ไลฟ์สไตล์

'นครชัยบุรินทร์'ต้นแบบโรคหัวใจ

'นครชัยบุรินทร์'ต้นแบบโรคหัวใจ

25 ม.ค. 2556

เครือข่าย'นครชัยบุรินทร์'ต้นแบบเชื่อมโยงโรคหัวใจ : โดย...พวงชมพู ประเสริฐ...เรื่อง/สารนิเทศ สธ....ภาพ

               "เครือข่ายระบบบริการสุขภาพ" เป็นเรื่องใหญ่ของระบบสาธารณสุขไทยที่จะเกิดขึ้นในปี 2556 โดยเป็นการจัดแบ่งสถานพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ทุกระดับตั้งแต่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) โรงพยาบาลชุมชน(รพช.) หรือโรงพยาบาลประจำอำเภอ โรงพยาบาลทั่วไป(รพท.) หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัด และโรงพยาบาลศูนย์(รพศ.) ออกเป็นกลุ่มจังหวัดทั้งหมด 12 กลุ่ม หรือเรียกว่า "12 พวงบริการ" รับผิดชอบประชากร 4-5 ล้านคนต่อเครือข่าย ซึ่งจะเป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการให้บริการ เริ่มต้นด้วย 10 สาขา

               "ที่ผ่านมาสถานพยาบาลแต่ละแห่งอยู่ในลักษณะต่างคนต่างพัฒนา ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน และพัฒนาไปในทิศทางต่างกัน จึงต้องจัดรูปแบบบริการประชาชนในรูปแบบเครือข่ายบริการสุขภาพ เพื่อให้สถานพยาบาลภายในเครือข่ายใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด" นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดสธ.กล่าว

               "เครือข่ายนครชัยบุรินทร์" เป็นเครือข่ายเขต 9 มี นพ.คำรณ ไชญศิริ ผู้ตรวจราชการสธ. เป็นหัวหน้าในการบริหารเครือข่าย ประกอบด้วย 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ได้รับการยกย่องเป็นต้นแบบการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างเต็มประสิทธิภาพด้านโรคหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน(STEMI) มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ที่มีศักยภาพในการให้บริการวินิจฉัยและตรวจรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด ทั้งการตรวจพิเศษโรคหัวใจได้แก่ การตรวจอัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram) การตรวจวัดสมรรถนะหัวใจ การสวนหัวใจ การผ่าตัดหัวใจ และอื่นๆ

               แผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ(service plan) เริ่มตั้งแต่การให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับอาการของโรคหากมีอาการให้รีบนำส่งโรงพยาบาล, การพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน, การพัฒนาศักยภาพรพช.เพื่อให้การดูแลเบื้องต้น อย่างเหมาะสมและเพิ่มขีดความสามารถด้านรักษาด้วยยาสลายลิ่มเลือด, การจัดทำ ช่องทางด่วน(Fast track) และระบบให้คำปรึกษาในกลุ่มแพทย์ผ่านทางสมาร์ทโฟน รวมถึงการพัฒนารพช.ในการดูแลผู้ป่วยที่บ้านอย่างต่อเนื่อง

               นพ.พินิจ แก้วสุวรรณะ หัวหน้าศูนย์โรคหัวใจ รพ.มหาราชนครราชสีมา ให้ข้อมูลว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาที่แม่นยำและรวดเร็ว ด้วยการเปิดหลอดเลือดหัวใจอย่างเร่งด่วนในเวลาที่เหมาะสม ด้วยการกินยาละลายลิ่มเลือดและการใส่สายสวนหัวใจ ซึ่งจะทำให้มีโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น กลุ่มแพทย์โรคหัวใจทั้งอายุรแพทย์หัวใจ ศัลยแพทย์หัวใจ กุมารแพทย์หัวใจของเครือข่ายที่มีประมาณ 20 คน จึงได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยผ่านสมาร์ทโฟน ช่วยให้การดูแลผู้ป่วยเร็วขึ้น

               การทำงานเชื่อมโยงเพื่อการรักษาผู้ป่วย นพ.พินิจ อธิบายว่า เมื่อผู้ป่วยมีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อาจร่วมกับหอบเหนื่อย หน้ามืด เป็นลม มือเท้าเย็น และถูกนำส่งรพช.ใกล้บ้านที่ไม่มีแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจประจำอยู่ เช่น รพ.ปากช่องนานา ซึ่งจะมีระบบช่องทางด่วนสำหรับผู้ป่วยโรคนี้โดยเฉพาะ หลังนำเข้าห้องฉุกเฉินจะมีแพทย์มาตรวจอาการ จากนั้นจะส่งรูปการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วยเข้ากลุ่มแพทย์หัวใจของเครือข่ายในโปรแกรมสนทนาผ่านสมาร์ทโฟน

