
คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่12ม.ค.2556
คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่12ม.ค.2556 : แล่ม จันท์พิศาโล
*** วันนี้ ตรงกับ วันเด็กแห่งชาติ ตรงกับวันเสาร์ที่ ๒ ของเดือนมกราคม ทุกปี โดยรัฐบาลได้เริ่มต้นจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๔๙๘ สมัยนั้นได้กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม เป็น วันเด็กแห่งชาติ ต่อมาเมื่อปี ๒๕๐๘ ได้มีมติเปลี่ยนแปลง วันเด็กแห่งชาติ เป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม จนถึงทุกวันนี้...ทั้งนี้ เพื่อให้เด็กไทยได้ตระหนักถึงคุณค่า สิทธิ และบทบาทความสำคัญของตนเอง โดยมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ขึ้นในโรงเรียน หมู่บ้าน หรือหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้เด็กๆ ได้ร่วมกิจกรรมโดยทั่วกัน สิ่งหนึ่งที่มาพร้อมกับ วันเด็กแห่งชาติ คือ คำขวัญ ที่ นายกรัฐมนตรี ในแต่ละสมัยมอบให้เด็กๆ เป็นประจำทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งคำขวัญปีนี้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มอบคำขวัญว่า “รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน”...วันนี้บรรดา นักพระเครื่อง ทั้งหลายที่มีลูกหลานอยู่ในปกครอง ควรจะพาเขาไปเที่ยวชมและร่วมกิจกรรมที่หน่วยงานองค์กรต่างๆ จัดขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อเด็กๆ โดยเฉพาะ
** ส่วนท่านที่ไม่มีลูกหลาน หรือลูกๆ โตหมดแล้วก็พาตัวเองเข้า สนามพระ เรียนรู้ดู พระแท้ องค์จริงกันได้ตามอัธยาศัย ชอบพอถูกใจพระองค์ไหนก็เช่าเก็บเอาไว้ได้เลย หากเป็น พระแท้ และ สวยจริง รับรองว่า อนาคตสดใส ราคาไม่มีตกลงอย่างแน่นอน ** ก่อนอื่นขอแจ้ง งานประกวดพระ ในวันอาทิตย์หน้า (๒๐ ม.ค.๕๕) ที่บริเวณหน้า องค์พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม โดยมี ท่านไชยา สะสมทรัพย์ เป็นประธานจัดงาน กิตติ นครปฐม, อ้วน นครปฐม, ประเสริฐ นครปฐม เป็นประธานดำเนินงาน พร้อมด้วยสมาชิก ชมรมพระเครื่องเมืองนครปฐม ทุกคน รายการพระที่จัดประกวดมีครบทุกประเภท รวม ๑,๘๐๗ รายการ รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม รวมประวัติและวัตถุมงคลของท่านที่สร้างขึ้นในวาระต่างๆ เป็นหนังสือปกแข็ง หนากว่า ๓๐๐ หน้า พิมพ์สี่สี ภาพสวยคมชัดทุกหน้า จัดทำโดยทีมงานนิตยสาร พระท่าพระจันทร์ รับประกันคุณภาพของ พระแท้ และ สวยคมชัด ทุกองค์
** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ได้รับภาพ พระหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม จากทีมงานนิตยสาร