
ให้เสียงดนตรีนำทาง...'หนึ่ง'สุรศักดิ์
ให้เสียงดนตรีนำทาง...'หนึ่ง'สุรศักดิ์ นิตติวัฒน์ : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง/ชาญยุทธ ปะวะขัง : ภาพ/สุกล เกิดในมงคล
"กีตาร์ทำให้เราเป็นคนใจเย็นลง ปกติผมใจร้อน ค่อนข้างโผงผางในบางครั้ง แต่ดนตรีเหมือนที่ในหลวงท่านตรัสว่า "...คนที่ไม่มีดนตรีในหัวใจ คนนั้นจะหาสุขไม่..." บางทีเราฟังดนตรีเพราะชอบเสียง แต่หากเราได้เล่นด้วย แต่งเพลง หรือมีโอกาสร้องเพลงที่ชอบ ด้วยเครื่องดนตรีที่รัก ก็จะทำให้เราผ่อนคลายมาก เลยทำให้ผมใจเย็นลงเพราะดนตรี หรือแก่ลงก็ไม่รู้ (ขำ) ..."
....คำสารภาพของสุภาพบุรุษมาดสุขุม เจ้าของธุรกิจพันล้าน "รับติดตั้งแก๊สรถยนต์" ที่กำลังขยายปีกอย่างมีอนาคตกับข้อเสนอในยุคราคาน้ำมันขึ้นๆ ลงๆ และค่อนไปทางแพง อีกทั้งคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากปรากฏการณ์ "รถคันแรก" พลอยทำให้ชื่อของ "เอ็นเนอร์ยี่ รีฟอร์ม" ภายใต้การนำของ "หนึ่ง" สุรศักดิ์ นิตติวัฒน์ แฝดผู้พี่ที่เกิดก่อนแฝดน้อง "หนุ่ม" สุรชัย เพียง 15 นาทีเมื่อ 38 ปีก่อน เป็นที่คุ้นหูแบบก้าวกระโดด
เกือบ 10 ที่ฟันฝ่าจนก้าวมาเป็นหนึ่งในผู้นำแวดวงแก๊สรถยนต์ ลำพังธุรกิจคงไม่ช่วยให้ชีวิตสมบูรณ์แบบ ทุกครั้งเมื่อมีโอกาสเขาจึงไม่รีรอให้เวลากับกิจกรรมโปรดอย่างกีตาร์และอูคูเลเล่ โดยเฉพาะแฝดผู้พี่ที่ค้นพบว่า ช่วยเติมเต็มชีวิตให้มีความสุขขึ้น คลายความทุกข์ใจ พร้อมกับ "สติปัญญา" คิดแก้ปัญหาใดๆ ก็สามารถ
"จริงๆ นอกจากดนตรีก็ชอบกีฬา เจ็ตสกีก็เป็นหนึ่งของสะสมของผม เวคบอร์ด เคเบิลสกีก็เล่นได้ ที่ชอบเล่นกีฬาทางน้ำก็เพราะชอบน้ำ อย่างบ้านก็ต้องอยู่ติดน้ำ มีบ่อปลาให้ดู ไม่เกี่ยวกับฮวงจุ้ยเลย สำหรับดนตรีผมเริ่มจากกีตาร์โปร่งก่อนแล้วมาตีกลอง และร้องเพลง มีเบสบ้างนิดหน่อย เล่นวันหยุด กีตาร์เป็นเครื่องดนตรีชิ้นเดียวที่เล่นและร้องได้เลยคนเดียว ฝึกมาตั้งแต่เด็กเรียนสมัยประถม ตอนนั้นเห็นน้าชายเล่นแล้วร้องเพลงด้วย รู้สึกว่าเพราะจัง เท่จัง ก็เลยให้น้าสอน เล่นๆ พักๆ มาเล่นมากขึ้นก็ตอนเรียนโทที่จุฬาฯ จัดปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ปิดร้านอาหารเล่นกันเอง ฟังกันเอง" นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เล่าต้นตอของงานอดิเรกยามว่างเว้นจากเรื่องรกสมองอย่างอารมณ์ดี
