ไลฟ์สไตล์

'พงศ์เทพ'สั่งสอบอัสสัมชัญปิดกะทันหัน

'พงศ์เทพ'สั่งสอบอัสสัมชัญปิดกะทันหัน

25 ม.ค. 2556

'พงศ์เทพ'สั่ง สช.ตรวจสอบด่วน กรณี ร.ร.อัสสัมชัญ ปิดเรียนกะทันหัน ด้าน เลขาฯสช. รับยังติดต่ออธิการไม่ได้ เตรียมลงพื้นที่เอง หวังเจรจาให้เปิดเรียน 28 ม.ค.นี้

               25 ม.ค.56 กลุ่มครูและผู้ปกครองจาก ร.ร.อัสสัมชัญ และร.ร.อัสสัมชัญ แผนกประถม เดินทางมาพบนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ พร้อมนายชาญวิทย์ ทับสุพรรณ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) เพื่อเรียกร้องให้ร.ร.เปิดสอนในวันจันทร์ 28 ม.ค.นี้ พร้อมแก้ปัญหากรณี ร.ร.ไม่ยอมปรับฐานเงินเดือนให้ครูที่จบระดับปริญญาตรีได้เงินเดือนขั้นต่ำ 11,680 บาท ตามนโยบายรัฐบาล

               นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ได้มอบให้ เลขาฯ สช. รีบไปพูดคุยกับอธิการ ร.ร.อัสสัมชัญ เพื่อตรวจสอบถึงสาเหตุที่มีการปิด ร.ร. และจากการรับฟังข้อมูลจากครูและผู้ปกครองที่เดินทางมาพบ ก็ได้ทราบว่า การปิดโรงเรียนเป็นเรื่องที่กะทันหันมาก เสมือนว่าเพิ่งมีความคิดที่จะปิดเมื่อเช้านี้ และเมื่อวานยังไม่มีความคิดที่จะปิดเลย ขณะนี้จึงต้องรอฟังผลการหารือกับทางโรงเรียนถึงเหตุผลการดำเนินการดังกล่าว หากโรงเรียนไม่มีเหตุผลเพียงพอ สช.จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อให้โรงเรียนเปิดเรียนตามปกติเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อนักเรียน ซึ่งทุกฝ่ายทั้งครูและผู้ปกครองต่างกังวลใจกับการปิดเรียน เพราะนอกจากจะกระทบต่อการเรียนแล้ว ในวันจันทร์ที่ 28-30 ม.ค.นี้ ครูได้ให้ข้อมูลว่า เป็นวันสอบปลายภาคของนร.ชั้น ม.6

               “ ผมคิดว่า คงไม่มีใครเห็นด้วยที่ ร.ร.ปิดกะทันหัน ร.ร.ต้องเปิดสอนไม่ใช่อยู่ดีๆ จะมาปิด แต่ขอเวลาให้ เลขาสช.ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ส่วนกรณีนี้ จะมีผลต่อการเสนอขอควบรวมร.ร.อัสสัมชัญหรือไม่นั้น ต้องดูก่อนว่า มันเกี่ยวกันหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ ร.ร.ได้ออกมายืนยันชัดเจนแล้วว่า จะไม่มียุบ ร.ร. นร.ยังเรียนอยู่ที่เดิม การควบรวมเป็นแค่ขั้นตอนทางการบริหารจัดการ หลังจากนั้น ก็ไม่มีวี่แววว่าจะเกิดเรื่องขึ้น เพราะฉะนั้น ต้องตรวสอบก่อนว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวพัวกับการควบรวมร.ร.หรือไม่ “ นายพงศ์เทพ กล่าว และว่า สำหรับเรื่องการควบรวมร.ร.นั้น ตนได้รับทราบเหตุผลของฝ่ายโต้แย้งแล้ว ขณะที่เหตุผลในบางเรื่อง เช่นเรื่องความไม่สะดวกในการเดินทางนั้น เห็นว่า บางเรื่องสามารถบริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาได้

               รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า สำหรับการเรียกร้องการปรับฐานเงินเดือนนั้น ศธ.ให้การสนับสนุนโรงเรียนเอกชนทุกโรงเรียนเท่าเทียมกัน โดยในส่วนของการเพิ่มเงินเดือนและค่าครองชีพเป็นเดือนละ 15,000 บาทนั้น กติกาก็คือ รัฐออกครึ่งหนึ่ง ร.ร.ออกอีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลดำเนินการเช่นนี้ให้กับโรงเรียนเอกชนทุกโรงเรียน โดยโรงเรียนเองต้องจัดการในส่วนของโรงเรียนตามที่ได้ตกลงกัน แต่ถ้าโรงเรียนใดไม่ตั้งราคาอัตราเงินเดือนค่าตอบแทนครูตามนี้ ครูก็จะไปอยู่ที่อื่นแทน

               ด้านนายชาญวิทย์ กล่าวว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่และนิติกรไปตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว ขณะที่ตนได้พยายามติดต่อกับอธิการของ ร.ร. แต่ยังติดต่อไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ตนจะไปที่ ร.ร.ด้วยตัวเอง เพื่อตรวจสอบในเรื่องนี้ หากพบว่า การปิด ร.ร.ไม่มีสมเหตุสมผล สช.จะอาศัยอำนาจตาม พรบ.การศึกษาเอกชน พ.ศ.2550 สั่งการให้ ร.ร.เปิดสอนในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค.นี้ โดยตนจะพูดคุยกับทาง ร.ร.ให้ได้คำตอบและแจ้งทุกฝ่ายทราบภายในวันเสาร์ที่ 26 ม.ค.นี้ ย้ำว่า สช.มีอำนาจตามกฎหมายที่สั่งการให้ร.ร.ดำเนินการในเรื่องใดได้ หากพบว่า การกระทำของร.ร.ส่งผลกระทบต่อนักเรียน ซึ่งรวมถึงการสั่งการให้ ร.ร.เปิดสอนด้วย ถ้า ร.ร.ไม่ทำตาม ร.ร.มีอำนาจลงโทษตาม พรบ.การศึกษาเอกชน ซึ่งโทษสูงสุด คือ การเพิกถอนใบอนุญาต และจริงๆ แล้ว ถ้า ร.ร.ปิดเรียนโดยไม่มีเหตุผลรองรับ ก็ถือว่า มีความผิดอยู่แล้ว

               อย่างไรก็ตาม ถ้ายังเกิดเหตุขัดแย้งระหว่างร.ร.และครู ผู้ปกครอง ขึ้นเรื่อยๆ อีก สช.อาจพิจาณาชะลอเรื่องการขอควบรวม ร.ร.อัสสัมชัญ ไว้ก่อน ให้ทุกฝ่ายไปทำความเข้าใจกัน ส่วนในประเด็นที่ครูขอปรับฐานเงินเดือนนั้น ร.ร.ทุกแห่ง จะต้องปรับฐานเงินเดือนครูที่จบปริญญาตรีเป็น 11,680 บาท ขณะเดียวกัน ก็ต้องปรับเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวด้วย ให้เงินเดือนรวมค่าครองชีพไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท ตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งสำหรับ ร.ร.เอกชนที่ขอรับเงินอุดหนุนรายหัว รัฐและร.ร.เอกชนจะช่วยกันสมทบเงินค่าครองชีพชั่วคราวคนละครึ่ง แต่สำหรับ ร.ร.อัสสัมชัญนั้น เป็นร.ร.ที่ไม่ขอรับเงินอุดหนุนรายหัวเพราะเรียกเก็บค่าเทอมแบบลอยตัว เพราะฉะนั้น ร.ร.อาจจ่ายค่าครองชีพชั่วคราวแค่ในส่วนขอเขา ทำให้ครูได้ค่าตอบแทนต่อเดือนไม่ถึง 15,000 บาทได้

 

 

"ศิษย์เก่าอัสสัมชัญ"ชุมนุมร้องผอ.ออก

                กลุ่มศิษย์เก่า ชื่อว่า กลุ่มกู้อัสสัมชัญ พร้อมผู้ปกครอง อาจารย์และศิษย์ปัจจุบัน จำนวนกว่า 500 คน ได้ ร่วมชุมนุมเรียกร้องต้องการให้ ผอ.อานันท์ ปรีชาวุฒิ อธิการโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก ให้ทำการลาออกจากตำแหน่งโดยทันที โดยผู้เข้าร่วมชุมนุมทั้งหมดสวมชุดดำ และมีการโห่ร้องอยู่ตลอดช่วงการชุมนุมขับไล่

