ไลฟ์สไตล์

ผลิตปุ๋ยคุณภาพปลูก'อ้อย-มันสำปะหลัง'

ผลิตปุ๋ยคุณภาพปลูก'อ้อย-มันสำปะหลัง'

21 ม.ค. 2556

มิตรผลผนึก 'ศักดิ์สยาม' ผลิตปุ๋ยคุณภาพ ป้อนเกษตรกรผู้ปลูก 'อ้อย-มันสำปะหลัง' : สุรัตน์ อัตตะ ... รายงาน

                            ไม่ปฏิเสธว่าการร่วมมือทางการค้าด้วยการสร้างเครือข่ายตามความถนัดในแต่ละธุรกิจในภาคการเกษตร ไม่เพียงเป็นทางออกในเรื่องการลดต้นทุนในเชิงการบริหารจัดการเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน โดยเฉพาะปุ๋ย ต้นทุนการผลิตที่สำคัญสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญของประเทศ

                            ประวิทย์ ประกฤตศรี กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจพลังงาน มิตรผล ไบโอฟูเอล กล่าวถึงความร่วมมือทางการค้าระหว่าง บจก.เพิ่มผลผลิตในเครือของมิตรผลกรุ๊ป กับ บจก.ศักดิ์สยาม อินเตอร์ ซัพพลาย ว่า เนื่องจากกลุ่มมิตรผลมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี และแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 1 แสนตัน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มฐานการผลิตปุ๋ยเพิ่ม โดยมาร่วมเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทศักดิ์สยาม ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการผสมปุ๋ยบาวเบนเพื่อใช้ในกลุ่มของมิตรผล ที่กำลังขยายธุรกิจทางการเกษตรไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า

                            "เราควรจะมีธุรกิจบางส่วนเพื่อจะได้รู้ความเป็นไปความเคลื่อนไหวของวัตถุดิบ การผลิตและการตลาดเพื่อทำให้ชาวไร่ของกลุ่มมิตรผลได้ใช้ปุ๋ยที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสม เราใช้เวลาเตรียมการค่อนข้างนานพอสมควร ศึกษาต้นทุน ราคาตลาด ผู้ประกอบการ แต่หลังได้ศึกษาอย่างละเอียดทั้งหมดแล้วพบว่าเราไม่สามารถทำทั้งหมดได้ด้วยตัวเอง จึงจำเป็นต้องร่วมมือกับผู้ผลิตปุ๋ยที่มีความชำนาญอยู่แล้วเป็นวิธีที่ดีที่สุดแทนที่เราจะผลิตเอง"

                            ประวิทย์กล่าวระหว่างลงนามในพิธีความร่วมมือทางการค้ากับศักดิ์สยาม อินเตอร์ ซัพพลาย ผู้นำเข้าแม่ปุ๋ยและผลิตปุ๋ยรายใหญ่ ภายใต้สัญลักษณ์ทางการค้าตรา "ซอยส์เมต" เพื่อจัดจำหน่ายให้แก่ชาวไร่อ้อยและเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการป้อนโรงงานผลิตน้ำตาลของมิตรผล ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสานและภาคกลาง  

                            "เรามีพื้นที่ปลูกอ้อยทั้งหมดประมาณ 1.9 ล้านไร่ ปีหนึ่งๆ ต้องใช้ปุ๋ยไม่ต่ำกว่า 1 แสนตัน ที่ผ่านมาเราใช้วิธีการประมูล เพราะราคาปุ๋ยมันขึ้นลงตามราคาตลาดโลก ที่ต้องระวังอย่าไปซื้อตอนมันแพง บางครั้งช่วงมันถูกไม่สามารถซื้อเก็บได้ ด้วยเม็ดเงินที่ลงทุนจำนวนมหาศาลและดอกเบี้ยที่ไหลตลอดเวลา สุดท้ายเราไม่สามารถผลิตเองได้ก็ต้องพึ่งผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ จากการทำงานร่วมกันมาระยะหนึ่งพบว่า ศักดิ์สยามมีวิวัฒนาการและมีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย มีกำลังการผลิตที่ดีคือให้ทางศักดิ์สยามนำเข้าวัตถุดิบและผลิตแล้วเราจัดจำหน่ายแก่ชาวไร่"

                            บอสใหญ่กลุ่มธุรกิจพลังงานมิตรผล ไบโอฟูเอล ยอมรับว่า แม้มิตรผลจะมีโรงงานผลิตปุ๋ยอยู่ถึง 2 โรงอยู่ที่โรงงานน้ำตาลภูเขียว 1 โรง มีกำลังการผลิต 6,000 ตันต่อปี และที่แขวงสุวรรณเขต ส.ป.ป.ลาวอีก 1 โรง มีกำลังการผลิต 5 หมื่นตันต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ เมื่อเทียบกับศักดิ์สยามที่มีกำลังการผลิตสูงถึง 800-1,000 ตันต่อวัน

                            "คิดว่าหลังจากนี้เราน่าจะลดต้นทุนได้ไม่ต่ำกว่า 5% ไม่เหมือนกับธุรกิจอื่นนะที่เขาต้องทำกำไร แต่ธุรกิจปุ๋ยทำอย่างไรจึงจะลดต้นทุนได้ เราก็พยายามจัดหาปุ๋ยโดยภาพรวมให้ต่ำราคาตลาด ทำให้ชาวไร่ได้ใช้ปุ๋ยที่ดี มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม สำหรับสูตรที่ผลิตมีอยู่ 3 ตัว สูตร 16-16-8 เป็นตัวรองพื้นกรณีปลูกใหม่ สูตร 21-7-8 ช่วงนี้ต้องการความหวาน อีกตัวยอดฮิตสูตร 46-0-0 เร่งต้นเร่งใบ" ประวิทย์กล่าว 

