
เสนอแนะการสร้างสรรค์กรุงเทพฯแบบ360องศา
เสนอแนะการสร้างสรรค์กรุงเทพฯแบบ 360 องศา : คอลัมน์ อยู่สบาย โดย... เอกพงษ์ ตรีตรง
บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คุกรุ่นเข้ามาอีกแล้ว ท่ามกลางผู้สมัครทั้งหลายที่เสนอนโยบายกันไปต่างๆ นานา ความหวังของคนเมืองหลวงดูท่าทางไร้ความหวังเพราะการนำเสนอนโยบายที่ไม่ได้บูรณาการเมืองหลวงอย่างเป็นรูปธรรม ขาดการประสานองค์ความรู้รอบทิศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศักยภาพในการบริหารเมืองอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต การโจมตีทางการเมืองการแบ่งพรรคแบ่งพวกด้วยประเด็นทางการเมือง อาจเป็นความล้มเหลวในระบบเลือกตั้งเพื่อให้ได้ผู้นำเมืองที่มีคุณภาพเข้ามาทำงาน การปะปนไประหว่างการเมืองใหญ่ของประเทศกับการเมืองท้องถิ่น เพราะเมืองหลวงอาจเป็นความล้าหลังของเมืองในอนาคต เพราะคนบริหารขาดวิสัยทัศน์ เรื่อง “เมือง” โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายละเอียดของเมืองมีปัจจัยองค์ประกอบที่สมบูรณ์หลายทิศทาง กรุงเทพมหานครจำเป็นต้องได้ผู้นำผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ มองมุมเมืองครบถ้วนทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ความคิดสร้างสรรค์” ในการกำหนดนโยบาย
สิ่งที่ประชาชนอยากจะเห็นคือ การเปลี่ยนแปลงอันควรจะเกิดขึ้นมานานแล้วในเมืองหลวงแห่งนี้ แต่ขาดการดูแลเอาใจใส่ ละเลยจนสะสมเป็นปัญหาคาราคาซังมายาวนาน เช่น ปัญหาการจราจร โดยนับวันยิ่งเป็นมะเร็งร้ายเกาะกินคุณภาพชีวิตของประชาชน ปัญหามลภาวะสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมทั้งคุณภาพอากาศและความสกปรกของเมือง ปัญหาการจัดการขยะที่ระบบยังไม่ได้รับการบริหารให้มีประสิทธิภาพได้เท่าใดนัก ปัญหาคุณภาพชีวิต สุขอนามัย และความปลอดภัยในการอยู่อาศัยในเมืองหลวง ขนาดใหญ่ และหนาแน่นแบบนี้ ปัญหาภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งแผ่นดินไหวและน้ำท่วมที่ควรได้รับการวางระบบป้องกันเพื่อทุเลาปัญหาได้หลังเกิดเหตุ ปัญหาการจัดผังโซนนิ่งอย่างเข้าใจและบูรณาการปัญหาความไม่ตระหนักในระเบียบวินัยของประชาชนในการอยู่ร่วมกับเมืองหลวงแห่งนี้ เป็นต้น
ในขณะที่นอกจากจะมองปัญหาได้ทะลุทะลวงแล้วนั้น การบริหารจัดการด้วยความคิดแบบบูรณาการ การประสานหน่วยงานอื่นๆ ให้มีเอกภาพนั้นก็ถือเป็นเรื่องสำคัญในการเป็นผู้บริหารเมืองที่มีองค์ประกอบรอบด้าน
แนวทางเชิงรุก แนวทางที่ต้องอาศัยนวัตกรรมตลอดจนความเข้าใจถึงเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ที่ยังคงต้องรักษาไว้ทั้งศิลปวัฒนธรรม วิถีชุมชน ประวัติศาสตร์ และลักษณะพิเศษที่น่ารักของคนกรุงเทพฯ
กรุงเทพฯ เปรียบเสมือนชีวิตที่ประกอบด้วยชีวิตหลายชีวิตอยู่ร่วมกัน การจัดการอย่างมีระบบ และให้ระบบที่มีประสิทธิภาพเป็นเสมือนกลไกที่ทำให้เมืองมีลมหายใจและยั่งยืน การบริหารเมืองจึงต้องเข้าใจทุกบริบท ทุกมิติ ทั้งลึกและกว้าง เป็นมืออาชีพ ไม่ใช่มือสมัครเล่น โดยแนวทางที่ผมเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์มีดังนี้ครับ
1.การกำหนดแนวทางการพัฒนาเมืองหลวงอย่างมีทิศทางชัดเจน