               จากนั้นแพทย์หัวใจที่เป็นเวรแต่ละวัน จะทำการวินิจฉัยว่าผู้ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือไม่ หากใช่ จะบอกแพทย์ที่รพช.ให้ยาละลายลิ่มเลือดแก่ผู้ป่วย ก่อนนำผู้ป่วยส่งมายัง รพ.มหาราชฯเพื่อเข้ารับการสวนหัวใจ ซึ่งระหว่างที่นำส่งผู้ป่วย ทีมแพทย์ รพ.มหาราชฯ จะเตรียมความพร้อมห้องสวนหัวใจ เมื่อผู้ป่วยเดินทางมาถึงเข้ารับการสวนหัวใจทันที โดยดำเนินการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ภายหลังการรักษาจะมีระบบติดตามและดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องด้วยการเยี่ยมบ้านและจัดชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนในชุมชน

                "ผลการดำเนินงาน ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันจากทั้ง 4 จังหวัดในเครือข่ายเข้ารับการรักษาที่ รพ.มหาราชฯ เพิ่มขึ้นทุกปี ปี 2553 จำนวน 418 คน ปี 2554 ราว 494 คน และปีล่าสุด 2555 ประมาณ 647 คน ขณะที่อัตราการเสียชีวิตลดลงจาก 24% ก่อนมีเครือข่ายเหลือ15% ในปี 2555 และผู้ป่วยเข้าถึงบริการเร็วภายใน 90 นาทีมากถึง 83% จากเดิมเพียง 61%" นพ.พินิจกล่าว

                สำหรับแผนการพัฒนาในอนาคต นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช ผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา กล่าวว่า โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ผ่านมา รพ.มหาราชฯ มีความจำเป็นต้องส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์ จึงวางแผนเปิดบริการตรวจรักษาด้วยเครื่องสรีระการไฟฟ้า รักษาผู้ป่วยโรคหัวใจผิดจังหวะ ซึ่งที่ผ่านมา รพ.มหาราชฯ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)เขต 9 และโรงพยาบาลเอกชนใน จ.นครราชสีมา ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันเพื่อเปิดห้องผ่าตัดที่โรงพยาบาลเอกชน สำหรับผ่าตัดบายพาสเส้นเลือดหัวใจและลิ้นหัวใจ ช่วยลดระยะเวลารอคอยผ่าตัดหัวใจให้เร็วกว่า 1 เดือน อีกทั้งอยู่ระหว่างการเจรจาในการเปิดห้องสวนหัวใจของโรงพยาบาลเอกชนเพื่อรองรับผู้ป่วยใน 4 จังหวัดเครือข่ายและภายในปี 2557 จะพัฒนาศักยภาพเครือข่ายรพศ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ให้สามารถให้บริการสวนหัวใจได้

                ไม่เพียงแต่เครือข่ายนครชัยบุรินทร์เท่านั้นที่จะเกิดรูปแบบบริการในลักษณะนี้ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ตามนโยบายพัฒนาระบบบริการสุขภาพปี 2555-2559 แต่ละเครือข่ายบริการฯ จะมีศูนย์เชี่ยวชาญรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด 1-2 แห่ง ดูแล 4-8 จังหวัด ประชากรเฉลี่ย 5-6 ล้านคน  โดยจัดบริการรักษาพยาบาลมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการใกล้บ้านที่สุด ใช้ทรัพยากรร่วมกันภายในเขต และดูแลเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายตั้งแต่โรงพยาบาลเล็กสุดไปจนถึงศูนย์เชี่ยวชาญ ตั้งเป้าภายใน 3 ปีจะลดอัตราเสียชีวิตผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันให้มีไม่เกิน 20 ต่อแสนประชากร  ขณะนี้สธ.มีศูนย์เชี่ยวชาญรักษารวม 35 แห่ง จากที่มีทั่วประเทศทั้งรัฐและเอกชนรวม 60 แห่ง

 

..............................................

(เครือข่าย'นครชัยบุรินทร์'ต้นแบบเชื่อมโยงโรคหัวใจ : โดย...พวงชมพู ประเสริฐ...เรื่อง/สารนิเทศ สธ....ภาพ)