ไลฟ์สไตล์

ม.ศรีปทุมจัดถก'ยกเลิกเกรียน-ติ่ง'

ม.ศรีปทุมจัดถก'ยกเลิกเกรียน-ติ่ง'

19 ม.ค. 2556

ม.ศรีปทุม จัดถก 'นโยบายยกเลิกเกรียน-ติ่ง' ร.ร.พร้อมสนองแต่ห่วงหวั่นซ้ำเติมปัญหาเด็ก ด้านตัวแทนนักเรียนอยากให้แก้เรื่องบทลงโทษนักเรียนแทน

             19ม.ค.2556  กลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดสัมมนา หัวข้อ “เมื่อเด็กไทย ไร้ เกรียน-ติ่ง” โดยมีวิทยากรเข้าร่วม ได้แก่  นายประพันธ์ สุเนตรวรกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอน ตะลุมพุก  นายอมร โต๊ะทอง ตัวแทนผู้ปกครอง และด.ช.ธันวา เลี้ยงทวีคูณ  นักเรียนชั้น ม.1/10 จากโรงเรียนหอวัง เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2556 ที่ผ่านมา ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตบางเขน

              การสัมมนาครั้งนี้ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากตัวแทนของโรงเรียน ผู้ปกครอง และเด็กนักเรียน ในฐานะที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายของนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ระบุว่า จะให้สำนักปลัดกระทวงศึกษาธิการ จัดทำหนังสือเวียนแจ้งสถานศึกษา เรื่องการไว้ทรงผมของนักเรียน โดยให้ยึดปฏิบัติตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2518 ซึ่งอนุญาตให้นักเรียนชายตัดผมยาวเลยตีนผมได้ และให้นักเรียนหญิงตัดผมสั้นหรือตัดผมยาวเลยต้นคอได้ โดยเป็นการแก้ไขจากกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 พ.ศ.2515 ที่ห้ามไม่ให้นักเรียนชายไว้ผมข้างหน้าและกลางศีรษะยาวเกิน 5 เซนติเมตร และชายผมรอบศีรษะต้องตัดเกรียนชิดผิวหนัง

              นายประพันธ์ ระบุว่า โรงเรียนพร้อมปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะในปัจจุบันก็อนุโลมให้นักเรียนชายชั้นมัธยมปลายไว้ผมรองทรงได้อยู่แล้ว ส่วนนักเรียนหญิงสามารถไว้ผมยาวได้ แต่ต้องรวบให้เรียบร้อย แต่รับว่า มีความกังวลเมื่อเด็กไว้ผมยาว จะทำให้แยกแยะระหว่างนักเรียนกับผู้ใหญ่ได้ลำบาก

              นอกจากนั้นเด็กบางคนจะให้ความสนใจกับเรื่องทรงผมและการแต่งกาย เลียนแบบศิลปินดารา ทั้งไทยและต่างชาติ มากจนกระทบกับการเรียน ที่สำคัญอาจเป็นช่องทางให้ปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์เข้าสู่เด็กง่ายขึ้น หากเป็นเด็กที่มาจากครอบครัวที่อบอุ่น หรือดูแลใกล้ชิด จะไม่เป็นปัญหา แต่หากเป็นเด็กที่พ่อแม่ไม่มีเวลาดูแล จะตกอยู่ในภาวะเสี่ยงมากขึ้น 

              ด้านนายอมร กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกทรงผมเกรียน และติ่ง แม้จะเห็นว่า ทรงผมไม่เกี่ยวข้องกับการเรียน แต่คำนึงถึงเรื่องของความสะอาดเป็นหลัก เพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ซึ่งปัจจุบันก็ให้ลูกชาย 2 คนที่เรียนอยู่ชั้นอนุบาลและประถมตัดผมทรงเกรียน แม้ทางโรงเรียนจะอนุญาตให้ไว้ผมยาวได้ แต่หากโตขึ้นลูกต้องการจะไว้ทรงผมรองทรง ก็ต้องยืนยันว่า จะดูแลเรื่องการรักษาความสะอาดของตัวเองได้ นอกจากนั้นเขายังเสนอให้นำเรื่องทรงผม กับการเรียนมาเชื่อมโยงกัน เช่น หากเด็กต้องการไว้ผมยาว ต้องตั้งใจเรียนและได้เกรดดี เพื่อสะท้อนว่ามีความรับผิดชอบในตัวเอง

              ด.ช.ธันวา กล่าวว่า ส่วนตัวไม่คิดว่า การบังคับให้ไว้ผมทรง เกรียน หรือ ติ่ง เป็นการริดรอนสิทธิ แต่ก็ไม่ถือเป็นการฝึกระเบียบวินัยเช่นกัน เพราะเด็กจะมีระเบียบวินัย ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องทรงผม จะสั้นหรือยาว แต่ยอมรับว่า เมื่อมีกฏข้อบังคับให้ตัดผมสั้น ทำให้เด็กอยากไว้ยาว เมื่อเห็นศิลปิน ดารา ที่ชื่นชอบไว้ผมยาว

              แต่เขาก็ยอมรับว่า ตัวเขาเองและเพื่อน ๆ นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องทรงผมมากนัก จึงไม่เข้าใจว่า ผู้ใหญ่จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ทำไม เพราะจริงๆ แล้วยังมีปัญหาอีกหลายอย่างของเด็ก ๆที่ควรได้รับการแก้ไข เช่น การศึกษาที่พบว่า เด็กไทยเรียนหนัก แต่ผลสัมฤทธิ์กลับต่ำกว่า ประเทศในกลุ่มอาเซียน หรือ บทลงโทษนักเรียนในปัจจุบัน เช่น การตีเด็ก หายไป ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาเองเชื่อว่า เป็นวิธีการลงโทษที่จะทำให้เด็กจดจำ และปรับปรุงพฤติกรรมได้ดี

              ส่วนแนวปฏิบัติเรื่องทรงผมของนักเรียนตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง 3 ฝ่ายเห็นว่า ควรเลือกเดินทางสายกลางดีที่สุด คือให้แต่ละฝ่ายได้พูดคุย เพื่อทำความตกลงร่วมกันให้เป็นแนวปฏิบัติที่เห็นตรงกันทุกฝ่าย