ไลฟ์สไตล์

ยุติบทบาท!'ผอ.ร.ร.อัสสัมชัญ'แล้ว

ยุติบทบาท!'ผอ.ร.ร.อัสสัมชัญ'แล้ว

28 ม.ค. 2556

'มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียล'เล็งประกาศยุติบทบาท 'ภราดาอานันท์' ผอ.ร.ร.อัสสัมชัญ ขณะที่ 'ครู-ศิษย์เก่า'เรียกร้อง'ผอ.'ลาออก ด้าน'ผอ.'หนีสื่อปัดให้สัมภาษณ์

               28 ม.ค.56 เมื่อเวลา 07.00 น. นักเรียน ครู และบุคลากรของโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ได้ทยอยเดินทางมาเรียน มาสอน และทำงานตามปกติ หลังจากที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ประกาศเปิดเรียนเร็วขึ้นเป็นวันที่ 28 มกราคม 2556 จากกำหนดเดิมได้ประกาศปิดเรียนในวันที่ 25 มกราคม -1 กุมภาพันธ์ แต่ด้วยกระแสสังคม ข้อเรียกร้องของกลุ่มครูโรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม ครูโรงเรียนอัสสัมชัญ ศิษย์เก่า และผู้ปกครอง ทางโรงเรียนจึงได้เลื่อนการเปิดเรียน

               บรรยากาศในช่วงเช้าของการเปิดเรียน มีกลุ่มศิษย์เก่า ประมาณ 10 กว่าคน ได้มายืนแจกดอกไม้ให้กำลังใจน้องๆ พร้อมทั้งได้ให้ไปไหว้คุณพ่อกอลมเบต์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนและเป็นเจ้าอาวาส วัดอัสสัมชัญ เพื่อเป็นศิริมงคลแก่น้องๆ ซึ่งนักเรียนต่างรู้สึกดีใจที่ได้กลับมาเรียนตามปกติ เพราะอยู่ในช่วงสอบปลายภาคของนักเรียนชั้น ม.6 ที่กำหนดสอบในวันที่ 28-30 ม.ค.นี้ รวมถึงใกล้ช่วงทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ด้วย และจากการสอบถามความรู้สึกของเด็กถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ยอมรับว่า รู้สึกเสียใจและเป็นห่วงชื่อเสียงของโรงเรียนที่มีมาอย่างยาวนาน อีกทั้งมีผลกระทบต่อนักเรียนหากโรงเรียนปิดโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันยุติเรื่องนี้โดยเร็ว ขณะที่ครูก็มีการติดโบสีดำเพื่อเป็นสัญลักษณ์เรียกร้องสิทธิด้วย

               กระทั่ง เวลา 08.00 อาคารอัสสัมชัญ 2003 ห้องประชุมอำนวยการ ชั้น M นายชาญวิทย์ ทับสุพรรณ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ได้เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์และได้เข้าหารือร่วมกับผู้บริหารและคณาจารย์ของโรงเรียนเพื่อรับฟังปัญหาที่ต่างๆ จากทุกฝ่าย โดยจะพยายามคลี่คลายปัญหาให้จบสิ้นโดยเร็วภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ของ สช.ที่มีหน้าที่ดูแลสวัสดิการครูและบุคลากร อย่างไรก็ตาม ในส่วนการบริหารกิจการภายในหากกระทบต่อเด็กและผู้ปกครอง ทาง สช.ก็สามารถเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ ทั้งนี้ในการประชุม ภราดาอานันท์ ไม่ได้เข้าร่วม แต่ห้องประชุม ติดกับห้องทำงานของผู้อำนวยการ

