ไลฟ์สไตล์

หนังสือที่เธอถือมา : เฟซบุ๊กส่วนตัว(๖)

หนังสือที่เธอถือมา : เฟซบุ๊กส่วนตัว(๖)

13 ม.ค. 2556

หนังสือที่เธอถือมา : เฟซบุ๊กส่วนตัว (๖) : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม

 

๑.

                          ดูจะเป็นคนที่ออนไลน์เฟซบุ๊กส่วนตัวตลอดเวลา  เพราะอะไรๆ ก็สะดวกบนโต๊ะทำงานในบ้าน...

                          เดี๋ยวเข้า เดี๋ยวออก เดี๋ยวอ่าน เดี๋ยวเขียน เดี๋ยวค้น เดี๋ยวคว้า บางทีเพลินไปกับมันแบบไม่รู้ตัว ทำนี่ทำนั่นไม่ทันไร เวลาก็หมดไปวันหนึ่ง จะว่าเวลาแต่ละวันถูกเฟซบุ๊กแบ่งไปไม่น้อยก็ใช่ แต่ยังพยายามจัดการให้อยู่กับการทำงานประจำ และการพักผ่อนหย่อนใจพูดคุยกับเพื่อน แม้อาจเจอเรื่องราวหนักๆ แรงๆ ในสารพัดเฟซบุ๊กส่วนตัวให้ปวดหัวตัวร้อนบ้าง ก็ถือเป็นเรื่องพักผ่อนหย่อนใจอีกแบบหนึ่ง 

                          ลูกชายเห็นพ่อ-เวลาเขาพูดเล่นว่า “พ่อเล่นเฟซบุ๊กอีกแล้ว” ก็ได้แต่ยิ้ม...

                          ไม่รู้คนมีคนงานแบบอื่น เขาใช้เวลาเข้าออกเฟซบุ๊กส่วนตัวอย่างไร ผมเองตั้งแต่มีสิ่งนี้เล่นและใช้ ก็เข้าออกทุกวัน วันละหลายเวลา แม้แต่ระหว่างเดินทาง ยกเว้นตอนเที่ยวป่าเขาที่ไม่มีสัญญาณ          

                          หลายปีมานี้ ได้ทดลองสัมภาษณ์พูดคุยกับบุคคลผ่านกล่องข้อความของเฟซบุ๊ก ส่วนใหญ่สะดวกและรวดเร็วมาก เพราะบุคคลเหล่านั้นก็ดูจะออนไลน์เฟซบุ๊กส่วนตัวของเขาอยู่ หรือไม่ในวันหนึ่งๆ เขาก็ต้องเปิดตรวจสอบข้อความเคลื่อนไหว เหมือนที่เขาเคยรอจดหมายจากไปรษณีย์ ตรวจอ่านอีเมล หรืออื่นๆ จึงติดต่อสื่อสารถึงกันเพียงชั่ววัน แม้บางคนจะอยู่ในต่างจังหวัดห่างไกล หรืออยู่ถึงต่างประเทศ

                          เคยคิดเล่นๆ เครื่องโน้ตบุ๊กส่วนตัว บางทีก็แบตเตอรี่หมด หรือถอดปลั๊กปิดเครื่องแล้ว เจ้าของเข้านอน ตื่นเช้ามาเสียบปลั๊กเปิดเครื่องใหม่ เจ้าคลื่นเฟซบุ๊กส่วนตัวนั้นก็มิได้หลับนอนเลย  มันมีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทั้งการกดถูกใจ การแสดงความเห็น กระทั่งวิวาทะตะลุมบอนกันก็มีไว้ให้เห็น

                          เพื่อนคนหนึ่งบอก ตื่นตีสามตีสี่ว่าดึกแล้ว แค่โพสต์อะไรสักอย่างออกไปไม่ถึงนาที ก็จะมีคนกดถูกใจทักทายเข้ามาเกรียวกราว เขาบอกตลอดเวลายี่สิบชั่วโมงนั้น แสดงว่ามีคนเล่นและใช้เฟซบุ๊กอยู่...

 

๒.

