
หนุนชุมชนป้อง'ไฟป่า-หมอกควัน'
รับมือ 'ไฟป่า-หมอกควัน' หน้าแล้ง หนุนชุมชน 9 จว.เหนือ ป้องพื้นที่เสี่ยง : ทีมโต๊ะข่าวเกษตร ... รายงาน
ไม่มีใครปฏิเสธว่าปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีช่วงหน้าแล้ง (ม.ค.-เม.ย.) ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสุขภาพของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นอุปสรรคในการคมนาคมและขนส่งทั้งทางบก ทางอากาศ ทั้งยังมีผลต่อธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ ส่งให้การประชุม ครม.สัญจร (ครั้งล่าสุด) ที่ จ.อุตรดิตถ์ ได้มีมติเห็นชอบมาตรการป้องกันป้องกันไฟป่าและหมอกควันประจำปี 2556 โดยให้เปลี่ยนมาตรการจากควบคุมการเผา เป็นไม่มีการเผาและใช้ระบบซิงเกิลคอมมาน
โดยนำกลไกของกระทรวงมหาดไทยตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมาใช้ มีคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ หรือ กบอ. เป็นผู้รับผิดชอบและใช้ระบบแอเรีย แอฟโพช มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนหน้า ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย เป็นฝ่ายอำนวยการและควบคุมสั่งการระดับประเทศ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะใช้ใน 9 จังหวัดภาคเหนือตั้งแต่มกราคมถึงเมษายน
นอกจากนี้ยังจัดตั้งศูนย์อำนวยการส่วนหน้าที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.แพร่ ภายใต้การดูแลของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทั้งกรณีไฟป่าขนาดใหญ่ ให้มีการสนธิกำลังจากทุกหน่วยภายใต้อำนวยการของนายปลอดประสพ และนายจารุพงศ์ ส่วนผลกระทบจากการเผาป่าและหมอกควันจากประเทศเพื่อนบ้าน มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ สั่งการให้เอกอัครราชทูตไทยไปหารือ ทำความเข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นต้นตอของปัญหา
มาตรการทั้งหมดนี้จะมีการวัดผลการดำเนินงานโดยใช้ข้อมูลฮอตสปอต วัดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ จำนวนผู้ป่วย โรงเรียนที่ต้องปิดทำการ เนื่องจากได้รับผลกระทบ อุบัติเหตุที่เกิดจากหมอกควัน และเที่ยวบินที่ต้องหยุด หรือเลื่อน เป็นตัวชี้วัด เนื่องจากปัญหาไฟป่าและหมอกควันนั้นได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีผลกระทบติดต่อกันมากว่า 7 ปี ทำให้ปีนี้รัฐบาลได้กำหนดมาตรการล่วงหน้าเพื่อแก้ปัญหาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
อำนวยพร ชลดำรงค์กุล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจัดการและควบคุมป่าไม้ สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการป้องกันไฟป่าและควบคุมหมอกควันได้จัดทำโครงการรณรงค์ "ไม่เผาป่า รักษาธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์" โดยจัดขบวนรถรณรงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ เริ่มตั้งแต่ จ.เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ พะเยา และสิ้นสุดที่ จ.เชียงราย เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น และร่วมมือกันป้องกันไฟป่าและหมอกควันต่อไป
"ในส่วนของกรมป่าไม้ได้จัดงบประมาณให้หมู่บ้านละ 1 แสนบาท จำนวน 100 หมู่บ้าน รวมเป็นเงิน 10 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าน้ำมันยานพาหนะ ค่าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ในการดูแลดับไฟป่าและทำประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้คนหยุดเผาป่าและเผาในที่โล่งเพื่อลดปัญหาเกิดหมอกควัน" ผู้เชี่ยวชาญคนเดิมกล่าว พร้อมแนะทางออกสำหรับชาวบ้านที่เผาพื้นที่เพื่อเตรียมดินทำเกษตรก็ให้นำเศษวัสดุเหล่านั้นมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่นโต๊ะ เก้าอี้ กรอบรูป ฯลฯ เป็นการเพิ่มมูลค่าเศษวัสดุเหล่านี้ได้อีกทางหนึ่ง
