ไลฟ์สไตล์

'กสทช.'ลั่นครึ่งปีหลังเห็นกรอบประมูล4จี

'กสทช.'ลั่นครึ่งปีหลังเห็นกรอบประมูล4จี

15 ม.ค. 2556

กทค.รอผลสรุปคณะอนุฯประมูล 4 จีบนคลื่น 1800 คาดภายในครึ่งปีหลังเห็นกรอบเวลานับถอยหลังเข้าสู่การประมูลปี 2557 กสทช. คาดมูลค่าอุตฯโทรคมปีนี้ทะลุ 3 แสนล้าน

               15ม.ค.2556 พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า ในครึ่งปีหลังปี 2556 จะได้เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับกรอบเวลาการเปิดประมูลใบอนุญาต (ไลเซ่น) 4จี (แอลทีอี) ย่านความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ที่กสทช.จะจัดสรรใหม่หลังจากได้รับคืนคลื่นความถี่จากบมจ.กสท โทรคมนาคม ที่รับมอบคลื่นจากผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือเอกชนที่จะหมดสัมปทานลงเดือนก.ย.นี้ ประกอบด้วย บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด

               ทั้งนี้ เดือนก.พ. คณะอนุกรรมการที่วางโรดแมปการเปลี่ยนผ่าน และคณะอนุกรรมการวางแผนการประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ จะสรุปรายงานแนวทางการดำเนินมาให้บอร์ดกทค.รับทราบ ซึ่งรายละเอียดจะประกอบด้วย อาทิ 1.การกำหนดช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่าน (ทรานซิชั่น พีเรียด) 2.วิธีการปฎิบัติการส่งคืนคลื่นความถี่ ว่าจะดำเนินการเป็นนิติกรรม คือส่งคืนคลื่นมายังกสทช.ด้วยวิธีใด

               3.การแบ่งจำนวนคลื่นความถี่ที่ได้รับของทรูมูฟ และดีพีซีรายละ 12.5 เมกะเฮิรตซ์ออกมาประมูลจะอยู่จำนวนเท่าไร 4.การกำหนดวิธีการประมูล และ 5.การกำหนดราคาเริ่มต้นการประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์

               "การประมูลคลื่น 1800 คงดำเนินการเสร็จไม่ทันภายในปีนี้ เพราะแม้คลื่นจะสิ้นสุดสัมปทานกับเอกชน แต่ยังมีความยุ่งยากในการบริหารจัดการ ความเป็นไปได้น่าจะได้เห็นราวๆ กลางปี 2557 หรือไตรมาส 3 เป็นต้นไปที่จะเริ่มกระบวนการประมูลได้ ซึ่งก่อนจะถึงการประมูลปีหน้า การเปลี่ยนผ่านคลื่น และแนวทางการปฎิบัติกทค.จะออกเป็นคำสั่งทางปกครอง เกี่ยวกับการคืนคลื่นความถี่"


คุยรัฐบาลบริหารคลื่น1800

               เขา กล่าวว่า ปัญหาสิทธิการถือครองคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ภายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานนั้น กสทช. ยังยืนยันในสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากในอนาคต กสท หรือกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จะขอใช้คลื่นย่านดังกล่าวต่อไป ก็ต้องหารือกันในรูปแบบเป็นนโยบายของรัฐบาลว่าจะนำคลื่นดังกล่าวไปดำเนินการอย่างไร

               แต่เบื้องต้น เดือนก.ย.นี้ เมื่อสัมปทานสิ้นสุดลง คลื่นย่าน 1800 จำนวนรวมกัน 25 เมกะเฮิรตซ์ ต้องส่งมาที่กสทช.เท่านั้น หลังจากนั้น หากไอซีทีหรือรัฐบาลต้องการคลื่นบางส่วนไปทำอะไร ก็ต้องมาหารือร่วมกัน

