ไลฟ์สไตล์

ก่อวัดสร้างคนวิถีรักษ์สังคมเมียนมาร์

ก่อวัดสร้างคนวิถีรักษ์สังคมเมียนมาร์

17 ม.ค. 2556

ศิลปวัฒนธรรม : ก่อวัดสร้างคน วิถีรักษ์สังคมเมียนมาร์

                     สิบนิ้วประณมก้มกราบพระบรมสารีริกธาตุ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองตลอดระยะทางการมาเยือนประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างพม่าหรือเมียนมาร์ กลายเป็นกิริยาประจำตัวที่เรียกว่าทำได้เกือบตลอดเวลาเมื่อได้มาเยือนแผ่นดินแห่งนี้ เพราะไม่ว่าในเมืองหลวงหรือเมืองเล็ก เพียงแค่เดินเตร่ไปไม่กี่เมตรก็จะเห็นวัดตั้งสง่าขึ้นมาให้กราบไหว้ บ่งบอกวิถีชีวิตคนที่ยังหนักแน่นในการรักษาวัฒนธรรมแม้จะเคยตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษกว่าร้อยปี ทำให้เห็นภาพในเมืองพม่าในวันนี้ราวกับนั่งไทม์แมชชีนย้อนยุคไปราว 40 ปีก่อนก็ไม่ปาน

                     ซึ่งการมาเยี่ยมเยือนครั้งนี้นับเป็นการชั่งน้ำหนักว่าสิ่งใดจะขับเคลื่อนไปได้รวดเร็วกว่ากันระหว่างวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจของชาวพม่า เพราะเนื่องจากวาระดีที่ ธนาคารกสิกรไทย ได้มาร่วมเปิดสำนักงานตัวแทนสำหรับพูดคุยกับนักลงทุนในเมืองย่างกุ้ง เป็นสัญญาณบอกว่าจากนี้เศรษฐกิจจะเป็นบทบาทสำคัญที่ทำให้วิถีชีวิตชาวหม่องเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดยเสน่ห์ของประเทศพม่าถูกพบเห็นได้ตั้งแต่แรกก้าวออกมาจากสนามบินนานาชาติย่างกุ้ง (มิงกลาดอน) กับภาพหญิงชายนุ่งโสร่งเดินกันขวักไขว่ จับกลุ่มเคี้ยวหมากหรือประหน้าด้วยทานาคา เดินถือปิ่นโตเดินไปมาท่ามกลางสถาปัตยกรรมที่เริ่มทันสมัย ชาวพม่ายังนิยมการใช้เงินสดหากจะซื้อรถคันละหลายสิบล้านล่ะก็จะเอาเงินทั้งหมดใส่รถบรรทุกไปซื้อและนับเงินด้วยมืออีกทีหนึ่ง ทำให้ในสายตานักท่องเที่ยวกลายเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ยังมีวิถีชีวิตแบบนี้ปะปนกับยุคสมัยใหม่ได้อย่างไร ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากเสาหลักของศาสนาและวัฒนธรรมที่ยังคงปักหลักอย่างมั่นคงตามธรรมเนียมการเข้าวัดวาที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่อดีตอย่างไม่เคยละเลย

                     เส้นทางการทำบุญในประเทศพม่ามีให้นักแสวงบุญเลือกเดินอย่างหลากหลาย ทั้งแบบต้องเดินทางฝ่าฟันไปหลายทอด ตามหลักความพยายามจะทำให้จิตใจสมบูรณ์ขึ้นเมื่อได้ไปถึงที่พระธาตุอินทร์แขวน หรือที่เราคุ้นตากับก้อนหินสีทองขนาดใหญ่วางเกยกับหน้าผา มีความเชื่อว่าก้อนหินนี้เปรียบเสมือนศีรษะของพระฤาษีองค์หนึ่งที่เก็บพระเกศาธาตุไว้ในมวยผม เป็นอีกหนึ่งวัดสำคัญที่ชาวบ้านตั้งแต่อดีตใช้วิธีเดินเท้าครึ่งค่อนวัน จากตีนภูเขาไจ๊เที่ยวขึ้นไปสักการะ หรือนั่งรถขึ้นเขามาถึงครึ่งทางแล้วเดินเท้าขึ้นภูเขาไปประมาณ 1 ชั่วโมง ก็จะถึงลานศรัทธาอันน่าทึ่งเพราะมีผู้แสวงบุญนับพันเดินเท้าเปล่าขึ้นมากราบไหว้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

                     ส่วนวัดวาในเมืองทั้ง พระธาตุมุเตา อันเป็นที่เคารพของกษัตริย์มอญแต่อดีต เจดีย์เยเลพญา ที่ตั้งเด่นอยู่กลางแม่น้ำย่างกุ้งชาวบ้านต้องขึ้นเรือไปกลางแม่น้ำเพื่อสักการะ  พระมหาเจดีย์ชเวดากอง ที่ห่อหุ้มด้วยทองคำแผ่นกว่า 60 ตัน แลนด์มาร์คที่ใครก็ต้องขึ้นไปรับความสงบร่มเย็น รวมถึงเจดีย์โบตาทองกับการตกแต่งภายในด้วยแผ่นทองคำล้อมรอบพระเกศาธาตุไว้ได้อย่างวิจิตรบรรจง ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เคยโดนธรรมชาติ สงคราม และสังคมการปกครอง ทำให้ชำรุดเสียหายมาแล้ว แต่ชาวบ้านก็ร่วมใจกันสร้างขึ้นใหม่ให้สวยงามดังเดิม ซึ่งวัดเกือบทุกที่ในประเทศพม่าก็ถูกดูแลมาให้ไม่มีร่องรอยชำรุดตามกาลเวลาปรากฏให้เห็น เป็นสาเหตุให้มรดกโลกไม่เคยมีในประเทศนี้ เพราะชาวบ้านจะไม่ยอมให้วัดถูกปล่อยร้าง ทุกปีจะมีการซ่อมแซมวัดเจดีย์ให้สวยงามเสมอเพื่อไม่ให้พระพุทธศาสนาหายไป ทุกวันนี้ภาพของคนทุกเพศทุกวัยใช้เวลาว่างไปกับการเข้าวัด เหมือนการเดินห้างสรรพสินค้าในบ้านเรา จึงไม่เคยจางหายไปแม้แต่นิดเดียว

                     ในมุมมองของคนที่ใช้ชีวิตคลุกคลีกับคนพม่ามาพอตัว พิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงย่างกุ้ง บอกทิศทางการเติบโตทางสังคมพม่าในอนาคตว่าวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากวิถีชีวิตคนพม่าจริงๆ คนพม่ายังยินดีที่จะนุ่งลองจี หรือโสร่ง ไปไหนมาไหนเพราะทุกคนเข้าใจว่าวิถีชีวิตและสภาพภูมิอากาศเหมาะสมกับการใส่แบบนี้มากกว่ากางเกงยีน ศาสนาก็เป็นเหมือนที่พึ่งทางใจถ้าไม่บูรณะซ่อมแซมศูนย์รวมจิตใจก็จะไม่มี เมื่อมีความเข้าใจในวัฒนธรรมที่เป็นอยู่แบบนี้ก็เกิดความเข้มแข็ง มีภูมิคุ้มกันจากสิ่งเร้าภายนอกที่เข้ามา แถมยังพร้อมปรับตัวสู่สิ่งแวดล้อมใหม่และไม่คล้อยตามจนวัฒนธรรมเสียหาย

                     ปัจจุบันความทันสมัยกำลังขนทัพเข้ามาที่นี่เรื่อยๆ และเชื่อได้ว่าจุดเด่นพระพุทธศาสนาที่งดงามยังคงแข็งแกร่งตามจิตใจของคนในประเทศนั่นเอง