ไลฟ์สไตล์

'กรมประมง'แจงโรคตายด่วนในกุ้งทะเล

'กรมประมง'แจงโรคตายด่วนในกุ้งทะเล

19 ม.ค. 2556

'กรมประมง' เร่งชี้แจงผู้ประกอบการโรงเพาะฟักกุ้งทะเลและเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง หลังเกิดการระบาดของโรคตายด่วนในกุ้งทะเล พร้อมแนะวิธีเฝ้าระวัง-ป้องกันการระบาด

                      19 ม.ค.56 ที่ห้องประชุมสถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำชายฝั่ง ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา กรมประมงได้ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการโรงเพาะฟักกุ้งทะเลและเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เกี่ยวกับการระบาดของโรคตายด่วนในกุ้งทะเลในพื้นที่ภาคใต้ โดย ดร.พุทธ ส่องแสงจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล ได้ชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์โรคตายด่วนและแผนปฏิบัติการเฝ้าระวัง รวมทั้งการควบคุมป้องกันโรคระบาดของกุ้งทะเลและแนวทางการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคตายด่วนในกุ้งทะเลจากต้นน้ำ (โรงเพาะฟัก) โดยให้คำแนะนำสำหรับโรงเพาะฟัก โรงพ่อแม่พันธุ์ และมาตรฐานคุณภาพลูกกุ้ง มีผู้ประกอบการโรงเพาะฟักกุ้งทะเลและเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจากจังหวัดสงขลา ปัตตานี สตูล นครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ความสนใจเข้ารับฟังการชี้แจงการระบาดของโรคตายด่วนในกุ้งทะเลเป็นจำนวนมาก เนื่องจากธุรกิจการเลี้ยงกุ้งจะต้องใช้เงินลงทุนสูง หากเกิดปัญหาเรื่องโรคกุ้งตาย จะขาดทุนสูงเช่นเดียวกัน

                      จากสถานการณ์การเกิดโรคคล้ายกับอาการของโรคในกลุ่ม Early Mortality Syndrome: EMS หรือ โรคตายด่วนในกุ้งขาวแวนนาไม โดยจะเกิดกับลูกกุ้งที่ปล่อยลงเลี้ยงในบ่อดินช่วง 20-30 วันแรกแล้วมีอาการตับอักเสบอย่างเฉียบพลัน มีอัตราการตายสูงถึง 100% ในระยะเวลาเพียง 2-3 วัน หลังจากพบอาการของโรคนั้น ซึ่งหากปล่อยไว้อาจกระทบถึงภาพรวมของผลผลิตกุ้งภายในประเทศรวมถึงการส่งออกกุ้งในตลาดโลก

                      กรมประมงเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยได้มีการประสานหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนักวิชาการ สมาคมผู้เลี้ยงกุ้ง เพื่อร่วมกันวิเคราะห์หาสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค รวมถึงวางแนวทางป้องกันการแพร่ขยายของโรคสำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาอีกส่วนหนึ่ง คือ การปรับปรุงสุขอนามัยโรงเพาะฟักกุ้งทะเล เพื่อป้องกันความสูญเสียจากกลุ่มอาการตายด่วน เนื่องจากโรงเพาะฟักฯ เป็นแหล่งผลิตลูกกุ้งแรกฟักหรือนอเพลียส ป้อนโรงอนุบาลลูกกุ้งทะเลทั่วประเทศ หากแหล่งกำเนิดดำเนินการตามมาตรฐานที่กำหนดขึ้นตามแผนปฏิบัติการป้องกันควบคุมป้องกันโรคตายด่วน ก็จะช่วยชะลอการระบาดของโรคได้

                      สำหรับมาตรการปรับปรุงสุขอนามัยโรงเพาะฟักฯ นอเพลียส จะดำเนินการทั่วประเทศ เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2556 แบ่งพื้นที่การดำเนินงานออกเป็น 4 โซน ประกอบด้วยโซนที่ 1 ภาคตะวันออก ในพื้นที่ จ.ชลบุรี และตราด โซนที่ 2 ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย จ.ชุมพร นครศรีธรรมราช และสงขลา โซนที่ 3ภาคใต้ฝั่งอันดามัน จ.ภูเก็ต และโซนที่ 4ภาคใต้ฝั่งอันดามัน จ.พังงา

                      นางเจนจิตต์ คงกำเนิด ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำชายฝั่ง จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า โรคตายด่วน ได้มีการร่วมมือเฝ้าระวังทั้งหน่วยราชการและภาคเอกชน ในส่วนของกรมประมงเอง มีแนวทางในการป้องกันทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ สำหรับต้นน้ำก็คือโรงเพาะฟัก โดยจะเน้นให้โรงเพาะฟักผลิตลูกกุ้งที่มีคุณภาพ รวมทั้งบ่ออนุบาล โรงอนุบาล ที่ผลิตลูกกุ้ง P เพื่อให้เกษตรกรปล่อยอย่างมีคุณภาพพยายามให้ปลอดโรคน้อยที่สุด ในส่วนของปลายน้ำก็คือฟาร์มเลี้ยงเอง เกษตรกรก็ต้องมีมาตรการดูแลกุ้งที่ดี การจัดการบ่อที่ดี การให้อาหารการดูแลกุ้งทุกอย่างก็ต้องมีมาตรการเข้มข้นขึ้น ก็จะช่วยลดปัญหาความเสี่ยงของโรค EMS นี้ได้

                      สำหรับสาเหตุของการเกิดโรคนี้ ปัจจุบันเรายังไม่ทราบสาเหตุว่า อาจจะเกิดจากเชื้อโรคหรือว่าสารเคมีหรือว่าจะเป็นการจัดการที่ไม่เหมาะสม ซึ่งขณะนี้นักวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศพยายามที่จะหาสาเหตุอยู่ ซึ่งเราจะต้องรอคอยกันต่อไป ดูว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไร แต่ในส่วนหนึ่งที่ทำได้ก็คือ หาแนวทางในการป้องกันและควบคุมโรคนี้ไม่ให้แพร่ระบาดไปมากและทำความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมกุ้งมากไปกว่านี้