ไลฟ์สไตล์

องค์กรน่าอยู่ : คอลัม์อินโนเทค

องค์กรน่าอยู่ : คอลัม์อินโนเทค

27 ม.ค. 2556

องค์กรน่าอยู่ : คอลัม์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า

               ตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสร่วมวงสนทนากับเจ้าของกิจการหลายวง(การ) ในหลายวาระ พบว่ามี “ประเด็นร่วม” คือ ปัญการแย่งชิงบุคลากรกันเองในภาคธุรกิจ(ใหญ่) ที่ใกล้เคียง/มีความคาบเกี่ยวกัน และปัญหาขาดแคลนแรงงานสัญชาติไทยในภาคธุรกิจเอสเอ็มอี

                น่าสนใจที่ว่า ขณะที่จำนวนประชากรในประเทศเพิ่มขึ้น มีจำนวนผู้จบการศึกษาในระดับการศึกษาที่สูงกว่าการศึกษาภาคบังคับเพิ่มขึ้นทุกปี แต่กลับมีบริษัทจำนวนมากไม่สามารถ “เก็บเกี่ยว” หรือ “รักษา” คนที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับความต้องการไว้เป็นพนักงาน หรือกำลังพลขององค์กรได้ จึงกลายเป็นโจทย์ของผู้บริหารว่า ทำอย่างไรให้ “องค์กรน่าอยู่”

                ปัญหานี้อาจจะค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศไทย ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนเผชิญภาวะ คนล้นงาน มาโดยตลอด แต่หากมองภาพในระดับโลกแล้ว ประเทศใหญ่อย่างสหรัฐ ค่อนข้างคุ้นเคยกับปัญหานี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีสาขาทั่วโลกต่างแข่งขันกันสร้างสรรค์วิธีการผูกใจ “รักษา” และ “ดึงดูด” คนเก่งมาเป็นพนักงาน เพราะยิ่งมีแรงงานกลุ่มนี้จำนวนมากและภักดีกับองค์กรมากเท่าไร ก็เท่ากับเป็นการสร้างความต่อเนื่อง และความยั่งยืนทั้งทางธุรกิจและผลประกอบการยิ่งขึ้นเท่านั้น

                สถาบัน Great Place to Work Institute ที่มีเครือข่ายใน 45 ประเทศ ครอบคลุม 6 ทวีป ได้ทำงานจัดอันดับ “บริษัทที่น่าทำงานที่สุดในโลก” มาตลอด 25 ปี ซึ่งมีข้อสังเกตว่า บริษัทที่ติดอันดับต้นๆ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยี ขณะที่การจัดอันดับในหัวข้อ “บริษัทข้ามชาติที่น่าทำงานที่สุดในโลก” ปีล่าสุด ในท็อปไฟว์นั้น มีบริษัทไอทีถึง 4 บริษัท ได้แก่ แซส รั้งอันดับ 1 ตามมาด้วย กูเกิล, เน็ตแอพ ส่วนไมโครซอฟท์ ยักษ์ซอฟต์แวร์เบอร์ 1 ของโลก ติดอันดับ 5

                ผู้บริหารบริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด วิเคราะห์ให้ฟังว่า ในการจัดอันดับบริษัทที่น่าทำงานที่สุดในโลกนั้น บริษัทด้านเทคโนโลยีมักติดอยู่ใน 25 อันดับแรก สาเหตุหนึ่งอาจเนื่องมาจาก ลักษณะเฉพาะของอุตสาหกรรมนี้ ซึ่ง “เทคโนโลยี” ที่ต่างระดมพัฒนาออกมาแข่งขันกัน ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับระดับโลกอยู่แล้ว ดังนั้นหัวใจความสำเร็็็จขององค์กรก็คือ “บุคลากร” ทำให้มักเผชิญปัญหาสมองไหล มีสถิติการเปลี่ยนงานของบุคลากรสาขานี้เฉลี่ย 5-25% 

                บริษัทกลุ่มนี้จึงต้องให้ความสำคัญกับการลงทุน เพื่อดึงดูด “คนเก่ง” ไว้ให้มากที่สุด ทำให้เกิดการแข่งขันสร้างสรรค์วิธีการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อให้พนักงานรักษาความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานไว้ได้อย่างมีความสุข (Work-Life Balance)

                “ข้อคิด” ที่น่าสนใจจากกรณีศึกษาของแซส ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์และบริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ (บิสิเนส แอนาไลติก) ก็คือ การสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีให้แก่พนักงานทุกระดับอย่างเท่าเทียมกันนั้น ยังเป็นปัจจัยหนุนเสริมที่ต่อยอดไปสู่การทำประโยชน์ให้แก่สังคมอีกด้วย เพราะเมื่อพนักงานมีความสุข พวกเขาก็พร้อมจะแบ่งปันให้แก่สังคมและชุมชน ซึ่งความต่อเนื่องนี้ก็จะส่งผลประโยชน์ในวงกว้างให้แก่ระดับประเทศต่อไปด้วย

 

 ...........................................

(องค์กรน่าอยู่ : คอลัม์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า)