
รู้ทันมหันตภัยไร้สาย'คิด ก่อน คลิก'
รู้เท่าทันมหันตภัยไร้สาย'คิด ก่อน คลิก' เตือนก่อน...ตกเป็นเหยื่อ
ในโลกยุคไซเบอร์ ไม่ว่านวัตกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดที่อยู่ในมือคุณจะแสดงความฉลาดล้ำหน้าเพียงใด แต่จงพึงตระหนักไว้เถอะว่า เจ้าสมองกลเหล่านั้นไม่มีทางที่จะมีไหวพริบเหนือกว่าสมองคนไปได้แน่
ฉะนั้นในสังคมยุคที่อาชญากรรมคอมพิวเตอร์มีวิวัฒนาการซับซ้อน การสื่อสารบนโลกไร้สายยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นตามไปด้วย
มิฉะนั้นแล้วการหลงเพลินไปกับโลกไซเบอร์อย่างไม่รู้เท่าทัน อาจเป็นภัยใหญ่หลวงต่อตัวเราโดยไม่คาดคิด
"ภายในเดือนเมษายนนี้ เอกชนก็พร้อมที่จะให้บริการ 3จี อย่างเต็มรูปแบบ ผู้บริโภคเองต้องรู้ให้เท่าทัน ใช้เทคโนโลยีให้เป็น เพราะผมเชื่อว่า 3จี อาจเป็นปัจจัยทำให้อาชญากรรมไซเบอร์เพิ่มสูงขึ้น"
พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ให้ทัศนะไว้ระหว่างการสัมมนา "ก้าวสู่สังคมไร้สายอย่างปลอดภัย" ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในงาน "คิดก่อนคลิก Cybersecurity มหันตภัยปลายนิ้ว" นิทรรศการเสมือนจริงบนโลกออนไลน์ ที่มุ่งเตือนภัยคนรุ่นใหม่ยุค 3จี ให้ตื่นตัวต่อมหันตภัยบนโลกไซเบอร์จากมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งจัดโดย กสทช. และเครือเนชั่น
พล.อ.อ.ธเรศ มองว่า เมื่อก้าวสู่ยุค 3จี อย่างเต็มรูปแบบ การใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบผ่านมือถือสมาร์ทโฟน เช่น แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่ตอบสนองการทำงาน ไลฟ์สไตล์ รวมถึงการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นช่องทางของมิจฉาชีพที่จะเข้ามาโจรกรรมข้อมูลหรือทรัพย์สิน ซึ่งนับเป็นมหันตภัยที่ร้ายแรงบนโลกออนไลน์ที่ทุกคนต้องพึงระวัง
"กุญแจซอล" ป่านทอง บุญทอง เอเอฟ 6 ในฐานะคนวงการบันเทิง เล่าในช่วง Cybersecurity Share ว่า เคยประสบกับตนเองที่มีผู้ไม่หวังดีบนโลกออนไลน์แฝงตัวมาในรูปแบบต่างๆ มีทั้งแบบทำตัวสนิทสนม บอกว่าเป็นเพื่อนเก่า และเข้ามาปะปนอยู่ในสังคมเฟซบุ๊กของเรา และพูดโน้มน้าวเพื่อให้เราโอนเงินให้ หรือบ้างก็เจออีเมลแปลกๆ ในลักษณะที่บอกว่าเป็นผู้โชคดีได้รางวัล และให้กดไปที่ไลค์นี้ เพื่อยืนยันการรับของรางวัล เป็นต้น
"ซอลมองว่า คนที่มีชื่อเสียง รวมถึงคนในแวดวงบันเทิงน่าจะเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างเสี่ยง เพราะมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์จะสามารถเข้าถึงความเป็นส่วนตัวได้ง่าย และรู้ถึงความเคลื่อนไหวของเราจากข่าวสาร ซึ่งการรณรงค์ให้ทุกคนได้ตระหนักรู้และเข้าใจถึงมหันตภัยไร้สายในรูปแบบต่างๆ รวมถึงแนะวิธีป้องกันภัยจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ"