               ด้าน นายสิทธิชัย ปริญญนุสรณ์ โฆษกเครือข่ายครูและศิษย์กู้วิกฤตอัสสัมชัญ เปิดเผยว่า ขณะนี้ครูแผนกประถมและมัธยมรวมถึงศิษย์เก่าฯ ที่ออกมาเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ได้รวมตัวภายใต้ชื่อเครือข่ายครูและศิษย์กู้วิกฤตอัสสัมชัญโดยได้มีสัตยาบัณร่วมกันเมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้อง 6 ประกอบด้วย 1.ภราดาอานันต์ ปรีชาวุฒิ ลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการ ยุติบทบาทการบริหารโดยทันที 2.แต่งตั้งภราดา สุรสิทธิ์ สุขชัย หรือภราดา หลุยส์ ชาแนล มารักษาการที่เคยเป็นอธิการมาดำรงรักษาการแทนตำแหน่ง ผอ.และอธิการทันที 3.ให้คณะกรรมการบริหารทั้ง 2 โรงเรียนพ้นจากหน้าที่ 4.ให้คืนงบประมาณที่โรงเรียนนำไปสร้างโครงการพระราม 2 คืนให้กับโรงเรียนอัสสัมชัญ 5.ให้ยุติและถอนเรื่องการควบรวมโรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถมทันที 6.ให้โรงเรียนปฏิบัติตามคำสั่งของมูลนิธิเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ในเรื่องของการปรับเงินเดือนครูและคืนสวัสดิการให้ครูและบุคลากร

               นอกจากนี้ เครือข่ายมีมติยืนยันว่า เครือข่ายฯปฏิเสธการเจรจาทุกรูปแบบกับภราดาอานันท์ เพราะภราดาอานันท์ หมดความชอบธรรมที่จะดำรงตำแหน่งและขอให้ทางมูลนิธิฯ ดำเนินการตามข้อเรียกร้องโดยเร็ว หากไม่ได้รับการตอบรับภายในวันอังคารที่ 29 ม.ค.นี้ จะมีมาตรการต่อไป.

               ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การประชุมเริ่มตั้งแต่เวลา 8.30 น. โดยมี นายชาญวิทย์ คณะผู้บริหารจากมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลฯ พร้อมคณะครูและศิษย์เก่าฯเข้าร่วม แต่จากเวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมงก็มีการเคลื่อนไหวจากคณะครูและศิษย์เก่าฯที่ต้องออกมารอนอกห้องประชุม เหลือเพียงทาง สช. และมูลนิธิหารือในประเด็นให้ ภราดาอานันท์ พ้นตำแหน่ง โดยการประชุมวันนี้ ภราดา อานันท์ แม้จะมาทำงานปกติแต่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเช่นเดียวกับภราดา ศิริชัย ประธานมูลนิธิฯก็ไม่มาเช่นกัน

               ต่อมาเวลา 13.30 น.นายชาญวิทย์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ดำเนินการตามข้อเรียกร้องของกลุ่มครู ผู้ปกครองและศิษย์เก่า 4 ประเด็นหลักๆ คือ 1.ให้โรงเรียนเปิดเรียนตามปกติ ซึ่งขณะนี้ทางโรงเรียนก็ได้ดำเนินการแล้ว 2. เงินเดือนของครูให้เป็นไปตามที่ประกาศของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน(สช.)กำหนด ทางมูลนิธิเซนต์คาเบรียลจะไปดำเนินการพิจารณาให้เป็นตามประกาศปรับขึ้นเงินเดือนให้แก่ครู 3.การควบรวม ขณะนี้ยังยืนยันว่าไม่มีการควบรวมแต่อย่างไร และ4.การให้ผู้อำนวยการโรงเรียนลาออก ซึ่งตำแหน่งนี้ ทางสช.ไม่มีอำนาจในการให้ ผอ.โรงเรียนลาออกแต่เป็นอำนาจของมูลนิธิ ฯ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาเอกชน พ.ศ.2550

               "สช.จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ภราดาอานันท์ สั่งปิดโรงเรียนกรณีพิเศษ ไม่แจ้งล่วงหน้า ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อครู นักเรียน และผู้ปกครองหรือไม่ โดยกรรมการชุดนี้จะมีผู้บริหารมูลนิธิ ฯ คณะครู ผู้ปกครอง เข้ามาตรวจสอบด้วย ส่วนจะใช้ระยะเวลานานขนาดไหนต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการชุดดังกล่าว ทั้งนี้ สำหรับความผิดนั้น เบื้องต้นโรงเรียนได้สั่งปิดแต่ก็เปิดตามคำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการที่ให้เปิดเรียน ดังนั้น บทลงโทษจะเป็นไปตามระบบราชการ คือ ว่ากล่าว ตักเตือน ผมจะนำผลการหารือเสนอต่อนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ ต่อไป"นายชาญวิทย์ กล่าว