               นายสิทธิชัย ปริญญานุสรณ์ โฆษกกลุ่มกู้อัสสัมชัญ ในฐานะซึ่งเป็นทั้งผู้ปกครองและศิษย์เก่า ได้กล่าวถึงสาเหตุการเข้าร่วมชุมนุมว่า ทางอธิการและผู้บริหารโรงเรียนอัสสัมชัญบางรักแห่งนี้ได้บริหารโรงเรียนมากว่า 8 ปี ซึ่งที่ผ่านมามีการบริหารดำเนินนโยบายที่ไม่เหมาะสม ทั้งจากการก่อตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญ สาขาพระราม 2 โดยใช้งบประมาณกว่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการบริหารโดยไม่รับฟังทางศิษย์เก่า และบุคคลากรในโรงเรียน นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการไม่ขึ้นฐานเงินเดือนครูในโรงเรียน ตามมูลนิธิภรดาเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นมูลนิธิก่อตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญทั้งหมด รวมถึงปัญหาการรวมโรงเรียนอัสสัมชัญบางรักชั้นประถมและมัธยมเข้าด้วยกัน ซึ่งทำให้มีผลต่อครูที่สอนในปัจจุบันต้องถูกให้ออกจากวุฒิการศึกษาที่ไม่ถึงตามกระทรวงศึกษาธิการและยังมีการตัดเงินวิทยฐานะครูที่เคยได้รับเดือนละ 2,000 บาท กลายเป็นไม่ได้รับเลย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ทำให้เกิดข้อเรียกร้องเนื่องจากทางกลุ่มผู้ปกครอง ศิษย์เก่าและครูภายในโรงเรียน โดยได้ทำหนังสือร้องเรียนยื่นต่อทางอธิการในวันนี้

               "หลังจากที่กลุ่มเรียกร้องทั้งหมดได้ติดต่อกับอธิการเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนแล้ว แต่กลับไม่ได้รับการตอบรับและมีการปิดโรงเรียนอย่างกะทันหันในช่วงเช้าที่ผ่านมาจึงทำให้นักเรียนในะดับชั้นมัธยมและประถมที่มาโรงเรียนในวันนี้ต่างไม่ได้มีการเรียนการสอน ทั้งๆ ที่ใกล้จะถึงวันสอบปลายภาคของโรงเรียนภายในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ อีกทั้งในวันนี้ยังเป็นวันปัจฉิมนิเทศของนักเรียนชั้น ม.6 ที่จะได้มาโรงเรียนเป็นวันสุดท้าย กลับไม่ได้มีกิจกรรมวันเรียนจบอย่างที่ควรจัดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้จะมีการเรียกร้องไปยังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้มีการดำเนินการเปิดการเรียนเพราะมีเด็กชั้น ม.1-5 ต้องเรียนหนังสือ ติวในวันใกล้สอบนี้และนอกจากนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังมีการแถลงการณ์ในช่วงเวลา 11.00 น. ให้ผู้สื่อข่าวติดตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งภายหลังการแถลงข่าวยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเดินทางไปยังมูลนิธิภรดาเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย บริเวณถนนทองหล่อ ซอย 25 เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร เพื่อเรียกร้องกับประธานมูลนิธิในการสั่งถอดอธิการโรงเรียนให้ออกจากตำแหน่งพร้อมกับแต่งตั้งอธิการคนเก่าขึ้นบริหารโรงเรียนแทน นอกจากนี้ยังมีบางส่วนเดินทางไปที่สำนักมิสซังคาทอลิกเพื่อยื่นหนังสือต่อเจ้าคณะนักบวชในการกล่าวโทษอธิการรายนี้ในด้านจริยธรรม" นายสิทธิชัย กล่าว