ทัศนะจากคนวงการบันเทิงคือตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนว่า ภัยจากโลกไร้สายนั้น สามารถเจาะเข้าถึงความเป็นส่วนตัวของทุกคนได้ด้วยวิธีที่แยบยล แม้จะมีการตั้งค่าระบบความปลอดภัยไว้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การตั้งค่าความปลอดภัยบนโทรศัพท์มือถือนั้น อย่างน้อยก็ช่วยป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลได้มากถึง 70-80%
ประธาน กสทช.ให้คำแนะนำว่า วิธีป้องกันภัยเบื้องต้น อย่างน้อยควรตั้งรหัสผ่านให้แก่โทรศัพท์มือถือ ไม่ควรเก็บข้อมูลที่มีความสำคัญมากๆ ไว้ เช่น วันเกิด ที่อยู่บ้าน ที่ทำงาน และควรปิดสัญญาณไวไฟ, สัญญาณบลูทูธ และฟังก์ชันบอกตำแหน่งในมือถือในเวลาที่ไม่ใช้งาน ที่สำคัญควรติดตั้งโปรแกรมรักษาความปลอดภัยด้วย รวมถึงอัพเดทโปรแกรมบนมือถือให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่อย่างสม่ำเสมอ
“การใช้โซเชียลมีเดียต่างๆ หรือการแชท มันมีภัยตามมา โดยที่คนเหล่านี้อาจรู้ไม่เท่าทัน ตัวอย่างเช่น การล่อลวง การปลอมตัวเป็นคนนั้นคนนี้เข้ามาคุย และหลอกไปทำร้าย ไปเอาทรัพย์สิน ซึ่งมันเป็นภัยที่อันตรายต่อเยาวชนมาก" ประธาน กสทช.ยกตัวอย่างภัยที่มากับโลกไซเบอร์
มหันตภัยเหล่านี้จึงเป็นภาระหน้าที่ของ กสทช.ที่ต้องดูแลผู้บริโภค ไม่ใช่มีหน้าที่ดูแลผู้ประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่สร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้บริโภคด้วย ซึ่งประธาน กสทช.ยอมรับว่า การดูแลแค่ผู้ประกอบการนั้น ไม่สามารถครอบคลุมได้ทั้งหมด เหมือนกับไข้หวัดใหญ่ระบาด หมอต้องไปฉีดวัคซีนให้คนทั่วไปเพื่อสร้างภูมิต้านทาน ในโลกไซเบอร์ก็เช่นกัน กสทช.มีหน้าที่สร้างภูมิป้องกันภัยที่เกิดขึ้นจากการใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือให้แก่ประชาชน
"ใครเลยจะไปคาดคิดถึงภัยร้ายที่อยู่ใกล้แค่ปลายนิ้ว เพียงคลิกเดียว ข้อมูลต่างๆ อาจตกไปอยู่มือของมิจฉาชีพอย่างง่ายดาย อย่างโทรศัพท์เราก็จะใช้อีเมล พอเปิดมาปุ๊บเราก็คลิกเลย ทีนี้ไวรัสจะติดเข้ามาแล้ว จากเมื่อก่อนเราจะเจอไวรัสแค่ในคอมพิวเตอร์เท่านั้น ไม่มีไวรัสในมือถือ แต่เดี๋ยวนี้มันสามารถเข้ามาขโมยข้อมูลในโทรศัพท์เราได้ง่ายขึ้น ก็อยากให้ประชาชนได้ตระหนักและรู้ในสิ่งเหล่านี้ ว่า ภัยมันมีมาก และน่ากลัวขนาดไหน นี่คือสิ่งที่อยากให้คิดก่อนที่จะคลิก" พล.อ.อ.ธเรศ ระบุ
ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ปัจจุบันภัยคุกคามบนโลกจริง ย้ายมาสู่โลกออนไลน์เพิ่มมากขึ้น กระทรวงไอซีทีมีความพยายามขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้คนไทยเข้าถึงไอซีทีได้ง่ายขึ้น ซึ่งต้องมีระบบป้องกันภัยคุกคามที่อาจแทรกซึมเข้ามาในโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ด้วย