แต่ก่อนที่ธุรกิจจะอยู่ตัวจนได้ฟื้นฝีมือการจับเส้นสายกีตาร์ เจ้าตัวยอมรับว่าเหนื่อยและเครียด เพราะต้องลุยเองทั้งงานบริหารและปฏิบัติการ เมื่อทุกอย่างไปได้สวยจึงค่อยๆ สร้างทีมผู้บริหารแต่ละแผนกขึ้นมา ทุกวันนี้ตัวเองและน้องชายจะเน้นดูภาพรวม แต่ที่วางมือไม่ได้คือการเร่งสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในลักษณะเครือข่าย โดยแบ่งเวลา 80 เปอร์เซ็นต์ในสำนักงาน ที่เหลืออีก 20 เปอร์เซ็นต์ ออกไปพบลูกค้า รอจนกว่าจะเลิกงานและวันหยุดโน่นล่ะจึงได้ชิล
"กีตาร์ฝึกเองได้ ไม่ยาก นอกจากจะให้น้าช่วยสอนแล้วก็ซื้อหนังสือคอร์ด หรือเปิดอินเทอร์เน็ตก็ฝึกตามได้ แต่เล่นแรกๆ จะเจ็บนิ้วมาก ทรมานจัง ผมคนนิ้วใหญ่เวลาจับคอร์ดกดลงไปอาจไปคร่อมเส้นอื่นได้ สังเกตคนที่เล่นเก่งๆ ส่วนมากแขนขายาว นิ้วยาว จะคล่องมาก เราเล่นเพื่อผ่อนคลายเน้นเฮฮา สังสรรค์ตามประสาเพื่อนฝูง ใครใคร่เล่นกลองเล่น ใคร่เล่นกีตาร์เล่น ในวงก็มีกีตาร์ กลอง เบส คีย์บอร์ด ผมเล่นกีตาร์ไฟฟ้ากับร้องนำ ซึ่งกีตาร์ไฟฟ้าสายจะนิ่มกว่ากีตาร์โปร่งนะ สไตล์การเล่นก็คนละแบบ กีตาร์โปร่งจะเล่นแนวอะคูสติก แต่ไฟฟ้าเน้นแนวป๊อป และร็อก เพราะสามารถใส่เครื่องดัดเสียงตู้แอมป์ได้เยอะ ปรุงแต่งได้ตามใจชอบถ้าเล่นกับเพื่อนๆ ผมจะเล่นไฟฟ้ามากกว่า แต่ถ้าอยู่บ้านจัดปาร์ตี้เล็กๆ กีตาร์โปร่งสะดวกว่า" มือกีตาร์สมัครเล่น บอกพร้อมเล่าต่อว่ากีตาร์โปร่งตัวแรกที่สะสมคือยี่ห้อ "เฟนเดอร์ (FENDER)" คุณแม่ซื้อให้ตอนอยู่ ม.3 แต่ทุกวันนี้ไม่ค่อยได้แตะแล้วเพราะเก่ามาก จะเล่นอีกตัวที่ซื้อเองหยิบมาแกะเพลงก่อนนอนวันละสองชั่วโมง ส่วนกีตาร์ไฟฟ้ามี 3 ตัว ยี่ห้อเฟนเดอร์ ตัวแรกคุณพ่อคุณแม่ซื้อให้เหมือนกัน รักที่สุดด้วย
ขณะที่อูคูเลเล่ (UKULELE) ผู้บริหารคนขยันยอมรับว่า เพิ่งฝึกปรือฝีมือไม่ถึงปี คิดอยากเล่นก็ตอนที่ศิลปินหนุ่มสิงโต นำโชค นำออกมาโชว์ลีลาพลิ้วๆ ให้เห็น แต่ตอนนั้นคิดไปเองว่าเป็นกีตาร์เด็ก ไม่น่าจะเล่นเป็นเพลงได้ ทว่าพอได้ลองดีดตัวจริงเสียงจริง พบว่าเสียงเพราะกังวาลน่าฟังอย่างน่าอัศจรรย์ ที่สำคัญง่ายกว่าดีดกีตาร์ตัวโตด้วยซ้ำ
"อูคูเลเล่เป็นแนวฮาวายนะ ผ่อนคลายดี มี 4 เส้นเองใช้นิ้วกดแล้วเล่นได้เลย ถ้าคนเป็นกีตาร์มาแล้วหมูเลย เล่นได้เกือบทุกเพลง ถ้าอยากฟังเสียงนุ่มๆ ก็อูคูเลเล่ แต่ถ้าอยากได้แหลมๆ ใสๆ ก็กีตาร์โปร่ง แต่ถ้ารวมวงก็ต้องเป็นไฟฟ้า แต่บางครั้งดนตรีก็ทำให้เครียดเหมือนกัน โดยเฉพาะช่วงจะมีงานขึ้นเล่น ต้องซ้อมหนัก รู้สึกว่าเรายังไม่แม่นเลย แกะเพลงยังไม่ได้ กลัวหลุด เป็นแบบนี้บ่อย ต้องฟังจากวิทยุแล้วมาแกะ ทั้งร้องและเล่นก็เหนื่อยกว่าเพื่อน จึงต้องมีสมาธิบวกสอง เราไม่ใช่มืออาชีพ เล่นไปเรื่อยๆ ตอนนี้บ้านใหม่กำลังทำห้องซ้อมอยู่ครับ" แฝดพี่ผู้เสพดนตรีเข้าเส้นเลือด เผยเส้นทางบนตัวโน้ต
