
30มิ.ย.สธ.แถลงด่วนผู้ป่วยสงสัยหวัด2009
ตื่นสาวใหญ่เมืองพัทลุงตาย สงสัยติดโรคชิคุนกุนยา สสจ.โต้ไม่ใช่ แจงสาเหตุเสียชีวิตติดเชื้อไวรัสในเลือด-เยื่อสมองอักเสบ จวกผู้ใหญ่บ้านปล่อยข่าวมั่วจนป่วน ที่ จ.ตรัง หมอเฝ้าอาการทารกแรกคลอด หลังพบแม่ป่วย
นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า ในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ค.) เวลา 10.00 น. ได้รับมอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เป็นผู้แถลงผู้ป่วยต้องสงสัยโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งขณะนี้ยังรอผลจากห้องปฏิบัติการและจะแถลงผลให้ทราบโดยทันที ทั้งนี้ผู้ป่วยต้องสงสัยรายดังกล่าวเป็นคนไทยเดินทางกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา
ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังมีผู้ป่วยที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 จำนวน 9 คน ส่วนสถานการณ์ทั่วโลกตามรายงานขององค์การอนามัยโลก หรือ ฮู จนถึงวันที่ 29 พฤษภาคม (ตามเวลาในประเทศไทย) มีผู้ป่วยยืนยันผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ใน 46 ประเทศ จำนวน 13,398 ราย เสียชีวิต 95 ราย ใน 4 ประเทศ ดังนี้ เม็กซิโก 83 ราย สหรัฐอเมริกา 10 ราย แคนาดา 1 ราย และคอสตาริกา 1 ราย อัตราป่วยตายร้อยละ 0.71
ขณะที่สถานการณ์ระบาดของโรคชิคุนกุนยา เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม มีกระแสข่าวว่าพบผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยาเสียชีวิตรายแรกของประเทศไทยที่ จ.พัทลุง สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ทางภาคใต้ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาด ล่าสุด นพ.วิเชียร แก่นพลอย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง กล่าวชี้แจงว่า การเสียชีวิตของนางรอพีหย๊ะ สุรเจียร อายุ 40 ปี อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่หมู่ 3 บ้านด่านโลด ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ไม่ได้มีสาเหตุมาจากโรคชิคุนกุนยาแต่อย่างใด
ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของนางรอพีหย๊ะนั้น นพ.วิเชียร กล่าวยืนยันว่า เนื่องมาจากอาการติดเชื้อในกระแสโลหิตและเหยื่อหุ้มสมองอักเสบอย่างรุนแรง โดยนางรอพีหย๊ะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพัทลุง เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม โดยมีอาการสะลึมสะลือ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และมีผื่นแดงขึ้นตามลำตัว ซึ่งในความเป็นจริงอาการลักษณะนี้ สามารถเป็นได้หลายโรค ไม่เฉพาะเจาะจงว่าจะต้องป่วยเป็นโรคชิคุนกุนยา ทั้งนี้ในพื้นที่ จ.พัทลุง ยังไม่พบการรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าว
นพ.วิเชียร กล่าวอีกว่า กรณีที่มีผู้ใหญ่บ้านออกมาให้สัมภาษณ์ว่าลูกบ้านเสียชีวิตด้วยโรคชิคุนกุนยา โดยที่ไม่มีความรู้ในด้านสาธารณสุขนั้น สร้างความเสียหายและความตื่นตระหนกตกใจให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ ขณะนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุงได้ทำเรื่องประสานขอความร่วมมือไปยังจังหวัดให้กำชับการให้สัมภาษณ์ของผู้ใหญ่บ้านและขอความร่วมมือสื่อมวลชน ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะนำเสนอข่าวออกไป เพราะจะเกิดความเสียหายและสร้างความแตกตื่นได้