               แผนการดำเนินงานของกทค. ปี 2556 นอกเหนือจากการวางกรอบเวลาการดำเนินการประมูลความถี่ 1800 แล้ว ยังให้ความสำคัญกับการเปิดประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการดาวเทียมเพื่อการสื่อสารในกิจการโทรคมนาคม ซึ่งภายในเดือนก.พ.เช่นเดียวกัน คณะอนุกรรมการที่ดูแลเรื่องการออกใบอนุญาตกิจการดาวเทียมจะส่งรายละเอียด แนวทางการประมูลใบอนุญาตกิจการดาวเทียมมายังกสทช. รวมถึงการดูแลผู้บริโภคในการกำหนดอัตราค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (อินเตอร์คอนเน็คชั่น ชาร์จ หรือไอซี) เป็นอัตราเดียวกันทั้งอุตสาหกรรมซึ่งจะเข้าบอร์ดกทค. วันที่ 22 ม.ค.นี้

               "กทค.ยังไม่ได้สรุปตัวเลขอัตราไอซีกลางแต่ก็น่าจะอยู่ราว 0.45-0.50 บาทต่อนาที ซึ่งเรื่องนี้หากบังคับใช้จะออกเป็นอัตราชั่วคราวก่อน หลังจากบอร์ดลงมติอนุมัติ จากนั้นจะกำหนดเป็นอัตราถาวรได้ภายในกลางปีนี้ เพราะจะต้องเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) ให้เสร็จก่อน อีกทั้งยังจะเข้มงวดเรื่องคุณภาพมาตรการให้บริการ (ควอลิตี้ ออฟ เซอร์วิส)"


คาดตลาดโทรคมปีนี้3แสนล.

               กสทช. ยังได้ประเมินมูลค่าตลาดโทรคมนาคม เทียบเคียงกับประมาณการเศรษฐกิจจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบว่าปี 2556 จะมีมูลค่า 3 แสนล้านบาท เติบโตจากปี 2555 ที่มีมูลค่า 2.7 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่าของตลาดบริการโทรคมนาคมเมื่อเทียบกับขนาดหรือมูลค่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ณ ราคาประจำปี (จีดีพี) เท่ากับ 2.39% หรือ 5.56% ของจีดีพี ณ ราคาคงที่

               มูลค่าของปี 2555 เติบโตเพิ่มจากปี 2554 ประมาณ 9.7% ตลาดบริการโทรคมนาคมหลักที่มีมูลค่าสูงสุด ได้แก่ ตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในสัดส่วน 76% ในขณะที่มูลค่าตลาดบริการโทรศัพท์ประจำที่ (ฟิกซ์ไลน์) และบริการอินเทอร์เน็ตมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันที่ 13% และ 11% ตามลำดับ และในปี 2559 จะเติบโตสูงเพิ่มขึ้นถึง 5.4 แสนล้านบาท

               ทั้งนี้ มีปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตจากเศรษฐกิจไทยที่แสดงสัญญาณของการฟื้นตัวจากภาวะซบเซาของเศรษฐกิจโลกจากการขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศโดยเฉพาะการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน การใช้จ่ายภาครัฐ และการลงทุนในด้านการผลิต

               อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในส่วนของภาคบริการโทรคมนาคมมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งมีสัดส่วนของมูลค่าตลาดสูงถึง 76% ของตลาดโทรคมนาคม หรือมูลค่าประมาณ 2.06 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ของบริการทางเสียง (วอยซ์) 76% และบริการที่มิใช่ทางเสียง (นอนวอยซ์) 24% ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงกว่า 30% จากปีที่ผ่านมา

               "เมื่อผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด, บริษัท ดีแทค เน็ทเวอร์ค จำกัด และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด เปิดให้บริการ 3จีอย่างเป็นทางการได้ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ จะส่งกระทบทางตรงกับมูลค่าตลาดผ่านการลงทุนทางด้านโครงข่าย สภาพการแข่งขันในตลาดบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการที่ไม่ใช่ทางเสียงจะเติบโตสูงขึ้นอย่างมากตามแนวโน้มที่เกิดขึ้นในตลาดทั่วโลก"