โปรดปรานเสียงเพลงถึงเพียงนี้ แน่นอนล่ะย่อมมีนักดนตรีที่คลั่งไคล้เป็นพิเศษ และจะเป็นอื่นไปเสียมิได้นอกจาก "ราชากีตาร์ร็อก" อย่าง "ป้อม" อัศนีย์ โชติกุล ด้วยสไตล์การเล่นง่ายๆ แต่จังหวะโทนเสียงกินใจสุดๆ ทุกวันนี้เสียงโซโล่กีตาร์ของศิลปินระดับตำนานคนนี้ก็ยังเป็นเอกลักษณ์ ยังไม่มีใครทำได้เฉกเช่น ขณะที่กีตาร์โปร่งและอูคูเลเล่เขายกให้ศิลปินต่างประเทศ เจสัน มราซ เจ้าของเพลงฮิต " I' m Yours" เป็นต้นแบบ หากมีโอกาสก็มักจะหยิบเพลงนี้มาโชว์อยู่บ่อยๆ
และเมื่อชีวิตไม่ได้มีไว้ให้โหมงานหรือทุ่มน้ำหนักกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง คนที่ประสบความสำเร็จต้องรู้จักบริหารเวลา เหมือนอย่างที่ศิลปินสมัครเล่นในคราบนักธุรกิจพันล้านเน้นย้ำเสมอว่าความสำเร็จและความสุขอยู่ที่วิธีคิด และสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ทั้งร่างกายและจิตใจต้องพร้อม...
"ต้องเริ่มจากความคิดก่อน ขนาดของความคิดเป็นตัวกำหนดขนาดความสำเร็จ ถ้าใครมัวแต่คิดเล็กๆ ความสำเร็จก็อยู่แค่หย่อมมือ ไม่มีทางโต ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่ารุ่นใหม่ สิ่งสำคัญคือคิดแล้วต้องลงมือทำ หลายคนคิดแต่ไม่ลงมือทำก็เป็นแค่ความฝัน การลงมือทำให้ได้ดี จิตใจก็ต้องพร้อมด้วย ทั้งความอบอุ่น ความสุขทางใจ ความรักและครอบครัว ความรักของคนรอบข้าง ถ้าขาดพวกนี้คงไม่มีความแข็งแรงที่จะไปสร้างความสำเร็จให้ตัวเองได้ อย่างการเล่นดนตรีสำหรับผมเป็นตัวหนึ่งที่สร้างความอบอุ่นทางจิตใจให้กับผม ความสุขความนิ่ง ความผ่อนคลาย อะไรก็แล้วแต่ การหาอะไรทำนอกเหนือจากการทำงานก็จะช่วยเหลือหลอมจิตใจให้แข็งแรง พร้อมที่จะไปสร้างความสำเร็จได้เช่นกัน"
ประโยคไม่สั้นไม่ยาวปิดท้ายจากหนุ่มโสดคิดอย่างเป็นระบบ หวังว่าจะช่วยกระตุกต่อมคิดให้ใครหลายคนเดินอย่างมีเป้าหมาย อย่างน้อยๆ หากรู้จักใช้ดนตรีเป็นพลังเสริมความแกร่ง...ไม่รุ่งให้รู้ไป!!
...............................................
(ให้เสียงดนตรีนำทาง...'หนึ่ง'สุรศักดิ์ นิตติวัฒน์ : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง/ชาญยุทธ ปะวะขัง : ภาพ/สุกล เกิดในมงคล)



