
ผลิตน้ำตาลจากผลลำไยตกเกรด
ผลิตน้ำตาลจากผลลำไยตกเกรด เน้นป้อนอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ : โดย...ดลมนัส กาเจ
เดิมทีคนไทยเราจะคุ้นเคยกับน้ำตาลทรายที่ผลิตมาจากอ้อย ส่วนน้ำตาลปี๊บที่แปรรูปมาจากน้ำตาลโตนด และน้ำตาลมะพร้าว ล่าสุดนักวิจัยจากคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี "ผศ.ดร.ชรินทร์ เตชะพันธุ์" เป็นหัวหน้าทีม สามารถแปรรูปผลลำไยสดที่ตกเกรดทุกสายพันธุ์ ทำเป็นน้ำตาลเพื่อสุขภาพ ปรากฏว่า ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการในภาคเหนือที่จะนำไปต่อยอดเพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงการค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ผศ.ดร.ยุทธนา พิมลศิริผล อาจารย์ประจำคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หนึ่งในทีมงานวิจัยผลิตน้ำตาลจากลำไย บอกว่า ก่อนที่จะมีการวิจัยพัฒนานำผลผลิตลำไยมาแปรรูปทำเป็นน้ำตาลนั้น เกิดมาจากช่วงวิกฤติของลำไยราว 10 ที่แล้ว ที่ผลผลิตลำไยล้นตลาดในช่วงกลางฤดูกาล ส่งผลให้ราคาตกต่ำ เนื่องจากทางออกที่เกษตรกรทำได้ในช่วงนั้นคือส่วนหนึ่งขายผลสด ส่วนการแปรรูปลำไยมีอยู่เพียง 2 ทาง คือการอบแห้ง และนำส่งโรงงานเพื่อบรรจุเป็นลำไยกระป๋อง แต่ลำไยกระป๋องมีเพียงเล็กน้อย
จากวิกฤติตรงนี้ทำให้ ผศ.ดร.ชรินทร์ เตชะพันธุ์ และทีมงาน ได้ทำการวิจัยภายใต้โครงการเทคโนโลยีการผลิตน้ำตาลลำไย (Longan Sugar Production) ขึ้นมา โดยขอรับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานวิจัยเพื่อการเกตร (สวก.) จนประสบผลสำเร็จ สามารถแปรรูปลำไยมาเป็นน้ำตาลได้ เนื่องจากน้ำตาลในผลลำไยมีน้ำตาลอยู่มาก หากนำมาทำเป็นผงแห้งจะได้น้ำตาลลำไย ซึ่งให้ความหวานและก็ไม่แตกต่างจากน้ำตาลจากอ้อย หรือน้ำตาลทรายที่เราใช้กันอยู่
"ปัจจุบันผลผลิตลำไยในภาคเหนือมีถึง 2.5-5 แสนตันต่อปี แต่ปริมาณการบริโภคสดจริงภายในประเทศอยู่ที่ปริมาณ 5 หมื่นตัน จะเห็นว่ามีส่วนเกินอยู่มาก จึงนำจุดเด่นของลำไยที่มีรสหวานมาก มีปริมาณน้ำตาลสูง ซึ่งคุณสมบัติตรงนี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ด้วยการแปรรูปผ่านกระบวนการหลักในการผลิต คือการนำมาลดขนาดด้วยการตีป่นจนละเอียด โดยไม่มีการแกะเปลือก มาตีเพื่อลดขนาดก่อนนำเข้าสู่กระบวนการสกัดน้ำหวาน หลังจากสกัดเสร็จเป็นการทำให้เกิดการระเหยเพื่อให้น้ำส่วนเกินออกไปจะได้น้ำหวานในรูปของน้ำเชื่อม จากนั้นมาทำให้เกิดการตกผลึกของตัวน้ำตาลธรรมชาติที่อยู่ในลำไย เพื่อนำไปทำให้แห้งด้วยวิธีการอบได้เป็นผลิตภัณฑ์น้ำตาลลำไยแบบเกล็ดได้" ผศ.ดร.ยุทธนา กล่าว
หลังจากเสร็จสิ้นโครงการวิจัยในระดับห้องปฏิบัติการ จึงเริ่มขั้นตอนการนำน้ำตาลลำไยที่ผลิตออกมาออกสู่เชิงพาณิชย์ โดยเริ่มต้นจากทำการผลิตน้ำตาลลำไยโดยการสร้างเครื่องมือเป็นสายการผลิตในระดับกึ่งโรงงานอุตสาหกรรม ที่มีกำลังการผลิตประมาณ 1,000 ตัน จากนั้นจะทดสอบเรื่องศักยภาพการผลิตในเชิงพาณิชย์ เรื่องต้นทุนการใช้จ่ายในการผลิตทั้งปี รวมไปถึงการศึกษาการตลาดเบื้องต้นว่าจะมีช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างไร ล่าสุดมีภาคเอกชนในนามกลุ่มบริหารยุทธศาสตร์ภาคเหนือตอนบนมาติดต่อให้ผลิตเพื่อเชิงการค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"ตอนนี้เราลงทุนไปกว่า 10 ล้านเพื่อสร้างโรงงานผลิต คาดว่าจะผลิตโดยลำไยตกเกรด หรือเกรดบี หรือซี ที่เป็นลำไยสด 10 กก. จะได้ลำไยแห้ง 1 กก. ตอนนี้ราคาต้นทุนในห้องกึ่งปฏิบัติการอยู่ที่ กก.ละ 50 บาท ราคาสูงกว่าน้ำตาลจากอ้อยประมาณ กก.ละ 25 บาท แต่ตลาดของเราไม่ใช่ตลาดกลุ่มเดียวกับน้ำตาลจากอ้อย เนื่องจากองค์ประกอบของน้ำตาลลำไยมีประโยชน์มากกว่าในเชิงสุขภาพ เพราะฉะนั้นจึงมองการตลาดไปที่อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพมากกว่า เพราะเราจะใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือการใช้เอนไซม์เข้าช่วย เพื่อให้ได้สารใหม่ที่มีประโยชน์สูงขึ้น คือสารฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์ หรือเรียกชื่อย่อว่า เอฟโอเอส (FOS) ไม่ก่อให้เกิดฟันผุ จึงกลายเป็นผลดีที่ต่างจากน้ำตาลตัวอื่น" ผศ.ดร.ยุทธนา กล่าว
ก็นับเป็นความสำเร็จของงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่อนาคตจะสามารถนำผลผลิตลำไยที่ตกเกรดให้มีมูลค่าได้ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เกษตรกรมีรายเพิ่มขึ้นแล้ว ยังสามารถแก้ปัญหาลำไยล้นตลาดได้อีกระดับหนึ่งด้วย
---------------------
(ผลิตน้ำตาลจากผลลำไยตกเกรด เน้นป้อนอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ : โดย...ดลมนัส กาเจ)