ขณะที่ อภิวัฒน์ คุณารักษ์ ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 ระบุว่าปีนี้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับปัญหาหมอกควันและไฟป่าเป็นอย่างมาก ในส่วนของภูมิภาคได้มีการจัดทำแผนดำเนินการเรียบร้อย โดยเน้นบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับบนจนถึงระดับท้องถิ่น ขณะเดียวกันยังมีการจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจตั้งแต่ระดับรัฐบาล จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมู่บ้าน โดยเบื้องต้นกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนได้จัดสรรงบให้แต่ละอำเภอเป็นจำนวนเงิน 5 หมื่นบาท ในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์งดเผา
"ปีนี้งบที่จัดสรรเริ่มมาถึงหน่วยงานต่างๆ แล้ว แตกต่างจากปี 2555 ที่เกิดปัญหาหมอกควันและไฟป่าไปแล้ว งบในการดำเนินการตามหลังมา จึงทำให้การแก้ไขปัญหาไม่ทันท่วงที แต่ยอมรับว่าปัญหาหมอกควันเกี่ยวพันกับปากท้องของชาวบ้าน จะไปห้ามเผาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ยืนยันว่าในปีนี้ทุกหน่วยงานได้เตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี" อภิวัฒน์ กล่าว
มีรายงานว่าพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ยังมีที่น่าเป็นห่วง 3 อำเภอ คือ อ.ฮอด อ.เชียงดาว และอ.แม่แจ่ม โดยเฉพาะ อ.แม่แจ่ม ที่ปลูกข้าวโพดกว่า 3-4 แสนไร่ เป็นการใช้พื้นที่ป่าทำการเกษตรในลักษณะคอนแทรคฟาร์มมิ่งกับบริษัทเอกชน ซึ่งภาคเอกชนเองรับทราบปัญหาการเผาและพยายามช่วยเหลือแก้ไขอยู่ แต่ปัญหาเนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกเป็นป่าเขา การจะทำลายเศษวัชพืช หรือตอซังข้าวโพดที่มีปริมาณมากไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นตันหลังเก็บเกี่ยวด้วยวิธีอื่น เช่น การไถกลบ เป็นไปได้ยาก
---------------------
ชู "บ้านหัวทุ่ง" ชุมชนต้นแบบไม่เผาป่า
รัชนี เอมะรุจิ รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการป้องกันปัญหาหมอกควันตามโครงการรณรงค์ป้องกันลดการเผาในที่โล่งและหมอกควัน ภายใต้ชื่อ "รวมพลัง หนุนชุมชน ลดไฟป่า ลดหมอกควัน" พร้อมยกตัวอย่างชุมชนบ้านหัวทุ่ง ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ หมู่บ้านตัวอย่างที่ผ่านโครงการประเมินศักยภาพชุมชนในการจัดการมลพิษหมอกควันและการเผาในที่โล่ง "ชุมชนมาตรฐาน หมู่บ้านปลอดการเผาประจำปี 2555" ของ จ.เชียงใหม่
โครงการดังกล่าว กรมร่วมกับกรมควบคุมมลพิษในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัดปี 2556 ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอนและตาก เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติและประสานการดำเนินงานในช่วงต้นปี 2556 ต่อไปตามหลัก 2P2R ได้แก่ การป้องกัน (Prevention) การเตรียมพร้อม (Preparation) การรับมือ(Respone) และการฟื้นฟู (Recovery)
"หวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้องๆ สื่อมวลชนจะนำข้อมูล ความรู้ที่ได้รับจากการมีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ไปประชาสัมพันธ์ให้แก่ประชาชนได้เข้าใจเรื่องการรวมพลังเพื่อหนุนชุมชน ลดไฟป่า ลดปัญหาหมอกควันต่อไป" รัชนี กล่าวในที่สุด
---------------------
(รับมือ 'ไฟป่า-หมอกควัน' หน้าแล้ง หนุนชุมชน 9 จว.เหนือ ป้องพื้นที่เสี่ยง : ทีมโต๊ะข่าวเกษตร ... รายงาน)