               ภายหลังการประชุม ผู้สื่อข่าวได้ดักรอพบภราดาอานันท์ บริเวณหน้าห้องทำงาน ซึ่งระหว่างที่รอมีผู้ชายคนหนึ่งหน้าตาละม้ายคล้ายภราดาอานันท์ ถือกระเป๋าเปิดประตูเดินออกมาจากบริเวณหน้าห้องผู้อำนวยการซึ่งแยกออกมาจากห้องผู้อำนวยการแต่มีทางเชื่อมต่อกันมาสอบถามว่า มาทำอะไร และเมื่อได้รับคำตอบแต่เดินกลับเข้าไป ขณะนั้นมีกลุ่มผู้ปกครองมาบอกนักข่าวว่าเห็นภราดาอานันท์นั่งอยู่ในห้อง จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนมาแจ้งว่าจะขอเคลียร์สถานที่ ขอให้นักข่าวออกจากบริเวณด้านนอกห้องประชุม เพื่อปิดประตูที่มีทางเดินเชื่อมต่อลิฟท์ นักข่าวจึงลงมาดักรอชั้นล่างรอบริเวณหน้าลิฟท์ที่ผู้อำนวยการโรงเรียนใช้เป็นประจำ และระหว่างที่รอนักข่าวได้สังเกตเห็นความผิดปกติของลิฟต์ เนื่องจากลิฟต์เปิดแต่ไม่มีผู้เดินออกมาจากลิฟต์ เห็นเพียงแต่มือที่กันประตู และเมื่อได้ยินเสียงนักข่าว ลิฟต์ก็ได้ปิดลงทันที ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นภราดาอานันท์ เพราะบริเวณหน้าลิฟต์ที่นักข่าวรออยู่ เป็นทางออกที่จะไปที่จอดรถของภราดาอานันท์

               ขณะที่ ในห้องอาคารนักบุญหลุยส์ มารีย์ ชั้น 3 อาคารอัสสัมชัญ 2003 ภราดาบัญชา แสงหิรัญ ตัวแทนมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียล แถลงภายหลังการหารือที่ใช้เวลา 5 ชม.กว่าว่า ที่ประชุมมีมติยุติบทบาทการทำหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนของภราดาอานันท์ โดยหลังจากนี้มูลนิธิฯจะออกประกาศยุติบทบาท ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 วันหรือในวันที่ 30 ม.ค.56 พร้อมทั้งแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการโรงเรียน และจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายทั้งคณะครู และผู้อำนวยการโรงเรียน โดยมีผู้แทนจากทุกฝ่ายเข้าร่วมเป็นกรรมการ

               ทั้งนี้ สำหรับเรื่องการควบรวมโรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม และโรงเรียนอัสสัมชัญนั้น เป็นไปตามกฎหมายที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาโครงสร้าง และขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ด้วย อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีการควบรวมก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อนักเรียน และครู ซึ่งครูก็ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ส่วนข้อเรียกร้องในเรื่องเงินเดือน และค่าตอบแทนพิเศษนั้น ก็ต้องเป็นไปตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และประกาศของมูลนิธิฯ

               "เบื้องต้นภราดาอานันท์ ยืนยันกับมูลนิธิฯ ว่าตัวเองไม่มีความผิด และไม่ลาออก ซึ่งเราก็ต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายในการได้แก้ข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตามใน 1-2 วันนี้ที่ยังไม่มีการออกประกาศยุติบทบาทอย่างเป็นทางการ ภราดาอานันท์ยังสามารถลงนามอนุมัติในบางเรื่องได้ แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการให้ครูออก หรือทำอะไรที่เกิดความเสียหาย ซึ่งหากมีความเสียหายทางมูลนิธิฯก็พร้อมรับผิดชอบ ส่วนเรื่องการนำเงินไปก่อสร้างโครงการพระราม 2 นั้น เงินบริจาคที่ได้มาเป็นของมูลนิธิฯ และการก่อสร้างก็เป็นความเห็นชอบของมูลนิธิฯ ที่ให้ดำเนินการต่อ

