือนเอกชนที่มี depot ส่งของกัน นอกจากนี้ยังเป็นความมั่นคงของประเทศเพราะในยามฉุกเฉินเราก็จะมีคลังยาอยู่ตามจุดของประเทศจะเกิดอะไร เราก็จะมีคลังสำรองเอาไว้ อันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงประสิทธิภาพ

                       รมว.สธ. กล่าวอีกว่า การปรับปรุงประสิทธิภาพในการเอาทรัพยากรมาร่วมกันเพราะว่าเมื่อก่อนโรงพยาบาลต่างคนต่างอยู่ ตึกโรงพยาบาลนี้ว่างแต่ตึกโรงพยาบาลนั้นกลับแน่น ก็จะให้ใช้ตึกใช้เตียงร่วมกันได้ไม่จำเป็นต้องสร้างตึกใหม่ให้โรงพยาบาลแน่น ขณะเดียวกันโรงพยาบาลที่ว่างกลับไม่ได้ใช้สอย รวมทั้งจะมีการพัฒนาการให้บริการของโรงพยาบาลหรือสถานบริการสาธารณสุขของรัฐให้ดีมากขึ้น เพราะเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข และนายกรัฐมนตรีบอกแล้วว่าเราต้องลดความเหลื่อมล้ำ รัฐบาลคงไม่ปล่อยให้ประชาชนอยู่ภายใต้ระบบการรักษาที่ไม่ถูกต้อง ไม่ครอบคลุม หรือมีเทคโนโลยีที่ไม่ถูกต้องหรือล้าหลัง อันนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล

 

 

 

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง