
เจ้าสำนักปฎิบัติธรรมพิสดารปฏิเสธงูไม่ได้รัดนร.
ผอ.สำนักพุทธฯ เมืองพิจิตร พร้อมเจ้าคณะอำเภอ บุกตรวจสถานปฏิบัติธรรมพิสดาร เหตุให้เด็กนั่งในกรงงูเหลือม-นอนโลงศพ สั่งเจ้าสำนักห้ามใช้หลักสูตรนี้แล้ว หลังผู้ปกครองโวยสำนักปฏิบัติธรรมพิสดารทำลูกช็อก ขณะที่เจ้าสำนักยันไม่ได้บังคับใดๆ แถมให้นอนในโลงไม่กี่นาทีเ
ความคืบหน้ากรณีสถานปฏิบัติธรรมใช้วิธีปฏิบัติธรรมแบบพิสดาร นำผ้าปิดตานักเรียนที่มาเข้าค่ายแล้วให้นอนกับงูเหลือมในกรง จนถูกงูรัดลำตัวและคอต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพราะมีอาการผื่นขึ้นตามตัว ใบหน้าบวม และมีเส้นเลือดฝอยแตกในตาทั้งสองข้าง จนทำให้ผู้ปกครองแสดงความไม่พึงใจในเรื่องนี้ รวมทั้งมีการสั่งให้สถานปฏิบัติธรรมเลิกหลักสูตรดังกล่าวแล้ว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม นายเพียร ต๊ะผัด ข้าราชการสำนักงานขนส่งอำเภอโพทะเล จ.พิจิตร บิดาของเด็กนักเรียนที่ประสบเหตุ เล่าว่า เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม น.ส.รติรถ ต๊ะผัด อายุ 15 ปี บุตรสาว ซึ่งเรียนอยู่ที่ชั้น ม.4 โรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม อ.บางมูลนาก ไปเข้าค่ายปฏิบัติธรรมกับโรงเรียนที่สำนักสงฆ์ปฏิบัติธรรมบ้านสะพานยาว หมู่ 11 ต.เนินมะกอก อ.บางมูลนาก ต่อมาเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม สำนักสงฆ์ให้นักเรียนเลือกปฏิบัติธรรม ระหว่างนอนในโลงศพ กับนอนในกรงกับงูเหลือม บุตรสาวเลือกนอนในกรงกับงูเหลือม สำนักสงฆ์จึงนำผ้ามาปิดตาแล้วให้นอนอยู่ในกรง ระหว่างนอนอยู่ถูกงูเหลือมรัดลำตัวและเลื้อยมารัดลำคอจนรู้สึกเจ็บปวด จึงร้องให้คนช่วยนานกว่า 10 นาที พระที่นอนปฏิบัติธรรมอยู่ในกรงใกล้ๆ ได้ยินเสียงและเรียกให้ครูมาช่วย เมื่อนำงูที่รัดลำตัวออกแล้วยังให้บุตรสาวนอนในกรงต่อจนครบ 1 ชั่วโมง ก่อนนำไปนอนพักและให้กินยาแก้แพ้ เนื่องจากใบหน้าและลำตัวมีผื่นขึ้น
กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 13 พฤษภาคม เพื่อนสังเกตเห็นอาการของบุตรสาวไม่ดีขึ้น จึงแจ้งให้ครูทราบ จากนั้นครูได้นำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลบางมูลนาก แพทย์ระบุว่าบุตรสาวมีอาการเส้นเลือดฝอยในตาทั้งสองข้างแตก มีผื่นขึ้นตามใบหน้าและใบหน้าบวม มีสาเหตุจากถูกงูรัดจนขาดอากาศหายใจ ต่อมาโรงพยาบาลบางมูลนากได้ส่งตัวไปเอกซเรย์ที่โรงพยาบาลศรีสวรรค์ จ.นครสวรรค์ แล้วส่งกลับมาที่โรงพยาบาลเดิม
นายเพียร กล่าวว่า ภรรยาสงสารบุตรสาว จึงขอแพทย์นำไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ โดยก่อนหน้านี้ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ช่วยค่าเดินทางเป็นเงิน 6,000 บาท และเมื่อไปรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ แล้ว ผู้อำนวยการช่วยเหลือค่าเดินทางและค่ารักษาเพิ่มเติมอีก 1 หมื่นบาท ส่วนค่ารักษาทั้งหมดได้ใช้สิทธิ์ข้าราชการเบิก
"เมื่อเดินทางไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ โดยนอนพักอยู่ 1 คืน แพทย์ก็ให้กลับบ้านได้แต่บอกว่าอาการเส้นเลือดฝอยแตกในตาทั้งสองข้างต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 เดือน จึงจะหาย ส่วนอาการผื่นขึ้นตามใบหน้าและลำตัวหายเป็นปกติแล้ว สำหรับอาการบวมที่ใบหน้าก็ยุบลงเป็นปกติเช่นกัน" นายเพียร กล่าว
นายเพียร กล่าวอีกว่า สภาพจิตใจของบุตรสาวจะดีขึ้น เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้ไปโรงเรียนตามปกติ ส่วนการเจรจากับผู้อำนวยการโรงเรียนในเบื้องต้น พร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง แต่โดยส่วนตัวอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าวว่ากระทำการเหมาะสมหรือไม่ เหตุใดจึงใช้วิธีปฏิบัติธรรมที่พิสดารเช่นนี้กับเด็ก หากช่วยเหลือบุตรสาวตนเองไม่ทันอาจเกิดเหตุการณ์เศร้าสลดขึ้นได้
นายเกษม นวมครุฑ ผู้อำนวยการ โรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม กล่าวว่า รู้สึกเสียใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ได้ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลแก่ครอบครัว น.ส.รติรถไปแล้วเป็นจำนวน 1.6 หมื่นบาท แต่ได้บอกครอบครัวว่าหากไม่พอให้ประสานมาอีกครั้ง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นได้รายงานให้ผู้ว่าฯ พิจิตร ทราบแล้ว เบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือสำนักพุทธศาสนาจังหวัดพิจิตร คงจะเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโรงเรียนและครูที่ควบคุมไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อนว่า สำนักปฏิบัติธรรมจะนำเด็กไปฝึกปฏิบัติธรรมแบบนี้ เพราะไม่มีในโปรแกรมมาก่อนและช่วงดังกล่าวก็หมดเวลาการปฏิบัติธรรมไปแล้ว ครูจึงปล่อยให้เด็กเข้านอน แต่ทราบว่ามีพระมาชักชวนเด็กกลุ่มหนึ่งไปปฏิบัติธรรมโดยให้เลือกระหว่างการนั่งสมาธิในโลงศพและนอนในกรงกับงู" นายเกษม กล่าว
นายเกษม กล่าวว่า แต่ละปีโรงเรียนจะนำเด็กนักเรียนที่เข้าศึกษาใหม่ในระดับชั้น ม.4 เข้าค่ายปฏิบัติธรรม เพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมก่อนจะเปิดเทอม ก่อนหน้านี้ครูในโรงเรียนทราบว่ามีสำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าวอยู่จึงไปตรวจสอบ เห็นมีนักเรียนตำรวจ 200 คนมาฝึกนั่งสมาธิอยู่จึงสนใจและติดต่อนำเด็กนักเรียนมาปฏิบัติธรรมในช่วงก่อนเปิดภาคเรียน ไม่คิดมาก่อนว่าสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้จะมีวิธีการฝึกปฏิบัติธรรมในลักษณะนี้มาก่อน
นายประพันธ์ ตั้นวัฒนา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า หลังเกิดเหตุสำนักงานพระพุทธฯ พร้อมนายอำเภอและเจ้าคณะอำเภอ ได้เข้าไปตวรจสอบสำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าวแล้ว และไปตรวจสอบซ้ำอีกครั้งเมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 พฤษภาคม พร้อมกำชับให้เจ้าสำนักงดเว้นหลักสูตรปฏิบัติธรรมในส่วนของการนั่งสมาธิในโลงศพ หรือนอนในกรงกับงูไปก่อน โดยเฉพาะกับเด็กนักเรียน
ส่วนหลักสูตรอื่นให้ดำเนินการได้ตามปกติ ซึ่งเจ้าสำนักก็รับปากจะปฏิบัติตาม และขอร้องว่าอย่าปล่อยให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการเอาผิดหรือลงโทษสำนักปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องของฝ่ายสงฆ์ โดยเจ้าคณะอำเภอจะเป็นผู้ดำเนินการ
ขณะที่ พระสายฝน ปันฐิโต เจ้าสำนักดังกล่าว ชี้แจงผ่านรายการ "เรื่องเด่นเย็นนี้ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ว่า โลงศพที่ใช้เป็นโลงศพปลอมเท่านั้น ที่สำคัญใช้ทดสอบจิตใจให้ลงไปนอนเพียงไม่กี่นาทีหากใครกลัวผีก็ไม่ต้องลงไปนอน เราไม่ได้บังคับใดๆ หากใครไม่พร้อมก็ขอให้แจ้งครูหรือทางสำนักได้ ส่วนกรณีที่ให้อยู่ในกรงงูนั้น ยอมรับว่าเป็นงูเหลือมจริง แต่ช่วงนั้นมีพระและครูอยู่ใกล้ๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเพียงกุศโลบายในการฝึกเฉยๆ เท่านั้น