               ส่วนบรรยากาศในห้องแถลงข่าวนั้น มีกลุ่มผู้ปกครอง ครู และศิษย์เก่าได้สอบถามความชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้ภราดาอานันท์ ลาออก ทั้งนี้ ในส่วนของศิษย์เก่านั้น ส่วนใหญ่เชื่อว่าพร้อมภราดาท่านอื่นๆ ของคณะเซนต์คาเบรียลได้มีการพิจารณาคัดเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการได้ดีกว่า ภราดาอานันท์

               นายสิทธิชัย ปริญญานุสรณ์ โฆษกเครือข่ายครูและศิษย์เก่ากู้วิกฤติอัสสัมชัญ กล่าวว่า พอใจกับผลการหารือเบื้องต้น ซึ่งยืนยันว่าการมีมติให้ยุติบทบาทของผู้อำนวยการโรงเรียน จะไม่ส่งผลกระทบอะไร ส่วนการเดินหน้าตามข้อเรียกร้องอื่นๆ นั้น จะมีการยกระดับความเข้มข้นกันต่อไป ทั้งนี้ต้องขอดูประกาศที่มูลนิธิฯจะทำออกมาก่อน

               แหล่งข่าวครูจากโรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม กล่าวว่า การทำงานของภราดา อานันท์ ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา มีหลายๆ เรื่องที่ไม่โปร่งใส โดยเฉพาะเรื่องของการก่อสร้างโรงเรียนอัสสัมชัญ พระราม 2 ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณ จากโรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม และโรงเรียนอัสสัมชัญ ประมาณ 2 พันกว่าล้านบาท และที่ผ่านมาได้มีการสอบถามจากกลุ่มครู ผู้ปกครองจากโรงเรียนอัสสัมชัญทั้ง 2 แห่ง ถึงแนวทางในการนำงบประมาณไปใช้ แต่ ณ ขณะนี้ การสร้างได้ดำเนินการไปแล้ว และใช้งบประมาณ ไปประมาณพันกว่าล้านบาท ครู และผู้ปกครอง ไม่เคยได้รับคำชี้แจงจากภราดาอานันท์ ว่ามีกระบวนการในการใช้งบประมาณอย่างไร ขณะเดียวกันในการก่อสร้างโครงการอัสสัมชัญ พระราม 2 ตามหลักแล้ว ต้องมีการประมูลบริษัทในการก่อสร้าง รับเหมาต่างๆ ที่ผ่านมามีการประมูลเพียงครั้งเดียว และบริษัทที่ได้ก็เป็นบริษัทเพียงแห่งเดียว ซึ่งตนไม่มั่นใจว่าภราดาอานันท์ กับบริษัทมีความเกี่ยวข้อง หรือไม่อย่างไร

               "การก่อสร้างอัสสัมชัญ พระราม 2 ไม่มีระบบการตรวจสอบ การใช้งบประมาณ และไม่มีการชี้แจงใดๆ จากผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งผมรู้ดีว่าครูและผู้ปกครอง ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ต้องได้รับคำชี้แจง แต่อย่าลืมว่าเงินที่นำไปใช้ในการก่อสร้าง ส่วนหนึ่งมาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม และอัสสัมชัญ ที่สำคัญถ้าดำเนินการโปร่งใส ไม่ได้ทุจริตจริงก็ควรมีการออกมาชี้แจงถึงการใช้งบประมาณ และตอนนี้ การก่อสร้างยังไปไม่ถึงไหน แต่กลับใช้งบประมาณไปแล้วพันกว่าล้าน อีกทั้งที่ผ่านมา ผู้อำนวยการจะทำอะไรไม่เคยออกมาชี้แจง ทำความเข้าใจกับใคร ทั้งที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบคือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง" แหล่งข่าวครูจากโรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม

               ศิษย์เก่ารุ่น 119 และ117 กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และได้มีการพูดคุยกับครู ศิษย์เก่า ทำให้รู้ถึงความเคลื่อนไหวต่างๆ ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น และควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป รวมถึงเพื่อมาให้กำลังใจน้องๆ และฟังผลตามที่ทางกลุ่มศิษย์เก่าได้เรียกร้องให้ภราดาอานันท์ ลาออก แต่ถ้าท่านไม่ลาออก ก็คงต้องดำเนินการไปตามกระบวนการ แต่ในกลุ่มศิษย์เก่าก็จะมีความเคลื่อนไหว เพื่อให้เกิดความถูกต้องในโรงเรียนอัสสัมชัญ
 

แนะทางออกตัดก้อนเนื้อร้ายออกดีขึ้น

                เมื่อเวลา 20.00 น. ดร.สิทธิชัย ปริญญานุสรณ์ โฆษกเครือข่ายครูและศิษย์กู้วิกฤติอัสสัมชัญ พร้อมด้วย ดร.วงษ์ภูมิ วนาสิน อดีตกรรมการบริหารโรงเรียนอัสสัมชัญ และอาจารย์ณรงค์ วีระประจักษ์ ตัวแทนครูโรงเรียนอัสสัมชัญ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "Business talk" ทางสถานีโทรทัศน์กรุงเทพธุรกิจทีวี ดำเนินรายการโดยนายนพคุณ ลิ้มสมานพันธ์ บรรณาธิการบริหารกรุงเทพธุรกิจทีวี

                ดร.สิทธิชัย กล่าวว่า ปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2547 สะสมมาถึงปัจจุบัน เริ่มจากการขาดศรัทธาในตัวผู้บริหาร เนื่องจากมีเรื่องเม็ดเงินเข้ามามาก แต่ไม่ได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่บุคลากร ทางออกของปัญหานี้คือ ต้องตัดก้อนเนื้อร้ายเพียงก้อนเดียวทิ้ง

                ดร.วงษ์ภูมิ กล่าวว่า ตั้งแต่อดีตเรื่องการเงินจะโปร่งใส ถึงเป็นเงินใต้โต๊ะ คณะกรรมการก็นำขึ้นมาอยู่บนโต๊ะ แม้เงินนั้นจะได้มาจากการบริจาคของผู้ปกครอง หรือแป๊ะเจี๊ยะ จะต้องมีคนที่ดูแลเรื่องบัญชีโดยตรง ไม่ใช่เอาครูที่กำลังสอนอยู่มาทำบัญชี เพราะไม่สามารถทำได้ ตรงนี้มูลนิธิต้องกลับไปย้อนดูว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะเรียกคุณภาพอัสสัมชัญกลับคืนมา

                อาจารย์ณรงค์ กล่าวว่า เป็นครูที่อัสสัมชัญตั้งแต่ปี 2526 ถึงวันนี้ก็ 30 ปี ทั้งนี้เมื่อ 9 ปีก่อน ผู้บริหารทุกคนสร้างศรัทธาให้เกิดกับครูและลูกศิษย์ ครูทุกคนอยู่และตั้งใจทำงาน เพราะมีความมั่นคงได้รับทั้งเงินบำเหน็จ บำนาญ จากนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ได้ผู้อำนวยการคนปัจจุบันมารับตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นแก้ได้ต้องเปลี่ยนผู้บริหารทันที

 

........................................

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- ปิด!'อัสสัมชัญบางรัก'หนีม็อบ'ครู-นร.' : http://www.komchadluek.net/detail/20130125/150206/ปิด!อัสสัมชัญบางรักหนีม็อบครูนร..html

- 'อัสสัมชัญ'เปิดปกติ28ม.ค.นี้ : http://www.komchadluek.net/detail/20130126/150338/อัสสัมชัญเปิดปกติ28ม.ค.นี้.html

- มหากาพย์'อัสสัมชัญ'ศึกวัดพลังภราดา-ศิษย์เก่า : http://www.komchadluek.net/detail/20130126/150290/มหากาพย์อัสสัมชัญ.html

- วิกฤติ'อัสสัมชัญ บางรัก'อุ้มชูครู...จริงหรือ? : โดย...ทีมการศึกษา : http://www.komchadluek.net/detail/20130123/150015/วิกฤติอัสสัมชัญบางรัก.html

 

 

.......................................

(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)