ไลฟ์สไตล์

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : รักบ้านไร่จัง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : รักบ้านไร่จัง

27 ม.ค. 2556

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : รักบ้านไร่จัง : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

                          ผมแวะไปเยือนอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานีอีกครา เมื่อกลางเดือนมกราคม มิตรท่านหนึ่ง พร้อมเด็กหญิงวัย 10 ขวบ คนหนึ่ง ชื่อ “เอิร์ท” ทำหน้าที่มัคคุเทศก์

                          เริ่มต้นด้วยพาชมและฟังการบรรเลงดนตรีไทย โดยวงโรงเรียนวัดสะนำ ที่มีเกียรติประวัติการเข้าร่วมแข่งขันในระดับจังหวัด ระดับเขต ระดับภาคเป็นตัวแทนไปแข่งระดับประเทศ ได้รางวัลมาประดับความภาคภูมิใจบ้าง แม้ว่าจะเพิ่งตั้งวงมาได้ 3 - 4  ปีก็ตาม

                          ที่น่าสนใจคือ เด็กหญิงที่เป็นนักดนตรี เป็นเด็ก “ชาวป่า” ครับ มี ด.ญ.ธิดา ชาวป่า ด.ญ.กัญธิชา ชาวป่า เล่นจะเข้ ด.ญ.อัจจิมา ชาวป่า ด.ญ.อรจิรา ชาวป่า เล่นซอ

                          เด็กหญิง “ชาวป่า” ทั้ง 4 คน ไม่ใช่พี่ต้องคลานตามกันออกมา แต่นามสกุลชาวป่า เป็นนามสกุลของหมู่บ้านสะนำ ที่สืบเชื้อสายตระกูลมาจากบรรพบุรุษตั้งแต่ครั้งอพยบมาจากเวียงจันทน์ เมื่อสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ยังมีอีกหลายหมู่บ้าน “ลาวครั่ง” ที่ใช้นามสกุลร่วมกัน เช่น นามสกุล “เลขยัน” แห่งหมู่บ้านหินตุ้ม นามสกุล “ป้อมคำ” แห่งหมู่บ้านทัพหลวงเป็นต้น

                          ด.ช.วนราช ป้อมคำ มือระนาดเอก ด.ญ.อินทิรา อ่อนนุ่ม มือระนาดทุ้ม ด.ญ.ลลิตา เพ็งอุ่น ด.ญ.เสาวณีย์ กลิ่นสนิท เล่นฆ้องวง ด.ญ.ธนพร  อนุสรณ์ประภา เล่นซอด้วง โดยมีคุณครู สุทธิพร  อ่อนช้อย เป็นผู้ควบคุมวง

                          คุณครูของเด็กๆ ร่วมขับร้องเพลง “ลาวจ้อย” กับเด็กหญิงตัวน้อย แววตามีความสุข

                          แวะ “บ้านดิน” ที่สร้างขึ้นด้วยการ “ย่ำเท้าปั้นฝัน” ของครูโก้ ครูเบ้ และเด็กๆ

                          ขับรถผ่านเมรุที่ “ปล่องสั้น” ที่สุดในประเทศไทย ไปดูต้นไม้ยักษ์ (ต้นเซียงอายุ 300 ปี) ที่ป่าหมากล้านต้น แล้วไปหมู่บ้านทอผ้า บ้าน “นาตาโพ” เสียดายไม่ได้เจอ “ป้าจำปี” ผู้สืบทอดลายผ้าโบราณที่สามารถสร้างสรรค์ลายใหม่ได้โดยแตกกอจากรากเหง้าเดิม

                          จากบ้าน “นาตาโพ” ไปดูผ้าทอ “ผาทั่ง” ที่พัฒนาต่อยอดผลิตงานเชิงธุรกิจ บริหารจัดการเป็นระบบครบวงจร สามารถสร้างคุณค่า และมูลค่าสู่ระดับ  “ส่งนอก” ผ้าทอผาทั่งได้รับ รางวัลระดับชาติ และได้รับการยกย่องจาก “ยูเนสโก” เลยทีเดียว

                          อำเภอบ้านไร่มีชุมชนลาวครั่งที่ฝังรกรากมาหลายชั่วคน ในหมู่บ้านมี “จ้ำ จ่า” จ้ำ จ่า คือพ่อหมอผู้ประกอบพิธีกรรมความเชื่อ “จ้ำ” คือผู้ดำเนินพิธีกรรม “จ่า” คือผู้ช่วย ทั้งจ้ำและจ่าผ่านการคัดเลือกตามขนบ

                          ที่วัดบ้านไร่ มีศาลาไม้อายุ 200ปี ผมเดินนับเสาได้ 8 แถว แถวละ 5 ต้น รวม 40 ต้น เป็นเสาไม้ 8 เหลี่ยมต้นใหญ่ห่างกัน 3 เมตร หลังคากระเบื้องว่าว

                          มิตรผู้ทำหน้าที่มัคคุเทศก์ บอกว่าทางกรมศิลป์ขึ้นทะเบียนโบราณสถานแล้วนับว่าน่ายินดี

                          อำเภอบ้านไร่ ถึงพร้อมในหลายด้าน ทั้งด้านประวัติศาสตร์ชุมชน รากเหง้าศิลปวัฒนธรรม กลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย ภูมิประเทศที่สวยงามขุนเขาแห่งผืนป่าตะวันตก ผมรู้สึกรักอำเภอบ้านไร่ ประทับใจมากเลยคงได้แวะเวียนมาสัมผัสเรียนรู้ ตั้งใจจะกลับไปเยือนหาโอกาสคุยกับป้าจำปีสักชั่วโมงสองชั่วโมง และตั้งใจเรียนรู้เรื่องลายผ้าโบราณสักวันสองวัน แม้จะมีความรู้พื้นฐานไม่มาก แต่ก็อยากชื่นชม

                          ชาวอำเภอบ้านไร่ คงได้เรียนรู้อดีตอย่างลึกซึ้ง เพื่อจะได้ดำเนินปัจจุบันถูกทิศ ก้าวสู่อนาคตอย่างถูกทาง รักอำเภอบ้านไร่จัง

 

 

--------------------

(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : รักบ้านไร่จัง : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)