ผลงาน1ปีเดินตามยุทธศาสตร์

               พ.อ.เศรษฐพงค์ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของกทค.ครบ 1 ปี ในปี 2555 กทค. ได้จัดทำและประกาศใช้แผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่และตารางกำหนดคลื่นความถี่แห่งชาติ พ.ศ. 2555 เสร็จก่อนเวลาที่กฎหมายกำหนด เป็นแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2555 - 2559) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการระยะ 5 ปี

               ทั้งนี้ จาก1 ใน 6 ยุทธศาสตร์ คือ การคุ้มครองผู้บริโภคได้ผลให้ออกประกาศกำหนดอัตราขั้นสูงของค่าบริการโทรคมนาคมไม่เกิน 0.99 บาทต่อนาที และยังมียุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมและการเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ

 

กสทช.สั่งค่ายมือถือ18ม.ค.ห้ามบัตรเติมเงินหมดอายุ

               นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวภายหลังหารือร่วมกับผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) บมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น บมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม เมื่อวานนี้ (14 ม.ค.) ว่า กรณีสำนักงานกสทช.ออกคำสั่งให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกราย ห้ามกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงินนั้น  ตามมาตรฐานของสัญญาการให้บริการโทรคมนาคมพ.ศ.2549 ข้อ 11 ให้ผู้ประกอบการทุกรายปฏิบัติตามคำสั่งกสทช. มีข้อสรุปร่วมกันว่า จะยกเลิกการกำหนดวันอายุบัตรเติมเงิน (พรีเพด) วันที่ 18 ม.ค.นี้เป็นต้นไป

               วันเดียวกันนี้ กสทช.และผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือทุกรายได้กำหนดร่วมกันว่า จะเริ่มการลงทะเบียนซิมการ์ด สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในระบบพรีเพดอย่างจริงจัง หากผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือยังฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษค่าปรับทางปกครองทันที ซึ่งในกรณีบัตรเติมเงินต้องจ่ายค่าปรับวันละ 100,000 บาท ลงทะเบียนผู้ใช้ 80,000 บาท

               กรณีของการกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน วันที่ 18 ม.ค.นี้ ประชาชนที่ไปซื้อบัตรเติมเงินไม่ว่าจะราคาเท่าไรต้องไม่มีกำหนดวันหมดอายุ แต่ในทางเดียวกันกสทช.ก็เห็นใจเอกชนที่มีต้นทุนค่าบริหารจัดการ ดังนั้น หากจะกำหนดวันอายุบัตรเติมเงิน เอกชนต้องทำรายละเอียดกำหนดวันหมดอายุที่เหมาะสมมาให้ กสทช.ภายในวันที่ 10 ก.พ.นี้ และจะพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง 

               แต่ระหว่างนี้ห้ามกำหนดวันหมดอายุ ขั้นต่ำไม่ว่าจะเติม 5 บาท  10 บาท หรือ 20 บาท ต้องอยู่ได้ไม่ต่ำกว่า 30 วัน หากประชาชนไปเติมเงินแล้วยังกำหนดวันอยู่ ก็ร้องเรียนได้เลย ส่วนลูกค้ารายอื่นที่เติมเงินไปแล้ว ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะได้ออกจากระบบไปแล้ว

               ส่วนการกำหนดอัตราค่าบริการขั้นสูง สำหรับบริการด้านเสียง (วอยซ์) ตามประกาศของกสทช. นาทีละ 0.99 บาท ได้สิ้นสุดตามบทเฉพาะกาลที่อนุโลมตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. ดังนั้น เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ ต้องปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด ซึ่งทรูมูฟ ได้เสนออัตราค่าแพคเก็จแล้ว ทุกโปรโมชั่นไม่ถึงนาทีละ 0.99 บาท แต่เอไอเอส กับดีแทคยังเกินอัตราที่กำหนดอยู่จึงได้สั่งให้ทั้ง 2 รายกลับไปปรับโครงสร้างอัตราค่าบริการ และโปรโมชั่นทุกแพคเก็จที่มีอยู่ในสอดคล้องกับประกาศของกสทช.