
'ทฤษฎีเก้าอี้ 4 ขา'
'ทฤษฎีเก้าอี้ 4 ขา' : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว
“ทฤษฎีเก้าอี้ 4 ขา” ของผมเป็นแนวคิดที่พัฒนาขึ้นจากการที่ได้ลองผิดลองถูก ในการเข้าไปมีส่วนร่วมก่อสร้างอาคารบ้านเรือนหลายมาแล้วร้อยหลัง ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ซึ่งมาตกผลึกทั้ง “วิสัยทัศน์” และ “กระบวนทัศน์” ออกมาเป็น “ทฤษฎีเก้าอี้ 4 ขา” ที่กำลังจะนำเสนอนี่แหละครับ และเหตุผลสำคัญที่ผมตั้งชื่อเช่นนี้เพราะ “เก้าอี้” เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ใกล้ตัวและคุ้นเคยกันมากครับ ผมเชื่อว่าทุกบ้านต้องมีเก้าอี้และเก้าอี้ที่ดีนั้นควรจะต้องประกอบด้วยขาเก้าอี้ที่มั่นคงแข็งแรงอย่างน้อย 4 ขา จริงอยู่อาจมีเก้าอี้ที่มีขาน้อยกว่า 4 ขา แต่ก็จะไม่มั่นคงเป็นผลให้คนที่นั่งอาจจะล้มลงได้โดยง่ายครับ
แนวคิด “ทฤษฎีเก้าอี้ 4 ขา” นั้น ทำให้ผมสามารถแยกแยะและทำการจัดระเบียบของกลุ่มข้อมูลและแนวทางในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะส่งผลดีเป็นอย่างมากในการที่จะ “วิเคราะห์” และ “สังเคราะห์” อันจะเป็นกรอบที่นำไปสู่ “การปฏิบัติ” จากการที่ผมได้ทดลองใช้แนวคิดนี้ก็ได้รับผลเป็นที่น่าพอใจยิ่งครับ ทำให้สามารถคลี่คลายแก้ไขปัญหาที่ยุ่งยากและสลับซับซ้อนได้ โดยตั้งแต่เริ่มการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ จนกระทั่งก่อสร้างแล้วเสร็จได้ ผมได้แบ่งขาทั้ง 4 ของเก้าอี้ออกเป็นดังนี้
“เก้าอี้ขาที่ 1” คือ “การศึกษาความเป็นไปได้” ที่ผมเรียกว่า “Feasibility Study” เป็นเสมือนการเตือนสติผมให้รับรู้และตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่าในการเริ่มต้นกระบวนการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนแต่ละหลังนั้นโดยแท้แล้วก็คือ “การลงทุน” เพราะต้องใช้ทรัพยากรมากมาย รวมทั้งใช้เงิน ใช้เวลา ใช้วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ดังนั้นหากบริหารจัดการไม่ดีพอ งบประมาณใน “การลงทุน” ก็จะบานปลายจะส่งผลให้ไม่ “คุ้มทุน” เผลอๆ จะ “ขาดทุน” เสียด้วยซ้ำ ฉะนั้น “เก้าอี้ขาที่ 1” ของผมหลักๆ แล้วคือ การรู้คุณค่าของเงินทุกบาทที่ลงทุนไป และอีก 2 ประการของการลงทุนคือ จะต้อง “ไม่ด่วนเชื่อ” ซึ่งจะนำไปสู่คุณสมบัติอีกประการ คือ จะต้อง “ใฝ่หาความรู้” ไม่ใช่เป็นประเภท “น้ำเต็มแก้ว” และต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาว่าในสภาวะเศรษฐกิจสังคมที่ขับเคลื่อนในระบบ “ทุนนิยม” ดังเช่นในปัจจุบันนั้น กะพริบตาไม่ได้เป็นอันขาดครับ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างมาไวไปไว หากไม่สามารถปรับตัวได้อย่างทันท่วงทีก็อาจจะส่งผลให้มีอันเป็นไป ถึงขั้นตกอยู่ในสภาวะสิ้นเนื้อประดาตัว เป็นหนี้เป็นสิน ฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องระมัดระวังให้จงหนัก
สำหรับ “เก้าอี้ขาที่ 2” คือ “วิสัยทัศน์” ในการมองอย่าง “สร้างสรรค์” ภายใต้กรอบของ “การออกแบบ” ซึ่งท่านที่จะเป็นเจ้าของอาคารบ้านเรือนหลังงามจำเป็นที่จะต้องรอบรู้ทั้งใน “เชิงกว้าง” และ “เชิงลึก” หากท่านไม่มีความรู้ที่เพียงพอแล้วก็จำเป็นที่จะต้องแสวงหาผู้รู้ที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการออกแบบ อันหมายถึง บรรดาสถาปนิก วิศวกร ฯลฯ โดยนักออกแบบเหล่านี้จะเป็นผู้ที่ทำตามความต้องการและกรอบงบประมาณของ “เก้าอี้ขาที่ 1” ที่ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์เอาไว้
ส่วน “เก้าอี้ขาที่ 3” คือ “การบริหารจัดการในการก่อสร้าง” อันประกอบไปด้วย ผู้รับเหมาและผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ที่จะต้องมีทั้ง “คุณธรรม” และ “จริยธรรม” ในการดำเนินการก่อสร้างทำตามแบบที่ออกมาอย่างเคร่งครัด ถูกต้องตามหลักวิชาการทั้งทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม เพื่อให้อาคารมีความงดงาม มั่นคง แข็งแรง และจะต้องก่อสร้างแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด สามารถส่งมอบอาคารในสภาพที่พร้อมใช้แก่เจ้าของอาคาร
มาถึง “เก้าอี้ขาที่ 4” ซึ่งหลายคนมักจะมองข้ามและไม่ใคร่จะให้ความสำคัญ คือ “การบริหารจัดการเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ” ตลอดไปจนถึง “การทะนุบำรุง” ดูแลรักษาให้อาคารบ้านเรือนหลังนั้นมีอายุใช้งานได้ตราบนานเท่านาน เพราะจะเปรียบไปแล้วบ้านก็เหมือนกับรถยนต์ครับ เมื่อใช้งานแล้วก็ต้องดูแลบำรุงรักษาเป็นระยะๆ มิฉะนั้นก็จะทรุดโทรมลงไปก่อนเวลาอันสมควร นอกจากนี้ “ทฤษฎีเก้าอี้ 4 ขา” นี่แหละครับยังเปรียบเหมือน “คู่มือ” ในการตรวจสอบว่าท่านมีความพร้อมจะเป็นเจ้าของอาคารบ้านเรือนสักหลังแล้วหรือยัง
“ทฤษฎีเก้าอี้ 4 ขา” ของผมอาจจะฟังดูง่ายๆ พื้นๆ แต่หากพิจารณาทีละขาให้ลึกลงไปก็จะพบในทันทีว่าเต็มไปด้วยรายละเอียดปลีกย่อยมากมายครับ เอาไว้อีก 2 สัปดาห์หน้าค่อยมาพิจารณาลงในรายละเอียดกันแบบจัดหนักจัดเต็มครับ โดยผมจะมาแจกแจงให้ “รู้แจ้งเห็นจริง” ลึกลงไปถึงแก่นของ “ทฤษฎีเก้าอี้ 4 ขา” ไปเลยครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'ทฤษฎีเก้าอี้ 4 ขา' : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)