"บทบาทของไอซีทีนั้น จะเน้นทั้งในเรื่องการสร้างความเข้าใจ และเชิงของเทคนิค ต้องกระตุ้นจิตสำนึกให้คนใช้เทคโนโลยีรู้เท่าทัน ครอบคลุมไปถึงบรรดาผู้ปกครองเองก็ต้องติดตามลูกหลานของตัวเองด้วย เพราะกระทรวงไอซีทีคงจะตามลูกหลานของท่านไปในห้องนอนไม่ได้ ผู้ปกครองต้องช่วยกันดูแล"
วิวัฒนาการของเหล่ามิจฉาชีพ ซึ่งเดินคู่ขนานมากับเทคโนโลยีนี่เอง ทำให้กระทรวงไอซีทีเริ่มตระหนักเป็นอย่างมาก ถึงขนาดมีการกำหนดยุทธศาสตร์ด้านความปลอดภัยขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ ด้วยการตั้งคณะกรรมการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติขึ้นมาดูแล ขณะนี้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) อยู่ระหว่างร่างกรอบนโยบายกำกับดูแลให้ครอบคลุมความมั่นคง และการป้องกันภัยคุกคามบนโลกออนไลน์
อย่างไรก็ตาม รมว.ไอซีที ยอมรับว่า ปัจจุบันไทยยังถูกจัดอันดับให้เป็นแหล่งทำฟิชชิ่งมากที่สุดประเทศหนึ่ง ซึ่งตั้งเป้าว่า ภายในปีนี้ ไทยจะต้องไม่ใช่แหล่งระบาดของเว็บปลอมอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ กสทช.จึงต้องการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายจากโลกออนไลน์ให้แก่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงประชาชน ให้หันมาให้ความสำคัญในเรื่องนี้
"ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนทั่วไปจะต้องตระหนักรู้ถึงมหันตภัยไร้สายใกล้ตัวที่อาจเกิดขึ้นกับเราโดยไม่คาดคิด และรับทราบถึงแนวทางการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการรับมือเมื่อเกิดภัยดังกล่าวกับตัวเอง เพื่อประชาชนจะได้ตระหนักรู้ และคิด ก่อน คลิก เพื่อป้องกันภัยก่อนที่จะมาถึงตัว" รมว.ไอซีที แนะนำในท้ายที่สุด
'คิด ก่อน คลิก'เตือนก่อน...ตกเป็นเหยื่อ
"คิด ก่อน คลิก Cybersecurity มหันตภัยปลายนิ้ว" เป็นชื่อของนิทรรศการเสมือนจริงบนโลกออนไลน์ ที่จัดโดย กสทช. จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 มกราคม 2556 ที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตือนภัยให้คนรุ่นใหม่ยุค 3จี เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ใช้สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต พีซี จำนวนมาก ซึ่งกลายเป็นอุปกรณ์ที่ได้ความรับนิยมอย่างแพร่หลาย จึงกลายมาเป็นช่องทางใหม่ในการสื่อสารผ่านโลกออนไลน์
ทว่าความง่ายดายนี้เอง...ทำให้มิจฉาชีพเห็นช่องทาง ถ้าไม่มีความระมัดระวัง ไม่ตระหนักรู้ เราอาจตกเป็น "เหยื่อ" เทคโนโลยีที่อยู่ในมือตัวเอง ดังนั้นจำเป็นต้องรู้เท่าทัน
