ไลฟ์สไตล์

มท.เข้ม กวาดล้างปืนเถื่อน แก้ปัญหาปากท้อง

มท.เข้ม กวาดล้างปืนเถื่อน แก้ปัญหาปากท้อง

26 ม.ค. 2556

มท.เข้ม กวาดล้างปืนเถื่อน แก้ปัญหาปากท้อง แก้ปัญหาอาชญากรรม : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : ดร.ประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3)

               กระทรวงมหาดไทยออกมาตรการแก้ปัญหา "ปืนเถื่อน" แบบบูรณาการ ควบคู่กับการแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ป้องกันปัญหาการนำอาวุธปืนไปใช้ก่ออาชญากรรมเพิ่มขึ้น จากสาเหตุการแพร่ระบาดของยาเสพติด ปัญหาหนี้สิน ปัญหาการว่างงาน และปี 2556 กระทรวงมหาดไทยรับเป็นเจ้าภาพเรื่องความปรองดองในสังคม ลดปัญหาความรุนแรงและความเข้าใจไม่ตรงกัน พร้อมเปิดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทุกระดับ เพื่อนำพาไปสู่การปรองดองที่แท้จริง

                ดร.ประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ให้ความเห็นถึงผลการสำรวจของต่างชาติ ที่ระบุว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอาวุธปืนมากที่สุดในเอเชียว่า เป็นข้อมูลที่น่าตกใจมาก ได้มีการหารือกับจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงเรื่องมาตรการกวาดล้างปืนเถื่อน เพราะบางประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา อังกฤษ อนุญาตให้มีอาวุธปืนได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจบางตำแหน่งเท่านั้น ว่าต่อไปนี้จะต้องมีมาตรการในการคัดกรองคุณสมบัติของผู้ที่ขอใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (ป.3) และใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (ป.4) ให้ละเอียดถี่ถ้วนและเข้มงวดมากขึ้น

                "ที่ผ่านมาอาจจะไม่เข้มงวดมาก ทำให้เกิดปัญหาปืนเถื่อนระบาด และนำมาก่อคดีอาชญากรรมต่างๆ มากขึ้น คนไทย 1 คน สามารถซื้อปืนได้ 3 กระบอก หาซื้อปืนง่ายๆ พอกับซื้อของในร้านสะดวกซื้อ การมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองพึงคิดไว้เสมอว่าเท่ากับเท้าอยู่ในตะรางแล้วข้างหนึ่ง ตราบใดที่ใช้อารมณ์ หรือความรุนแรงของอาวุธปืนในการตัดสินปัญหาต่างๆ ก็เท่ากับว่าต้องกลายเป็นผู้ต้องหาที่จะต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมายอาญาแน่นอน"

                ดร.ประชา กล่าวถึงนโยบายของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เดินหน้าปราบปราม ป้องกัน ยับยั้งการใช้อาวุธปืนว่าเป็นนโยบายที่ดีและน่าชื่นชม สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงมหาดไทย เพราะสังคมจะสงบได้ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธปืน เหตุพิพาทอื่นๆ สามารถตกลงกันได้โดยไม่ต้องใช้อาวุธปืน ถ้าควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เกิดบันดาลโทสะใช้อาวุธปืนเป็นเครื่องตัดสิน กลายเป็นปัญหาใหญ่ ก่อนหน้านี้เคยมีรัฐบาลสมัยหนึ่งประกาศนิรโทษกรรมให้ประชาชนนำอาวุธปืนในครอบครองออกมาคืนราชการ ทำให้ทางการรู้ว่าที่มาของอาวุธปืนส่วนใหญ่มาจาก 3 ช่องทาง คือ 1.ลักลอบนำ 2.ไทยประดิษฐ์ และ 3.การแจ้งหายจากอาวุธปืนที่ซื้ออย่างถูกกฎหมาย แล้วนำไปขูดลอกทะเบียนออก ทำให้บรรดามือปืน หรือคนร้ายนำไปใช้เกิดคดีอาชญากรรมมากขึ้นตามมา

                "ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะชะลอ หรือหามาตรการกลั่นกรองให้ละเอียดกว่าเดิม ในการออกใบอนุญาตซื้อหรือครอบครองอาวุธปืน การแก้ปัญหาต้องได้รับความร่วมมือจาก 2 ฝ่าย คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการออกใบอนุญาต และเจ้าของร้านจำหน่ายปืน คนที่ทำงานอาชีพปกติที่ไม่มีความจำเป็นต้องมีอาวุธปืน แต่คนไทยชอบวิตกกังวลว่าอาจะเกิดเหตุร้ายในชีวิตและทรัพย์สินได้ จึงต้องพกปืนไว้ป้องกันตัว เพราะอาชญากรรมที่เกิดมาจากปัญหายาเสพติด ปัญหาหนี้สิน ปัญหาตกงาน นับวันจะมีมากขึ้น แต่กลุ่มจำเป็นต้องใช้อาวุธปืน เช่น นักกีฬา ประชาชนตามแนวชายแดน เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ก็ต้องอนุญาตให้มีปืนไว้ในครอบครองได้"

                มท.3 ให้ความเห็นว่าควรมีการบูรณาการกฎหมายอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการบูรณาการปัญหาปากท้องของประชาชน ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นตัวตั้งออกมาตรการ "คุมกำเนิด" อาวุธปืน เพราะถ้าไม่จำกัดจำนวนจะเกิดปัญหาตามมามากมาย แต่สภาพสังคมปัจจุบัน คนร้ายหาอาวุธปืนง่ายขึ้น ใช้ช่องโหว่ของกฎหมายในการก่ออาชญากรรม เช่น ปล้นธนาคาร ปล้นร้านทอง ปล้นร้านสะดวกซื้อ มากขึ้นทุกวัน