               ในส่วนของมาสเตอร์ประดิษฐ์ ชัยปรีชา ครูส่วนงานนโยบายและแผนโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก ส่วนมัธยมศึกษา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ที่ผ่านมาการทำงานของอธิการบดีรายนี้ทำให้เกิดปัญหาจากการไม่ปรับฐานเงินเดือนและการตัดค่าวิทยฐานะหรือค่าครองชีพของครู รวมถึงที่สำคัญยังมีการยุบรวมโรงเรียนชั้นมัธยมและประถมศึกษา ทำให้ครูจำนวนหนึ่งที่ไม่มีวุฒิปริญญาตรีแต่มีอายุการทำงานมากว่า 30-40 ปี ต้องให้ออกจากโรงเรียน ซึ่งถ้าโชคดีอาจกลับเข้ามาทำงานได้ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่หรือพนักงานเพียงเท่านั้น ทำให้เกิดปัญหาความข้องใจของครูในโรงเรียนขึ้น ซึ่งยังมีครูอีกจำนวนหนึ่ง ยังไม่ได้ปรับแม้แต่เงินเดือน 15,000 บาท ตามกฎหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ วันนี้จึงมีทั้งครูในส่วนระดับประถมศึกษาและมัธยามศึกษามารวมตัวกันนับ 100 คน เพื่อให้อธิการบดีดำเนินการตามข้อเรียกร้อง

               "ส่วนของครูภายในโรงเรียนต้องการเรียกร้องให้มีการปรับฐานเงินเดือนและคืนค่าครองชีพครูให้ตามนโยบายของมูลนิธิที่ก่อตั้งเพียงเท่านั้น ไม่ได้ต้องการให้มีการชุมนุมโดยกลุ่มผู้เรียกร้องอย่างที่เห็นจำนวนกว่า 500 คนในวันนี้ แต่เป็นเพราะทางอธิการไม่รับฟังบุคคลากรในโรงเรียนซ้ำร้ายยังสั่งปิดโรงเรียน จึงทำให้เหตุการณ์บานปลายเกิดการแถลงข่าวเรียกร้องเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา ซึ่งจากที่ทำงานร่วมกับอธิการมากว่า 8 ปี ก็เคยให้คำปรึกษาแนะนำหลายครั้งในการดูแลบุคลากรในโรงเรียนแต่กลับถูกปฏิเสธและไม่รับฟังใช้อำนาจเบ็ดเสร็จในการบริหารมาโดยตลอด" มาสเตอร์ประดิษฐ์ กล่าว

               จากการสอบถามนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญที่ศึกษาอยู่ในปัจจุบัน กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็เคยได้ยินเรื่องปัญหาการบริหารของอธิการท่านนี้ จากการพูดคุยในสังคมออนไลน์ของกลุ่มศิษย์เก่า แต่โดยส่วนตัวไม่ทราบข้อเท็จจริงในการบริหารว่าจะมีการทุจริตหรือความไม่เหมาะสมหรือไม่ แต่จากที่เรียนมากว่า 5 ปี มีการขึ้นค่าเทอมโดยอ้างว่าเป็นการนำเงินมอบให้กับครูในโรงเรียนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่เมื่อมีการเรียกร้องเรื่องการไม่ปรับฐานเงินเดือนของครู ตนก็ไม่เข้าใจว่าบริหารของอธิการายนี้มีสิ่งใดผิดพลาดหรือบกพร่องหรือไม่

               อย่างไรก็ตาม การชุมนุมใช้เวลาอยู่ราว 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงเริ่มแยกย้ายทยอยไปยังมูลนิธิภรดาเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ในช่วงเวลาบ่ายสองโมง ซึ่งจะมีการยื่นหนังสือกับประธานมูลนิธิในการปลดอธิการรายนี้และนำอธิการคนเก่าเข้าดำรงตำแหน่งแทน โดยคาดว่าจะมีการเร่งประชุมผู้บริหารมูลนิธิ ในการดำเนินการตามข้อเรียกร้องภายใน 1-2 วันนี้ จากการสอบถามกลุ่มผู้เรียกร้องยังได้รับคำตอบอีกว่าหากยังไม่มีการดำเนินการจะต้องมีการประชุมในกลุ่มผู้เรียกร้อง ซึ่งอาจต้องใช้มาตรการกดดันโดยการยกระดับชุมนุมเรียกร้อง โดยจะไม่ให้กระทบต่อการเรียนการสอน หรือความรุนแรงและความไม่สะดวกของพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยรอบอย่างแน่นอน

 

........................................

ข่าวเกี่ยวข้อง

- ปิด!'อัสสัมชัญบางรัก'หนีม็อบ'ครู-นร.' : http://www.komchadluek.net/detail/20130125/150206/ปิด!อัสสัมชัญบางรักหนีม็อบครูนร..html