 

                          “เล่นๆ ไป  ใช้ๆ ไป เดี๋ยวก็เบื่อไปเอง” เพื่อนคนหนึ่งเคยพูด

                          ตอนนี้เขาเงียบไปแล้ว เข้าใจว่าคงได้เวลาเบื่อ ได้เวลาเลิก โดยส่วนตัว-ก็เบื่อๆ อยากๆ บ้าง แต่ไม่ได้คิดจะเลิก แค่ลดๆ หรือละๆ ความสนใจจากมัน แต่เอาเข้าจริงในวิถีของคนอ่านเขียนเรียนคิดอย่างนี้  มันยากที่จะลดละเลิกช่องทางสื่อสารนี้  มีแต่จะมากขึ้น หรือใช้ประโยชน์จากมันให้มากขึ้น เหมือนที่เคยว่าไว้เล่นๆ ผ่านยุคผ่านสมัยการเขียนอ่านตั้งแต่เด็ก กระดานชนวน กระดาษ ดินสอ ปากกา พิมพ์ดีด  จนแก่มีชีวิตเหลืออยู่มาพบกับเฟซบุ๊กในวันนี้  ดีๆ ชั่วๆ ก็ต้องใช้มันตามสามัญสำนึกของเรานั่นแหละ

                          เฟซบุ๊กส่วนตัว-มันคืออะไรแค่ไหนกันแน่? ก็ยากจะอธิบายมันได้อย่างถ่องแท้ เพียงแค่เลือกใช้พื้นที่ของมันในการนำเสนอสิ่งที่พอพึงมี สู่เพื่อนผู้อ่านที่พอพึงเห็น ในเพื่อนเป็นร้อยเป็นพันนั้น อาจมีคนเข้ามาอ่านและพูดคุยด้วยสักห้าสิบคน ก็ถือเป็นความเคลื่อนไหวของกระบวนการอ่านเขียนเรียนคิด เป็นสีสัน เป็นบรรยากาศในแบบที่เรารักชอบทางนี้ 

                          ผมชอบถ่ายภาพ ชอบแต่งกลอน มีกลอนเก่าเก็บไว้จำนวนมาก นอกจากนำเสนอกลอนสดๆ ใหม่ๆ แล้ว ก็ได้นำกลอนเก่าสิบปีบ้าง ยี่สิบปีบ้าง สามสิบปีบ้าง มานำเสนอใหม่ ประกอบภาพถ่ายผลงานตัวเอง คนอ่านกลอนของผมมีทั้งผู้ที่ติดตามตั้งแต่อยู่ในหนังสือ และผู้เป็นคนหนุ่มสาวที่เพิ่งเริ่มต้นอ่านกลอน กลอนที่เคยเงียบๆ อยู่ในหนังสือรวมเล่ม ก็มีชีวิตชีวาใหม่ๆ ในพื้นที่ที่เรียกสังคมออนไลน์  มันเป็นความภูมิใจทางหนึ่ง แม้การนำเสนอภาพถ่ายและบทกลอนในเฟซบุ๊กส่วนตัวนั้น  จะไม่มีค่าเรื่องเลยก็ตาม

                          คิดถึงวัยเด็ก-เคยฝันอยากเป็นนักพากย์หนัง อยากเป็นนักจัดรายการข่าวหรือเพลงทางวิทยุ อยากทำหนังสือเป็นคนดูแลบัญชรศิลปวัฒนธรรมหรือโคลงกลอน ถึงวันนี้เวลานั่งอยู่ต่อหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว  ก็ชักจะเคลิ้มๆ ไปเหมือนกันว่า...ตัวเองกำลังได้เป็นในสิ่งที่เคยฝันนั้นแล้ว...

 

๓.

 

                          “ถ้ายังอยู่บ้านนอก  ไม่ได้มาเขียนหนังสือ  คิดว่าตัวเองจะเป็นอะไรได้?” เพื่อนถาม

                          “ถ้าไม่เป็นทายกวัด ก็อาจเป็นนักจัดรายการวิทยุชุมชน...หรือหัวคะแนนนักการเมือง”

 

 

--------------------

(หนังสือที่เธอถือมา : เฟซบุ๊กส่วนตัว (๖) : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)