โดยจะต้องมองทะลุเห็นปัญหาเมืองให้ถ่องแท้ ในขณะที่เข้าใจบริบทการพัฒนาเมืองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อสามารถกำหนดอนาคตที่สร้างสรรค์ได้ มีความดื่มด่ำลึกซึ้งเรื่องประวัติศาสตร์เพื่อบ่มเพาะต่อยอดอย่างมีทิศทางเป้าหมาย เสนอแนะให้มีการสำรวจและวิจัยในมิติต่างๆ อย่างลงลึกของ “เมืองหลวง” ศึกษาแนวทางจากกรณีศึกษาของเมืองต่างๆทั้งโลกทั้งในอดีตและปัจจุบัน แล้วกำหนดเป็นธีมและคอนเซ็ปต์ในการพัฒนากรุงเทพมหานครที่จะเดินร่วมกันในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพและอัตลักษณ์ชัดเจน
2.การกำหนดและออกแบบอัตลักษณ์กรุงเทพมหานคร
ต้องมีธงชัดเจนและชี้ให้ชัดว่าจะนำเรื่องใดมาเป็นนโยบายหลักทั้งระยะสั้นและระยะยาว มีวงจรในความเป็นไปได้ อัตลักษณ์จะต้องประกอบจากการรวบรวมปัจจัยต่างๆ รอบทิศ 360 องศา จนเกิดเป็นอัตลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างจากเมืองต่างๆ ในโลกนี้ โดยอาจจะมีอัตลักษณ์เฉพาะไปจนถึงอัตลักษณ์ของที่อยู่ภายในร่วมกัน พูดง่ายๆ ก็คือ แม้มีความหลากหลายก็อยู่รวมกันได้อย่างเป็นเอกภาพ อัตลักษณ์ จึงเกิดจากความหลากหลายร่วมกันแม้จะแตกต่างกันก็ตาม เช่น
กรุงเทพมหานคร เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมและการสร้างสรรค์แห่งอาเซียน
กรุงเทพมหานครเมืองแห่งความรัก ความสุข และรอยยิ้ม
กรุงเทพมหานครเมืองแห่งการบ่มเพาะธุรกิจแห่งอาเซียน
กรุงเทพมหานครเมืองแห่งต้นน้ำทางปัญญา
กรุงเทพมหานครเมืองแห่งผลไม้และอาหารที่สมบูรณ์
หรืออีกหลายๆ แนวทางมากมาย ซึ่งต้องกำหนดเป็นภาพรวมให้ได้
3.การพัฒนากรุงเทพมหานครอย่างบูรณาการ 360 องศาทุกมิติ
ศักยภาพของเมืองที่มีคุณภาพจะต้องได้รับการพัฒนาในองศารอบด้านทุกมิติ ภายใต้ร่มเดียวกัน ในมิติมุมมองจะต้องไปกระทบในเชิงลึกด้วย แต่สามารถนำบางมิติมาเป็นส่วนสำคัญในการเน้นย้ำในการบริหารอันเป็นอัตลักษณ์มิติต่างๆ เช่น
มิติทางกายภาพทางกายภาพของเมือง อันประกอบด้วยสภาพแวดล้อมที่ก่อร่างสร้างเมืองที่จับต้องได้
มิติทางเนื้อหา จิตใจ จิตวิญญาณ อันประกอบด้วย ภูมิปัญญา วิถีชุมชน การศึกษา ทัศนคติ ความเชื่อ ประวัติศาสตร์ ฯลฯ
มิตินวัตกรรมและการวางแผนงานเมืองในอนาคต โดยให้เกิดการมีส่วนร่วมหลังจากเห็นความหวังที่เป็นไปได้ร่วมกันออกแบบเมืองเอาไว้ล่วงหน้าครอบคลุมทุกมิติเพื่อกำหนดแนวทางอนาคตออกมาเป็นแผนที่แข็งแกร่งและนิ่งไม่เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา
โดยทั้งหมดเหล่านี้ผู้สมัครควรแถลงนโยบายต่อประชาชนคนกรุงเทพฯ อย่างมีความเป็นไปได้สูงสุด
ควรจัดให้มีการทำระบบการตรวจสอบประชาพิจารณ์ หลังจากได้รับตำแหน่ง ควรจัดระบบ KPI ในการประเมินการทำงานของตัวแทนประชาชน มีตารางงาน งบประมาณ ผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ไม่มั่ว มีการวางแผนเมืองในทิศทางที่โปร่งใสและเข้าใจ “เมือง” ว่า “คน” คือ องค์ประกอบสำคัญก่อนวัตถุ ติดตามเนื้อหาการวิจารณ์และเสนอแนะการสร้างสรรค์เมืองอย่างมีระบบในคอลัมน์นี้ และรายการ “อยู่สบาย” ทางเนชั่น แชนแนล 09.30-11.30 น. ทุกเช้าวันเสาร์นะครับ
.......................................
(หมายเหตุ เสนอแนะการสร้างสรรค์กรุงเทพฯแบบ 360 องศา : คอลัมน์ อยู่สบาย โดย... เอกพงษ์ ตรีตรง)