โดย กสทช.จัดบูธเตรียมรับมือป้องกันภัยใกล้ตัว 5 รูปแบบ คือ บูธแรก "Phishing กรอกปุ๊บรับปั๊บ !!!" ที่จะสอนให้รู้จัก Phishing ที่เป็นตกปลาออนไลน์เหมือนกับการตกปลาผ่านเหยื่อล่อที่เรียกว่า “ของรางวัล" หรือหลอกให้คุณตกใจ อย่าง “บัญชีของคุณกำลังมีปัญหา” เพื่อหลอกให้คุณกรอกข้อมูล ชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่าน หรือแม้กระทั่งรหัสบัตรเครดิต มีการวิจัยว่า ผู้ใช้มือถือมีความเสี่ยง Phishing ได้มากกว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปถึง 3 เท่า
นอกจากนี้ยังสถานการณ์จำลองให้ผู้เข้าชมงานร่วมทดสอบด้วย คือ จะมีแท็บเล็ตให้ลองกรอก ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล ให้ลองกรอก ซึ่งเมื่อกรอกแล้วก็จะได้รับข้อความในมือถือว่า "นั่นแนะ ให้ข้อมูลง่ายๆ แบบนี้โดนหลอกไม่รู้ตัวแน่ ทางที่ดีระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวให้ดี เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนนะจ๊ะ"
บูธถัดมา "แฝดนรก Identity Theft" ที่เป็นหัวขโมยตัวตนออนไลน์ ที่มีการให้กรอกข้อมูล ชื่อ นามสกุล และขอถ่ายรูป ก่อนถูกนำไปใช้แทนสถานขายบริการทางเพศ เป็นต้น เมื่อเจ้าของเผลอให้ข้อมูลโดยไม่รู้ตัว จะเตือนในเรื่องการป้องกันและวิธีลดความเสี่ยงระวังการถูกสวมรอยทันที
อีกบูธ คือ "แชท แชร์ ช้ำ” รู้จักสังคมออนไลน์ Social Media "แชทแล้วโดน !!! เอาไปเลย" ที่มีการให้ทดลองแอดไปแชทไลน์กับหนุ่มสาวหน้าตาสวยหล่อจากเพียงการเห็นแค่รูป ส่วนบูธที่สี่ "ตัวร้ายใน Smart phone" มีการสาธิตให้รู้จัก Mobile Malware ให้มีการระวังไวรัสในการดาวน์โหลดติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือการนำมือถือไปเจลเบรกที่จะสามารถโหลดแอพพลิเคชั่นได้ฟรีนั้น ก็เป็นเรื่องที่อันตราย
สุดท้ายบูธ "Check Point วางใจหรือใจหาย" ที่จะมีการให้ลองตอบคำถาม 10 ข้อ ว่า ทุกวันนี้คุณมีความล่อแหลมต่อการใช้อุปกรณ์เหล่านี้หรือไม่ เช่น การเปิดไวไฟทิ้งไว้หรือไม่ การเปิดบูลทูธทิ้งไว้ การติดตั้งแอพพลิชั่นฟรีที่ไม่รู้จัก เป็นต้น ก่อนจะมีการตรวจและให้คำแนะนำที่ถูกต้องเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ และสิ่งที่ต้องระวัง
ผู้เข้าชมงานอย่าง "ไชยพร" วัย 48 ปี บอกว่า พาลูกสาววัย 17 ปี มาเดินดูเพื่อเป็นความรู้ ให้ระมัดระวัง เพราะคนที่ไม่รู้มีอีกมาก
เช่นเดียวกับ "วราภรณ์" วัย 30 ปี เล่าว่า ต้องศึกษาข้อมูลเพื่อแชร์ให้เพื่อนระมัดระวัง "อารยา" วัย 45 ปี บอกว่า ผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นได้ง่าย มันเป็นภัยที่มองไม่เห็น จะนำข้อมูลไปเตือนเด็กๆ ไม่ต่างกับ "สมยศ" วัย 46 ปี ที่ควงลูกชายวัย 14 ปี ชมนิทรรศการและคอยแนะนำไม่ห่าง
.........
(หมายเหตุ : รู้เท่าทันมหันตภัยไร้สาย'คิด ก่อน คลิก' เตือนก่อน...ตกเป็นเหยื่อ)