ด้าน นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการเสียชีวิตของหญิงวัย 40 ปี ที่สงสัยเสียชีวิตด้วยโรคชิคุนกุนยาและเสียชีวิตว่า สาเหตุการเสียชีวิตของหญิงรายดังกล่าวเกิดจากโรคไข้สมองอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือด โดยเมื่อเดินทางมาถึงโรงพยาบาลผู้ป่วยมีอาการไข้ขึ้น ออกผื่น ซึมลง แพทย์ได้ให้ยาปฏิชีวนะแต่อาการไม่ดีขึ้นผู้ป่วยเกิดอาการช็อกและเสียชีวิตอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา
“จากการตรวจสอบเบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากติดเชื้อไวรัสชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้เสียชีวิตจากโรคชิคุนกุนยา เนื่องจากโรคดังกล่าวส่งผลต่อข้อต่างๆ ในร่างกาย ไม่ส่งผลต่อสมอง จึงไม่ทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ส่วนผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวหรือไม่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบต่อไป รวมถึงได้ส่งเชื้อผู้ป่วยไปตรวจสอบหาชนิดของเชื้อไวรัสแล้ว คาดว่าจะทราบผลภายใน 2 วัน ซึ่งญาติเข้าใจว่า ผู้เสียชีวิตป่วยเป็นโรคชิคุนกุนยา เพราะผู้ป่วยติดเชื้อได้เพียง 3 วัน และในหมู่บ้านเกิดการแพร่ระบาดของโรคชิคุนกุนยาอย่างหนัก แต่หลังทราบสาเหตุที่แท้จริงได้อธิบายให้ญาติความเข้าใจแล้ว” นพ.ม.ล.สมชาย กล่าว
เมื่อเวลา 14 .30 น. ที่ศาลาประชาคม อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางร่วมรณรงค์ป้องกันโรคชิคุนกุนยาในพื้นที่ หลังการแพร่ระบาดของโรคทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ 5 อำเภอ ครอบคลุมเทือกเขาบรรทัด ได้แก่ อ.ศรีนครินทร์ อ.กงหรา อ.ตะโหมด อ.ศรีบรรพต อ.ป่าพะยอม และ อ.ป่าบอน โดยมีบรรดาผู้นำในหมู่บ้านและประชาชนกว่า 300 คน คอยต้อนรับ
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยารายหนึ่งซึ่งเป็นหญิงตั้งครรภ์และได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตรัง โดยแพทย์ต้องรีบดำเนินการตัดสินใจผ่าท้องคลอดก่อนกำหนด เนื่องจากทารกมีอาการขาดออกซิเจน แพทย์จึงรักษาตัวอยู่ภายในห้องไอซียู
นพ.สมนึก เชื้อทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตรัง กล่าวว่า หญิงมีครรภ์รายดังกล่าวชื่อว่า นางขวัญฤทัย สุดเมือง อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 154/24 หมู่ 1 ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง มีอาชีพเป็นพนักงานขายรถจักรยานยนต์ของบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ย่านตาขาว โดยนางขวัญฤทัยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตรัง เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม เนื่องจากมีอาการป่วยด้วยโรคชิคุนกุนยาและมีไข้สูง ดังนั้นสูตินรีแพทย์ที่เป็นเจ้าของไข้จึงตัดสินใจทำคลอดด้วยวิธีผ่าทันที เนื่องจากนางขวัญฤทัยมีอายุครรภ์ 38 สัปดาห์แล้ว ถือเป็นการคลอดก่อนกำหนดประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้น ซึ่งตามหลักการแพทย์ถือว่าสามารถดำเนินการได้