พระท่าพระจันทร์ ผู้จัดทำหนังสือเล่มนี้ ภาพแรก คือ เหรียญเสมา รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๙๓ เนื้อทองแดงรมดำ ในตัวเหรียญไม่มีตัวหนังสือชื่อวัด และปีที่สร้างแต่อย่างใด คงมีแต่ยันต์ด้านหลังเหรียญ และคำว่า “หลวงพอเงิน” ก็ไม่ได้ปั๊มติดมากับตัวเหรียญ แต่เป็นตัวตอกภายหลังตรงใต้หูเหรียญ คำว่า “พอ” ที่ถูกคือ “พ่อ” ไม่มีไม้เอก เข้าใจว่าช่างแกะคงลืมทำ “ไม้เอก” ตกไป เมื่อได้นำเหรียญมาให้หลวงพ่อพิจารณา ท่านเห็นคำว่า “หลวงพอเงิน” ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่กลับพอใจเสียอีก เพราะคำว่า “พอ” ตรงกับคำสอนอันเป็นอมตะวาจาของท่านที่ว่า “รู้จักพอก่อสุขทุกสถาน” ก็เลยปล่อยไว้เหมือนเดิม คือ “หลวงพอเงิน” ทุกวันนี้เป็นเหรียญยอดนิยมของวงการเหรียญหนึ่ง สวยสมบูรณ์คมชัดเช่นที่เห็นนี้เช่าหากันถึงหลักล้านต้น ชนิดที่พอสวยยังเช่าหากันถึงหลักแสนกลางขึ้นไป...เหรียญนี้ออกในงานทำบุญอายุครบ ๕ รอบ (๖๐ ปี) ของ หลวงพ่อเงิน (ท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๓ มรณภาพ ๑๓ มกราคม ๒๕๑๓ อายุ ๘๗ ปี พรรษา ๖๐) จำนวนสร้างประมาณ ๑,๐๐๐ เหรียญ มีเนื้อทองแดงรมดำ อย่างเดียว **
** เหรียญที่ ๒ ของหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ในวันนี้ คือ เหรียญหน้าวัว ปี ๒๕๐๓ เนื้อทองคำ โดยเรียกตามลักษณะของพิมพ์ทรงเหรียญ เป็นเหรียญขนาดเล็ก เหมาะสำหรับเด็กและผู้หญิง...ผู้ชำนาญพระสายนี้บอกว่า ครั้งแรกผู้จัดสร้างกำหนดเป็นพิมพ์ทรงเสมา แต่ช่างได้แกะเป็น พิมพ์ทรงเม็ดบัวคอเว้า มีรูปหลวงพ่อเงินหันข้างอยู่กลางเหรียญ ด้านล่างมีเลข ๑ เพื่อระบุรุ่น ด้านหลังเป็นยันต์นะทรหด อันเป็นยันต์ที่หลวงพ่อเงินใช้เป็นประจำ เหรียญรุ่นนี้มีหลายพิมพ์ และสร้างในหลายวาระด้วยกัน ขณะเดียวกันก็มีเหรียญปลอมออกมามากมายหลายฝีมืออีกด้วย ของแท้มีจำนวนสร้างอยู่ที่หลักพัน มีหลายเนื้อ อาทิ เนื้อทองแดง สวยๆ เช่าหากันที่หลักหมื่นต้น เนื้อเงินอยู่ที่หลักหมื่นกลาง และเนื้อทองคำ อยู่ที่หลักแสนต้น
** น้อย ไอยรา ส่งข่าวมาจาก จ.เชียงใหม่ ว่า...เวลานี้วงการพระล้านนา นิยมเช่าหากันมาก คือ พระกริ่งนเรศวรเมืองงาย ปี ๒๕๑๒ ฝีมือการออกแบบและแกะแม่พิมพ์โดย ช่างเกษม มงคลเจริญ ผู้ฝากผลงานประติมากรรมชิ้นเล็ก คือ เหรียญพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง และ พระกริ่ง พระรูปเหมือน สำนักต่างๆ ในสมัยนั้นเอาไว้ในวงการพระมากมาย ถือเป็นผลงานระดับ ปรมาจารย์ อย่างแท้จริง จนเป็นที่นิยมสะสมกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะ พระกริ่งนเรศวรเมืองงาย ปี ๒๕๑๒ พิมพ์แจกกรรมการ องค์นี้ได้ภาพมาจากกระดานโชว์พระเกจิอาจารย์ล้านนา www.pralanna.com พิมพ์นี้ข้าราชการเกษียณอายุท่านหนึ่งซึ่งเป็นกรรมการสร้าง พระกริ่งนเรศวรเมืองงาย รุ่นนี้ เล่าว่า เมื่อตอนเปิดจอง พระกริ่งนเรศวรเมืองงาย จำนวน ๒,๕๑๒ องค์ มีผู้สั่งจองหมดก่อนพิธี คณะกรรมการจึงได้สร้างพระกริ่ง พิมพ์กรรมการ ขึ้นอีกจำนวนหนึ่ง เข้าใจว่าอยู่ที่หลักสิบองค์ เพื่อแจกกรรมการ โดยที่ใต้ฐานองค์พระจะอุดฝากริ่งเป็นรูปสถูปเจดีย์ ตอกโค้ดสถูปตัวเดียวกับพระกริ่งพิมพ์ธรรมดา ชั่วโมงนี้ พระกริ่งนเรศวรเมืองงาย พิมพ์กรรมการ องค์สวยๆ ราคา ๑ แสนบาทขึ้นไป อย่างเช่นองค์ที่เห็นนี้ ถือว่านี้สวยสมบูรณ์มาก พระสภาพนี้หายาก เป็นพระของผู้ใช้นามว่า “คนกรุง” โพสต์ลงในเว็บพระล้านนาดอทคอม เป็นที่ฮือฮามมาก...เว็บนี้มักมีของเด็ดๆ มาให้ชมเสมอๆ จนบางครั้งผู้เขียนต้องติดต่อขอภาพมาลงให้ชมในคอลัมน์นี้อีกทางหนึ่งด้วย **
** หลวงปู่ภู (พระครูธรรมานุกูล) วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม ท่านเกิดที่ ต.วังหิน อ.เมือง จ.ตาก เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๓ พออายุได้ ๙ ขวบ บิดามารดาได้พาไปบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดท่าคอย ได้ศึกษาเล่าเรียกอักขระสมัย (ภาษาขอม) และหนังสือไทย กับ พระอาจารยที่วัด จนกระทั่งอายุได้ ๒๑ ปี จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดท่าคอย ได้ฉายาว่า "จนฺทสโร" ต่อมาท่านเดินธุดงค์มากรุงเทพฯ ปักกลดอยู่ ณ บริเวณที่ตั้งวังบางขุนพรหม (ธนาคารแห่งประเทศไทย) ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ที่วัดสามปลื้ม และวัดท้ายตลาด ก่อนมาอยู่ที่วัดอินทรวิหาร (หรือวัดบางขุนพรหมนอก) จนได้เป็นเจ้าอาวาส เมื่อพ.ศ.๒๔๓๔ ท่านได้มรณภาพเมื่อวันเสาร์ที่ ๖ พฤษภาคม ๒๔๗๖ รวมสิริอายุ ๑๐๔ ปี พรรษา ๘๓ วิหาร (วัดบางขุนพรหมนอก) เมื่อปี ๒๔๓๒ จนได้เป็นเจ้าอาวาส เมื่อปี ๒๔๓๕ ท่านมรณภาพเมื่อวันเสาร์ที่ ๖ พฤษภาคม ๒๔๗๖ รวมอายุ ๑๐๔ ปี พรรษา ๘๓ หลวงปู่ภู เป็นพระเถระที่ยึดการธุดงค์เป็นกิจวัตรมาโดยตลอด สมัยที่ยังแข็งแรง เมื่อออกพรรษาแล้วท่านจะออกรุกขมูลมิได้ขาด โดยร่วมธุดงค์ไปกับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และหลวงปู่ใหญ่ ท่านมีความมุมานะอุตสาหะมุ่งมั่นศึกษาวิชาอาคมต่างๆ จนเกิดความชำนาญเป็นที่เลื่องลือในยุคนั้น ท่านได้ปฏิบัติสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานมิได้ขาด มีความรู้ความชำนาญในทุกด้าน เชื่อกันว่าท่านได้วิชาการสร้างพระผง รวมทั้งการปลุกเสกจาก สมเด็จฯ โต โดยตรง ท่านจึงได้สร้างพระผงพิมพ์สี่เหลี่ยมชิ้นฟัก ลักษณะเดียวกับพระสมเด็จ ของ สมเด็จฯ โต แต่มีพุทธลักษณะที่แตกต่างกัน มีหลายพิมพ์ อาทิ พิมพ์แซยิด แขนหักศอก (มีตัว “อุ” ข้างแขนซ้ายขวา) พิมพ์แซยิด แขนกลม พิมพ์ ๘ ชั้น พิมพ์ ๗ ชั้นหูติ่ง ฯลฯ ... กล่าวกันว่า หลวงปู่ภู ได้สร้างพระเครื่องภายหลังที่ สมเด็จฯโต และ หลวงปู่ใหญ่ มรณภาพแล้ว จะได้ไม่ถูกครหาว่า สร้างพระแข่งกับครูบาอาจารย์ ... พระหลวงปู่ภู ที่นิยมกันมากพิมพ์หนึ่ง คือ พิมพ์สมเด็จ ๗ ชั้น หูติ่ง องค์สวยสมบูรณ์มาก เช่าหากันที่หลักแสนขึ้นไป เป็นพระของ อู๊ด สุพรรณ พระองค์นี้มีภาพอยู่ในหนังสือ จอมสุรางค์อุปถัมภ์ จ.พระนครศรีอยุธยา ปี ๒๕๒๙ จัดทำโดย ท่านเสถียร เสถียรสุต จำหน่ายเล่มละ ๕๐๐ บาท (ไม่ได้แจกเป็นหนังสือรางวัลงานประกวดพระอย่างที่มีผู้เข้าใจกันผิดๆ) หนังสือเล่มนี้วงการพระให้ความนิยมชมชอบพระทุกองค์ที่มีภาพอยู่ในหนังสือเล่มนี้กันมาก เพราะพระส่วนใหญ่ในหนังเล่มนี้เป็นพระของท่านเสถียร เสถียรสุต ซึ่งแต่ละองค์ล้วนเป็นพระที่สวยงามคมชัดมาก...นอกจากนี้ พระองค์นี้ยังมีภาพอยู่ในหนังสือภาพพระชนะการประกวด จัดทำโดย วรเทพ อุดมรัตนะศิลป์ อีกด้วย ซึ่งหากเป็นพระที่ไม่สวยคมชัดจริงๆ แล้ว ยากที่จะได้รับรางวัลพระชนะเลิศจากงานประกวดพระในสมัยก่อนได้เลย **
** พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ หลังเตารีด พิมพ์ใหญ่ เอ เนื้อโลหะผสม องค์นี้ถือเป็นพระสวยระดับแชมป์ของวงการ เป็นพระแท้ที่ดูง่าย จุดเด่นของพระองค์นี้ คือ เป็นพระที่หล่อออกมาได้ลึก อ้วนล่ำ และคมชัดมาก ทุกสัดส่วน เช่นเม็ดตาและเส้นใต้ตา เส้นหน้าผาก รวมทั้งเส้นร่องแก้มที่คมชัด ริมฝีปากที่นูนเป็นกระจับชัดเจน จมูกที่โด่งคมสันสวยงามมาก เส้นจีวรและร่องจีวรเป็นทิวแถวมีมิตินูนลึก เม็ดบัวสัณฐานรูปสามเหลี่ยมคมที่มีขนาดสม่ำเสมอทุกเม็ด พิจารณาด้านข้างจะเห็นว่า พระองค์นี้หล่อออกมาได้หนาเสริมเสน่ห์ให้สวยงามยิ่งขึ้น หากพิจารณาถึงผิวพรรณของพระองค์นี้ถือว่าสมบูรณ์แบบ คือ มีดินเบ้ากระจายตามซอก ผิวพระแทบไม่เปิดเลย และเนื้อองค์พระออกวรรณะเนื้อแดงที่คนนิยมเล่นหา ร่องรอยการแต่งตะไบทั้งด้านหน้าหลัง ขอบข้างและใต้ฐานองค์พระเป็นไปอย่างธรรมชาติ องค์ประกอบหลายส่วนที่กล่าวมา ทำให้พระองค์นี้เป็น พระองค์ครู ที่สวยแท้ดูง่าย การันตีความงามด้วยแชมป์งานประกวดพระเครื่องที่พันธุ์ทิพย์ฯ ปี ๒๕๕๐ มาแล้ว และเป็นองค์เดียวกันกับที่ปรากฏภาพในหนังสือ "พระองค์ครู หลวงพ่อทวด วัดช้างให้” เล่ม ๒ ล่าสุด ของ ชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง (หน้า ๕๐)…พระองค์นี้เป็นพระบ้านของ อานุภาพ ธาระวานิช นักธุรกิจหนุ่มนักเรียนนอก สายเลือดชาวเบตงขนานแท้ ผู้ที่เก็บสะสมหลวงพ่อทวดองค์สวยระดับแชมป์ไว้จำนวนมาก องค์ในภาพนี้เป็นพระมรดกของครอบครัว ที่เจ้าตัวภูมิใจมาก ที่ได้มีโอกาสครอบครองพระองค์งามของวงการ พระสวยแท้ดูง่ายองค์นี้ หากจะมีการเปลี่ยนมือก็ต้องว่ากันถึงหลักล้านอย่างแน่นอน
** รศ.