                "ซื้อขายปืนหาได้ทุกวัน เหมือนขายทีวี เครื่องกรองน้ำ มีขายในอินเทอร์เน็ต ในตลาดมืด ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยออกใบอนุญาต ป.3 ไปแล้ว 6.2 ล้านใบ ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่ต้องใช้อาวุธปืน และพกพาไปในที่สาธารณะได้ แต่ปืนเถื่อนที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน ไม่มีใบอนุญาต มีจำนวนอีกมากมาย บางคนซื้อแล้วอยากได้เพิ่มอีกมากกว่า 3 กระบอกตามโควตา ก็ไปแจ้งหาย แล้วก็ซื้อใหม่ หรือข้าราชการที่ใช้สิทธิ์สวัสดิการซื้อได้ครึ่งราคา ก็แจ้งหายแล้วซื้ออีกในราคาถูก ทำให้ปืนเถื่อนเพิ่มมากขึ้น"

                มาตรการแก้ปัญหาเรื่องอาวุธปืนเถื่อนที่กระทรวงมหาดไทยจะออกมาใช้นั้น ดร.ประชา กล่าวว่า จะไล่ตั้งแต่ระดับอำเภอขึ้นมา ต่อไปนี้ต้องตรวจสอบโดยละเอียด ต้องมีการกำหนดกรอบคุณสมบัติผู้ซื้อ ต้องกำหนดโควตาการนำเข้าอาวุธปืนของร้านขายปืนให้ชัดเจน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะตั้งด่านตรวจจับอย่างเข้มงวด กวาดล้างยาเสพติดอย่างจริงจัง เพราะเส้นทางของอาวุธปืนส่วนใหญ่ออกจากกรุงเทพฯ สู่ต่างจังหวัด

                "นักเรียนตีกัน ยิงกัน เป็นปืนไทยประดิษฐ์ทั้งนั้น ของกลางที่ได้จากการกวาดล้างต่างๆ มักจะมีอาวุธปืนรวมอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก ต้องทำควบคู่กันไปกับการปราบปรามยาเสพติด ต้องเริ่มจากกรุงเทพฯ ปริมณฑล เพราะปืนส่วนมากออกจากกรุงเทพฯ สู่ต่างจังหวัด แม้แต่ตัวผมเองยังเคยถูกลอบยิงด้วยอาวุธปืนสงคราม เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 มาแล้ว ต่อไนปี้ คนที่มาขออนุญาตมีอาวุธปืนก็จะยากขึ้น ไปที่ไหนก็มีเครื่องสแกน ตรวจสอบ หรือพกพาไปในที่สาธารณะโดยมีกระสุนปืนในรังเพลิงโดยไม่มีเหตุอันควร ตำรวจสามารถจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาได้ โดยเฉพาะปืนเถื่อน หรือผู้พกพาไม่ได้เป็นเจ้าของปืน เจ้าของปืนก็ต้องมีความผิดตามกฎหมายอาญาด้วย"

                รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายชัดเจน ไม่จำเป็นต้องออกบ่อยครั้ง ประชาชนก็ควรระมัดระวังตัวเองให้ห่างไกลจากอาชญากรรม นอกจากนี้ถ้ามีการบูรณาการเรื่องการปรองดอง ความสามัคคี ไม่ปล่อยให้มีผู้ก่อเหตุได้ ปัญหาต่างๆ ก็จะหมดไป ต้องทำควบคู่กัน แต่คงไม่ถึงกับมีมาตรการเรียกคืนอาวุธปืนจากผู้ครอบครอง แต่จะไปเพิ่มงบประมาณทางด้านยุทโธปกรณ์อื่นๆ ให้ตำรวจ อส. อปพร. เพิ่มกล้องวงจรปิด ร้านทอง ธนาคาร ร้านสะดวกซื้อ ก็ต้องให้ความร่วมมือหน่วยงานราชการด้วย คงไม่วิกฤติถึงกับไม่ให้คนไทยพกพาอาวุธปืน แต่ต้องช่วยกันดูแลสอดส่องให้มากขึ้น

                "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงหมาดไทย จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ มีนโยบายชัดเจนเรื่องการปรองดองในปี 2556 จะเป็นปีที่กระทรวงมหาดไทยจะพูดถึงเรื่องการปรองดองมากขึ้น มีไมตรี มีรอยยิ้มมากขึ้น เป็นมิติที่ครอบคลุม อะไรที่ไม่ถูกกัน ไม่ตรงกัน ต้องมาคุยกัน จัดเสวนาระดมความคิด แลกเปลี่ยนความเห็น จากทุกระดับ ทุกอาชีพ บทเวที แล้วมาวิเคราะห์เพื่อหาทางออกร่วมกัน อย่าใช้อารมณ์ หรือความคิดชั่ววูบในการตัดสินปัญหา ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง"

                นอกจากนี้ ดร.ประชา ยังได้กล่าวถึงมาตรการแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนว่า เน้นแก้ปัญหาความยากจน ให้คนไทยมีอาชีพ ในแนวโอท็อป กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ค่าแรงขั้นต่ำ มาตรการอื่นๆ รวมทั้งภาคเกษตร ในเมื่อมีอาชีพ คนตกงานน้อยลง ปัญาอาชญากรรมก็น้อยลง เพราะเป็นปัญหาต่อเนื่องที่โยงใยถึงกัน เป็นการแก้ปัญหาแบบบูรณาการด้วย

 

......................................

(มท.เข้ม กวาดล้างปืนเถื่อน แก้ปัญหาปากท้อง แก้ปัญหาอาชญากรรม : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : ดร.ประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) )