เมื่อทีมแพทย์ผ่าตัดสำเร็จ พบว่านางขวัญฤทัยได้ทารกเพศชาย พร้อมตั้งชื่อว่า "วรันธร จำนงค์" มีน้ำหนักตัว 2,700 กรัม ร่างกายสมบูรณ์ แต่เนื่องจากผู้เป็นแม่มีอาการป่วยด้วยโรคชิคุนกุนยา ก่อนคลอด 1 วัน จึงส่งผลต่อบุตรในครรภ์ ทำให้ทารกมีอาการขาดออกซิเจนเล็กน้อย ดังนั้นกุมารแพทย์จึงรีบส่งไปยังห้องไอซียู เพื่อรอดูอาการและพักฟื้น โดยใช้เครื่องช่วยหายใจ พร้อมให้น้ำเกลือแทนการรับประทานนมแม่ เนื่องจากเด็กมีอาการป่วย ประกอบกับภาวะของเด็กในขณะนี้ยังต้องดูแลอาการอย่างใกล้ชิด ทีมกุมารแพทย์โรงพยาบาลตรัง นำโดย พญ.วันทนา ไทรงาม จึงเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
"อาการโดยทั่วไปของทารกคนนี้ ถือว่าเริ่มดีขึ้น และเริ่มเข้าสู่ช่วงภาวะปกติแล้ว แต่ยังคงต้องให้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีกสักระยะ เพื่อสังเกตอาการต่อไป และเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กเกิดภาวะแทรกซ้อน" นพ.สมนึก กล่าว
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตรัง กล่าวอีกว่า มีรายงานทางวิชาการของต่างประเทศเกี่ยวกับโรคชิคุนกุนยา ระบุว่า เป็นโรคชนิดหนึ่งที่ส่งผลต่อหญิงมีครรภ์ แต่ไม่ร้ายแรงเท่ากับพาหะของโรคอื่นๆ โดยช่วงที่ติดต่อและส่งผลต่อเด็กในครรภ์คือ ช่วง 2 วัน ก่อนคลอด และ 2 วันหลังคลอด
"การผ่าท้องคลอดก่อนกำหนดไม่ได้ช่วยป้องกันโรคแต่อย่างใด ขณะนี้กำลังเก็บรายละเอียด และสังเกตอาการของผู้ป่วยของแม่และทารกหลังคลอด ส่วนข้อแนะนำต่อหญิงมีครรภ์ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคชิคุนกุนยาในระยะนี้คือ การป้องกันไม่ให้ยุงกัดและควรอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้เมื่อมีการป่วยไข้ซึ่งถือเป็นการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนต่อทารก และเมื่อคลอดบุตรแล้วผู้เป็นแม่ไม่ควรรีบออกจากโรงพยาบาล ควรอยู่ในความดูแลของกุมารแพทย์ เพื่อสังเกตอาการของทารก 2-3 วัน" นพ.สมนึก กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับตั้งแต่มีการระบาดของโรคชิคุนกุนยาในพื้นที่ จ.ตรัง เมื่อต้นปี 2552 โรงพยาบาลตรังได้รับการรักษาในกรณีผู้ป่วยหญิงมีครรภ์แล้ว 2 คน คือ น.ส.วราภรณ์ กะกา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 ถนนวังตอ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ต้องผ่าท้องคลอดก่อนกำหนด เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม โดยปลอดภัยทั้งแม่และลูก ส่วนนางขวัญฤทัยคือผู้ป่วยรายล่าสุด อาการที่เกิดขึ้นกับลูกชายของเธอเป็นผลมาจากทารกมีอาการสำลักน้ำในครรภ์ จึงมีอาการขาดออกซิเจนหลังคลอดเล็กน้อย
ด้านนางขวัญฤทัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เริ่มมีอาการไข้และปวดข้อเล็กน้อย จึงไปหาหมอที่โรงพยาบาลย่านตาขาว โดยระบุว่าเป็นอาการของโรคชิคุนกุนยา ให้รีบปรึกษาสูตินรีแพทย์ที่ฝากท้องเป็นการด่วน ขณะนี้อาการเริ่มดีขึ้น แต่ยังเหลือปวดข้อเล็กน้อย โดยหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ในวันนี้ (29 พ.ค.)