จิรพัฒน์ เงาประเสริฐวงศ์ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังคงสะสมพระเครื่องที่รักชอบอยู่เสมอ ก่อนปีใหม่ส่งภาพ เหรียญหลวงปู่เหมือน วัดโรงหีบ จ.ปทุมธานี รุ่นแรก ปี ๒๔๘๓ มาให้คอลัมน์นี้ เป็นเหรียญที่ติดรางวัลชนะเลิศ จากงานพันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน มาแล้ว ๒ ครั้ง นับว่าเป็นเหรียญที่สวยงามคมชัดมากเหรียญหนึ่ง..ตามประวัติ หลวงปู่เหมือน เป็นพระเกจิอาจารย์มอญ ผู้มีวิชาอาคมแก่กล้ามากท่านหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางด้าน น้ำมนต์ ท่านโด่งดังมาก ใครโดนคุณไสย เสนียดจัญไร เคราะห์ไม่ดี มาขอรดน้ำมนต์จากท่านเป็นต้องหายปลิดทิ้งหมด...เมื่อปี ๒๔๘๓ ท่านได้สร้างหอสวดมนต์ขึ้นมาหลังหนึ่ง จึงได้ออก เหรียญรุ่นแรก เพื่อสมนาคุณแก่ผู้บริจาคปัจจัยสมทบทุนการก่อสร้าง เหรียญรุ่นนี้มีรูปหลวงปู่นั่งสมาธิเต็มองค์ มีชื่อท่านจารึกว่า "อธิการเหมือน" ไม่มีชื่อวัดชื่อจังหวัด ด้านหลังมีรูปยันต์และอักขระขอม ล่างสุดมีตัวหนังสือ พ.ศ.๒๔๘๓ ส่วนใหญ่เป็นเหรียญเนื้อทองแดงกลับดำ ซึ่งเช่าหากันเป็นเหรียญเนื้อสัมฤทธิ์ ส่วนเหรียญเนื้อทองแดงจริงๆ มีน้อยมาก เปี๊ยก การบินไทย บอกว่า เหรียญรุ่นนี้เป็นเพียงรุ่นเดียวที่ออกในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ โดยด้านหน้ามีเพียงแม่พิมพ์เดียว ส่วนด้านหลังมี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์หางชิด กับ พิมพ์หางห่าง โดยดูจากตัวหนังสือ พ.ศ.๒๔๘๓ หางตัว ศ กับเลข ๒ อยู่ชิดติดกัน เป็นพิมพ์หางชิด เป็นพิมพ์นิยม (บล็อกแรก) ส่วนอีกพิมพ์หนึ่ง หางตัว ศ กับเลข ๒ ไม่ชิดติดกัน เป็นพิมพ์หางห่าง (บล็อกสอง) ความนิยมจะน้อยกว่าพิมพ์แรก ต่อมาเมื่อ หลวงปู่มรณภาพในปี ๒๕๐๒ ทางวัดได้นำแม่พิมพ์ด้านหน้าและด้านหลัง (บล็อกสอง) ไปปั๊มเหรียญออกมาอีกรุ่นหนึ่ง เพื่อแจกในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ โดยตอกเลข 1 อารบิก ใต้ตัวหนังสือ พ.ศ.๒๔๘๓ พิมพ์นี้เรียกว่าเป็น เหรียญตาย คือ ออกในสมัยที่หลวงปู่มรณภาพแล้ว การเช่าหาอยู่ที่หลักร้อยเท่านั้น ส่วนเหรียญในภาพนี้ซึ่งเป็น พิมพ์นิยม การเช่าหาจะอยู่ที่หลักหมื่นกลางๆ ขึ้นไป ถ้าสวยๆ อาจจะถึงหลักแสนก็ได้ ** พบกับคมเลนส์ส่องพระได้ใหม่ในวันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค....ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***