                            ขณะที่ ทวีศักดิ์ สุทิน ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ปุ๋ย ศักดิ์สยามและนายกสมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทยกล่าวเสริมว่า เบื้องต้นจะทำการผลิตปุ๋ยส่งให้กับ บจก.เพิ่มผลผลิต กลุ่มธุรกิจพลังงานมิตรผล ไบโอฟูเอล จำนวน 1 หมื่นตัน โดยผลิตใน 3 สูตรด้วยกัน ได้แก่สูตร 16-16-8 เป็นปุ๋ยใส่รองพื้นกรณีปลูกใหม่ สูตร 21-7-8 ใส่เพื่อต้องการความหวานและอีกตัวยอดฮิตคือสูตร 46-0-0 ช่วงที่ต้องการเร่งต้นเร่งใบ

                            "ปริมาณการผลิตของบริษัททั้งหมดประมาณ 2 แสนต่อปี เบื้องต้นเขาขอแค่ 1 หมื่นตันก่อน แต่สิ่งที่เราร่วมมือกันในวันนี้คือ ต้องการพัฒนาคุณภาพของปุ๋ย ซึ่งเรามีความถนัดในเรื่องของเทคโนโลยีการผลิต การนำเข้าแม่ปุ๋ยจากทั่วโลก เรามีบริษัทวิจัย ดินตรงไหนขาดธาตุตัวไหน  ทำยังไงให้อ้อยของเมืองไทยของมิตรผลลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตให้ได้ นี่คือสิ่งที่เราร่วมมือกันวันนี้ ถ้าสามารถเพิ่มผลผลิตก็เท่ากับลดต้นทุน ปกติบริษัทปุ๋ยทำร่วมกันแบบนี้น้อยมาก"

                            บอสใหญ่ศักดิ์สยามเผยต่อว่า สำหรับเครื่องเบ้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่บริษัทได้พัฒนามาจากเครื่องเดิมและเป็นเครื่องแรกของประเทศไทย ขณะนี้มีอยู่ 2 ชุด มีกำลังผลิตชั่วโมงละ 60 ตัน โดยนำเข้าแม่ปุ๋ยมาจากทางยุโรป โดยเฉพาะเบลารุสและรัสเซีย เนื่องจากไม่มีปัญหาในเรื่องเปอร์เซ็นต์ไม่แน่นอน ซึ่งถ้าเราพัฒนาเครื่องจักรเทคโนโลยีทันสมัย หากแต่ใช้วัตถุดิบที่ไม่มีคุณภาพและได้มาตรฐานก็จะไม่มีประโยชน์อันใด เพราะสุดท้ายก็ได้ปุ๋ยที่ไม่มีคุณภาพ

                            "ของเราเองก็มี 2 แบรนด์ตราสิงโตสยามกับพลอยเกษตร ตอนนี้เราได้ขยายฐานการตลาดมุ่งเข้าไปส่งเสริม ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาร์   ส.ป.ป.ลาวและกัมพูชา เพื่อปูทางสู่เออีซีในอีก 2 ปีข้างหน้า ของเรามีทุกตัวใช้ได้กับทุกพืช ทั้งนาข้าง พืชไร่ ยางพารา ส่วนการจัดจำหน่ายในระบบฟรีมาร์เก็ตทั่วๆ ไป กลุ่มลูกค้าหลัก ได้แก่ เอเย่นต์ สหกรณ์ สหกรณ์จะซื้อในแบรนด์ของเรา แล้วก็จำหน่ายแม่ปุ๋ยด้วย คือตอนนี้เกษตรกรนิยมใช้ในรูปของปุ๋ยสั่งตัดมากขึ้น ซื้อแม่ปุ๋ยไปผสมเองตามความเหมาะสมจะเพิ่มจะลดตัวไหนขึ้นอยู่กับพื้นที่ สภาพภูมิอากาศและพืชที่ปลูก" ทวีศักดิ์กล่าวย้ำ พร้อมการันตีทิ้งท้ายในฐานะนายกสมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทยว่า

                            คุณภาพปุ๋ยเป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าคุณภาพได้ เมื่อนั้นมันจะขายตัวมันเองได้ เพราะเขามีกำไร ได้ผลผลิตเพิ่ม ถ้าเราไปหลอกเขาขาย ถึงโฆษณายังไงก็ไม่ได้ เชื่อมั่นว่าเรื่องคุณภาพเป็นหัวใจสำคัญที่สุด

                            นับเป็นอีกก้าวของความร่วมมือของสองบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการเกษตรไทยเพื่อการผลิตปุ๋ยที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดที่ไม่เพียงมุ่งเป้าหมายเพื่อเกษตรกรไทยเท่านั้น แต่ยังขยายฐานการตลาดไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านรับการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีในอีก 2 ปีข้างหน้าด้วย

 

 

--------------------

(มิตรผลผนึก 'ศักดิ์สยาม' ผลิตปุ๋ยคุณภาพ ป้อนเกษตรกรผู้ปลูก 'อ้อย-มันสำปะหลัง' : สุรัตน์ อัตตะ ... รายงาน)