
(ข่าวปชค.1/หน้า 8 ) ..............ใช้วันที่ 20 ม.ค.
20 ม.ค. 2552
(ข่าวปชค.1/หน้า 8 ) ..............ใช้วันที่ 20 ม.ค.
นายกตากใบผุด"ตากใบคอมเพล็กซ์"กระตุ้นค้าชายแดน
นายกเทศมนตรีตำบลตากใบ ผุดโปรเจกท์กระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดน สร้าง "ตากใบคอมเพล็กซ์" หวังใช้เป็นจุดศูนย์กลางจำหน่ายสินค้าชุมชนภาคใต้ รวบรวมผลิตภัณฑ์เจาะตลาดมาเลย์-อินโดฯ-สิงคโปร์ โดยเฉพาะ มั่นใจเรียกความคึกคักได้อีกครั้ง
นายราซ๊ะ รอนิง นายกเทศมนตรีตำบลตากใบ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เตรียมแผนการก่อสร้างศูนย์รวมสินค้าชายแดนไทย-มาเลย์ หรือตากใบคอมเพล็กซ์ ด้วยการฟื้นฟูอาคารเก่าบริเวณชายแดน ซึ่งพื้นที่ของราชพัสดุเดิม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการว่าจ้างบริษัทเอกชนศึกษาและร่างแบบแปลน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และภูมิศาสตร์ของเมืองการค้าชายแดน
ทั้งนี้ อาคารดังกล่าวจะเป็นศูนย์รวมสินค้าสำคัญทางด้านเกษตรของ อ.ตากใบ และพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งรวบรวมสินค้าจาก จ.นราธิวาสมาไว้ที่นี่ และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนในเขต อ.ตากใบ นำสินค้าของตนเองมาวางจำหน่าย รวมทั้งส่งสินค้าออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 30 ล้านบาท
"ในอดีตที่ผ่านมา การค้าชายแดนในพื้นที่ อ.ตากใบ มีความคึกคักมาก จนได้รับการกล่าวขานว่าพื้นที่นี้เป็นดุจประตูการค้าชายแดนบานใหญ่ของไทย แต่วันนี้บรรยากาศที่เคยคึกคักกลับซบเซาลงอย่างมาก เนื่องจากบริเวณปาลังโกโบว์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามตากใบ ได้เปิดพื้นจำหน่ายสินค้าปลอดภาษี ทำให้จำเป็นต้องหาทางกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ด้วยการสร้างตากใบคอมเพล็กซ์ขึ้นมา" นายราซ๊ะกล่าว
นายกเทศมนตรีตำบลตากใบ กล่าวต่อไปว่า นับตั้งแต่มาเลเซียเปิดเขตปลอดภาษี ทำให้การค้าขายฝั่งตากใบเงียบเหงา พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่นำสินค้าที่มีอยู่ไปจำหน่ายในย่านเขตปลอดภาษี ฉะนั้น เทศบาลตำบลตากใบจึงเห็นว่า จำเป็นต้องสร้างศูนย์จำหน่ายสินค้าท้องถิ่นที่มีมาตรฐาน และระบบการบริหารที่เป็นสากล แต่ยังมุ่งเน้นนำวัตถุดิบจากชุมชนเป็นสินค้าหลักวางจำหน่ายในอาคารตากใบคอมเพล็กซ์ เพื่อกระตุ้นการเดินทางเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าของลูกค้าชาวมาเลเซียในพื้นที่ตากใบอีกครั้ง
นอกจากนี้อาคารตากใบคอมเพล็กซ์ ยังจะเป็นศูนย์รวบรวมสินค้าโอท็อปสำคัญจากทั่วประเทศ ที่เป็นที่นิยมของลูกค้าในประเทศมาเลเซียโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับ ซึ่งมั่นใจว่าที่นี่จะเป็นแหล่งสร้างรายได้แก่ผู้ผลิต ซึ่งเป็นกลุ่มชาวบ้านระดับรากแก้วโดยตรง และเป็นหัวใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านตามยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาความไม่สงบโดยตรง
--------



