ไลฟ์สไตล์

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : กวี-บทกวี

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : กวี-บทกวี

20 ม.ค. 2556

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : กวี , บทกวี : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

                          แฟนประจำคอลัมน์นี้ จำนวนหนึ่งเป็นครูบาอาจารย์ และนักเรียน นักศึกษา และข้าราชการ ประเมินจากการแสดงตัวว่าติดตามอ่านอยู่ครับอยู่ค่ะ เวลาผมไปพูด คุย บรรยาย ไปทำกิจกรรมตามสถานที่ หน่วยงาน องค์กร สถาบันต่างๆ

                          หัวข้อที่ผมได้รับเชิญไปพูดบ่อยที่สุด ก็คงไม่พ้นเรื่องการอ่าน การเขียน (ยกเว้นพิเศษคือ ช่วงนี้ พูดเรื่อง “อาเซียน”)

                          อานิสงส์จากการเป็นวิทยากรมากว่ายี่สิบปีก็คือ ทำให้ผมมีเพื่อนร่วมทาง บนถนนสายการอ่าน การเขียนมากขึ้น และทำให้ผมต้องเดินทางอย่างต่อเนื่อง ไปพูดบรรยาย ร้องเพลง เล่นดนตรี โดยไม่มีหยุดหย่อน

                          กลายเป็น “วิทยากรมืออาชีพ” ไปเสียได้ แต่ก็เป็นแค่ มือนะครับ ไม่นับ “ใจ” ที่ยังรื่นรมย์ต่อการทำหน้าที่นี้อยู่ เรื่องจะเป็น “อาชีพ” ในความหมายทั่วๆ ไปคงเอาแน่นอนอะไรไม่ได้

                          จนถึงทุกวันนี้ผมออกจากความเป็น (ข้าราชการ) ครูมาครบ 20 ปีแล้ว แต่เหมือนว่ายังทำหน้าที่นั้นอยู่ คนหนุ่มสาวรุ่นหลังๆ ยังเรียกผมว่า ครู ..อาจารย์ หลายคนยึดผมเป็นครูอย่างเอาจริงเอาจัง ขยันเขียนบทกวี เรื่องสั้น ส่งมาให้อ่าน ส่งมาก็มักจะได้รับคำตอบเป็น ความเงียบ…

                          ผมคงต้องรวบรวมคำถามทุกคำถาม ตลอดระยะเวลากว่ายี่สิบปีมาตอบอย่างตั้งอกตั้งใจ อย่างจริงๆ จังๆ สักที โดยเฉพาะคำถามเกี่ยวกับ “วิถีแห่งกวี” กวีคือใคร บทกวีคืออะไร คิดอย่างไร เขียนอย่างไร ร้อยมาลัย กลั่นกรอง ขัดเกลา แรงบันดาลใจ ที่ไปที่มา ที่อยู่ที่เป็น เป็น ไม่เป็น ใช่ ไม่ใช่ ตื้น ลึก กว้าง ไกล หยาบ ละเอียด รูปแบบ เนื้อหา เริ่มต้น เบื้องต้น เบื้องกลาง บั้นปลาย อุดมคติ โลกทัศน์ ชีวทัศน์ วิสัยทัศน์ ผมเจอคำถามมาสารพัด แล้วผมจะถามใครต่อดี ผมขอฝาก บทกวีชื่อ “บทกวี” มาแทนคำตอบต่อคำถามที่ว่า บทกวีคืออะไรครับ
 

 

กวี

                          กวีคือก่องแก้วมณีสมัย  คือผู้หว่านดอกไม้รายวิถี

คือผู้เบิกรุ้งอรุณแห่งสุนทรีย์   ผู้ทอรุ่งรมณีย์แห่งชีวา

                          คือ พลังหยั่งรู้มิติลึก  ซอกหลืบแห่งสำนึกมานุสสา

คือผู้เจียรนัยจินตนา    คือผู้จุดไฟปัญญาส่องวิญญาณ

                          คือผู้รู้เล่ห์แห่งเวลา  เห็นชาตะมรณาแห่งสังขาร

เห็นความตายในเกิดอุบัติกาล   เห็นแก่นสารใต้เปลือกหุ้มหลากมุมมอง

                          คือผู้รักที่จะเรียนเพื่อจะรู้  เพื่อกอบกู้ใจพ้นอบายผอง

บางคราวปิดสองตาเพื่อนิ่งมอง   บางคราปิดหูสองเพื่อนิ่งฟัง

                          คือผู้ฉุดรั้งความดื้อรั้น  คือผู้ผลักดันฝันและหวัง

คือผู้ติติงที่จริงจัง    เพื่อตั้งต้นให้คนตั้งสติตน

                          คือผู้นิ่งสนทนากับฟ้าดิน  คือผู้ยินเมล็ดเพรียกร้องเรียกฝน

คือผู้ฟังเสียงระงมของลมบน   ขณะเบื้องภูวดลยังเงียบงัน

                          คือผู้เห็นความงามในความเศร้า เห็นดาวพรายในน้ำเน่าขังแอ่งนั่น

ผู้รู้เห็นเพ็ญใจมีภัยครัน   ว่าราหูอมจันทร์ในดวงใจ

                          คือผู้เห็นชราในทารก  เห็นแวววามน้ำตาตกของเทียนไข

เห็นชะตากรรมฟืนในเปลวไฟ   เห็นเส้นใย…แมงมุมซุ่มคอยที

                          คือผู้ฝากรอยเท้าบนเส้นทาง และคือผู้ลบล้างบางวิถี

คือผู้ร่วมทางเดินผู้ยินดี   และคือผู้เร้นหนีที่อาทร

                          คือผู้แบกภาระแห่งความรัก เหนื่อยหนักระหกระเหินเกินถ่ายถอน

ผู้ล้มแล้วลุกเล่าไม่ร้าวรอน   หาเกี่ยงงอนงานงามหว่านความรัก

                          คือผู้ทวงถามถึงความหมาย คือผู้ท้าทายที่แน่นหนัก

ถูก  ผิด จริง ลวงคอยท้วงทัก   คือผู้ปักธงรบชูคบไฟ

                          ธงอุดมคติโบกสะบัดกล้า  คบไฟแห่งปัญญาสว่างไสว

กวีคือภาวะขณะใจ    คือพลังยิ่งใหญ่ในมโน

                          มโนมนุษย์สุดมนัสจรัสฉะนี้ ภาวะกวีส่องสกาวอะค้าวอะโห

ประกายปราชญ์กาจกล้าอกาลิโก   โยโสมนสิการญาณวิญญู

                          กวีคือกวี คือภาวะ  ภาระกวีคือภาระการกอบกู้

อา…กวีคือใครใช้ใจดู    หัวใจกวีจึงหยั่งรู้หัวใจกวี

 

 

--------------------

(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : กวี , บทกวี : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)