
การพัฒนาร้านค้าปลีกในชุมชนเมือง
การพัฒนาร้านค้าปลีกในชุมชนเมือง : แต่งร้านให้ได้ล้าน โดย... เอกพงษ์ ตรีตรง
ความล้มเหลวในการพัฒนาร้านค้า อันเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของวงจรเศรษฐกิจที่สำคัญของเมือง คือ การปล่อยให้ธุรกิจขนาดย่อยและร้านค้าย่อย พัฒนาไปตามมีตามเกิด ผู้บริหารบ้านเมืองที่ผ่านมามองข้ามองค์ประกอบที่ทำให้เมืองสมบูรณ์เหล่านี้ไป ซึ่งถ้าแม้ว่าจะมีระบบการพัฒนาและให้ได้รับความช่วยเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ประสบปัญหามากมาย เช่น การรุกล้ำร้านค้าชุมชนจากร้านค้าต่างชาติหรือแบรนด์ใหญ่ การล้มหายตายจากของธุรกิจชุมชนในเมืองหลวง การขาดการต่อยอดของลูกหลานในการพัฒนาให้เจริญรุ่งเรือง การขาดที่ปรึกษาในการพัฒนาธุรกิจให้มีความแข็งแกร่ง และยั่งยืน
และจริงๆ แล้วจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมืองสำคัญๆ ของประเทศนี้ต่างก็มีความลึกซึ้งทางวัฒนธรรมอย่างมาก มีความหลากหลายทาง “ชีวภาพทางปัญญา” มหาศาล แต่จำนวนการบ่มเพาะถือว่าน้อยมากที่จะสามารถต่อยอดให้เกิดการขยายซึ่งจะเป็นผลดีมากๆ ครับ ถ้าธุรกิจร้านค้าย่อยมีความก้าวหน้าขึ้นกว่าที่ผ่านมาในทุกมิติ จนเกิดแบรนด์สินค้าที่แข็งแกร่งทั่วแผ่นดิน
ร้านค้าที่ล้มเหลวหรือย่ำอยู่กับที่ก็เกิดจากการไม่เข้าใจระบบคิดแบบ 360 องศา ทำด้านหนึ่งแต่ละเลยอีกด้านหนึ่ง ขาดการบูรณาการศาสตร์องค์ความรู้ให้เป็นเอกภาพ ขาดอุดมการณ์มุ่งมั่นให้มีแผนงานและวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ขาดการเอาใจใส่ของหน่วยงานรัฐ ปล่อยปละละเลยช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแบบผิวเผิน
กรุงเทพมหานคร ในบรรยากาศของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งนี้ก็ยังไม่ได้เห็นนโยบายในเชิงรุก ในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการบ่มเพาะร้านค้าปลีกเล็กๆ ตั้งแต่รถเข็น แผงลอย ร้านค้าเช่า ไปจนถึงร้านขนาดกลางและขนาดใหญ่สายพันธุ์ไทย ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจะมีผลต่อการจัดเก็บภาษีเข้าสู่รัฐอย่างมีระบบ เต็มเม็ดเต็มหน่วยและ “เต็มใจ” ในการจ่ายภาษีก็จะมีผลดีต่อ “รัฐ” มากขึ้นทุกมิติ
การบ่มเพาะพัฒนาร้านค้าปลีกในองค์ประกอบสำคัญๆ มีดังนี้ครับ
1.การสนับสนุนให้เกิดธุรกิจต้นน้ำ
การทำอะไรซ้ำกับคนอื่นอาจจะอยู่ยากในยุคนี้และอนาคต การคิดค้นสินค้า และการให้บริการแนวใหม่ๆ ควรจะเกิดขึ้นเป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจต้นน้ำ ซึ่งอาจเกิดจากการพัฒนาธุรกิจเดิมที่มีอยู่ให้มีการขยายตัวไปในทางสร้างสรรค์ และมีความเป็นไปได้ในทางการตลาด การบ่มเพาะควรเริ่มจากการมีทิศทางชัดเจน เป้าหมายชัดเจนและความถนัดเฉพาะชัดเจน แล้วนำการออกแบบสร้างสรรค์มาเป็นแง่หลักในการเริ่มต้นธุรกิจต้นน้ำ
2.ก่อเกิดแบรนด์ที่มีดีเอ็นเอ และอัตลักษณ์เฉพาะตัว
การส่งสริมให้เกิดค่านิยมไม่ลอกเลียนแบบ ค่านิยมการคิดแนวทางใหม่ๆ อยู่ในสายเลือดทางธุรกิจ ส่งเสริมให้เกิดการทำวิจัยและวิจัยสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้เกิดการออกแบบอัตลักษณ์องค์กรทั่วทุกธุรกิจ จนก่อร่างสร้างเป็นอัตลักษณ์ของสินค้าและการให้บริการ มีลิขสิทธิ์เกิดขึ้นมากมาย มีสิทธิบัตรทั่วทุกแบรนด์ อันมีสินค้าในทุกระดับ ทั้ง บน กลาง ล่าง ตามสายการตลาดของโลก สินค้าต่างๆ เหล่านี้ เป็นที่นิยมในระดับโลก ซึ่งจะต้องมีการบ่มเพาะให้เกิดมาตรฐานสินค้าในพื้นฐาน เสน่ห์ของไทยและที่คนไทยถนัดนั่นเอง
3.มีการบริหารจัดการ อย่างมีระบบ
ซึ่งจะทำให้เกิดมาตรฐานในระดับสากล ควรมีการอบรมบ่มเพาะอย่างมีประสิทธิภาพไม่ใช่ผักชีโรยหน้า มีการนำกลยุทธ์เชิงสร้างสรรค์มาใช้ในการสร้างธุรกิจ เกิดความเป็นจริงเป็นจังในการประกอบสัมมาชีพอย่างมีจริยธรรม มีอุดมการณ์และความมุ่งมั่นจนเกิดระบบที่มีโครงสร้างทางการบริหารจัดการอย่างชัดเจน
4.มีกลไกในการสนับสนุนทุกมิติ จนสามารถโบยบินได้อย่างมีสง่าราศี
หน่วยงานรัฐและสังคมต้องสร้างกลไกในการสนับสนุนให้เกิดธุรกิจร้านค้าที่มีคุณภาพในทุกระดับและช่วยประคับประคองอย่างชาญฉลาด ไม่ปล่อยปละละเลย มอนิเตอร์การเติบโตอย่างมีคุณธรรม สร้างสรรค์กฎหมายต่างๆ ทั้งเกื้อหนุนและจัดระบบให้ผู้ประกอบการเดินทางอย่างอบอุ่นและกล้าหาญโดยถนนที่เดินมีระบบไม่เบี้ยวไปเบี้ยวมา โดยมีจุดหมายเป็นความสำเร็จไม่ใช่เหว หรือป่าช้าทางธุรกิจ
ที่สำคัญจะต้องนำความคิดสร้างสรรค์และปัญญามาส่งเสริมกระบวนการของธุรกิจเป็นแกนสำคัญของธุรกิจร้านค้าปลีก ที่พร้อมจะเติบโตสู่เวทีโลก ประเทศไทยก็จะหลุดจากประเทศรายได้ปานกลางสู่รายได้สูงกันทั้งแผ่นดินแบบเป็นจริงไม่ใช่แค่นโยบายขายฝัน
.......................................
(หมายเหตุ การพัฒนาร้านค้าปลีกในชุมชนเมือง : แต่งร้านให้ได้ล้าน โดย... เอกพงษ์ ตรีตรง)



