
ลองดี EOS M
ลองดี EOS M : คอลัมน์ไอที รีวิว
เปิดรับศักราชใหม่กับคอลัมน์ใหม่ที่จะใช้เป็นเวทีนำเสนอผลการทดสอบและนำเสนอผลิตภัณฑ์เด่นๆ ที่โต๊ะต่างประเทศ-ไอที ได้สัมผัส เพื่อนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้เป็นทางเลือกแก่ผู้ที่สนใจจะซื้อหาสินค้าไอที หรือแก็ตเก็ตต่างๆ กัน
ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกที่เราได้รับมาและขอนำเสนอเป็นครั้งแรกในคอลัมน์นี้ เป็น กล้องถ่ายรูป/วิดีโอ จากแคนนอน รุ่น EOS M กล้องแบบไร้กระจกรุ่นแรกจากค่ายแคนนอนที่อาจจะใช้เวลาพัฒนาและศึกษาทิศทางการตลาดนานสักหน่อย ปล่อยให้ค่ายคู่แข่ง ทั้ง โอลิมปัส และนิคอน เปิดตัวกล้องไร้กระจกออกมาก่อนหน้ากันหลายต่อหลายรุ่น
กล้องในชุดที่ทีมพีอาร์ของแคนนอนส่งมาให้ทดสอบนั้น เป็นชุดใหญ่ที่สุดที่ออกจำหน่ายในตลาด เปิดกล่องออกมาก็จะพบบอดี้กล้องขนาดกะทัดรัด เลนส์คิท 18-15 mm F 3.5-5.6 IS STM และ เลนส์ 22 mm F 2 STM แถมพกมาด้วยแฟลชตัวเล็ก รุ่น Speedlite 90 EX อีกหนึ่งตัว ส่วนคู่มือ ไดรเวอร์ แบตเตอรี่ และ สายเชื่อมต่อต่างๆ ก็มีมาให้ครบตามความจำเป็น
ตัวกล้องมีขนาดกะทัดรัด ใหญ่กว่ากล้องคอมแพ็กทั่วไปนิดหน่อย แต่มีความบางเมื่อเทียบกับกล้อง DSLR ทั่วไปที่เปลี่ยนเลนส์ได้ เนื่องจากแคนนอนได้นำระบบกระจกสะท้อนภาพออกไปจากตัวกล้องทำให้ลดขนาดบอดี้ลงไปได้มาก
ด้วยความที่บอดี้มีขนาดเล็กและสีสันสวยงาม (มีสีแดง เงินเมทัลลิก ขาว และดำ ให้เลือก) และในชุดทดสอบเป็นบอดี้สีแดง ทำให้สาวๆ ที่ได้เห็นถึงกับเอ่ยปากชมว่า สวย น่ารัก น่าใช้ เรียกคะแนนพิศวาสได้อย่างน้อยก็ 9 ใน 10
ส่วนการใช้งานนั้น เป็นไปได้อย่างสะดวก แม้อยู่ในโหมดการทำงานแบบ แมนวล (M) ที่ปรับเปลี่ยนได้จากวงแหวนด้านหน้าบริเวณปุ่มชัตเตอรร์ มือใหม่อาจจะต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกับการปรับค่ารูรับแสง (F) ความเร็วชัตเตอร์ (Shutter Speed) และ ค่า ISO ที่กำหนดปริมาณแสงเข้าในชัตเตอร์ ซึ่งทั้งหมดนี้ผู้ใช้สามารถปรับได้จากหน้าจอแสดงผลขนาด 3 นิ้วทางด้านหลัง ซึ่งเป็นระบบสัมผัสล้วนๆ
ในโหมดนี้ยังสามารถปรับลูกเล่นต่างๆ ที่มีอยู่ในตัวกล้อง ทั้ง Effect ที่มีมาให้ 8 รูปแบบ เช่น Miniature Effect ที่ทำให้วัตถุในภาพดูเหมือนของเด็กเล่น Toy Camera ที่ให้โทนสีแบบเรโทร เก่าๆ คล้ายกับการถ่ายภาพด้วยกล้องโลโม ซึ่งใช้เลนส์พลาสติก หรือจะเป็น Fish Eye effect ที่ให้ภาพมุมกว้างโค้งเป็นวงกลมคล้ายมองผ่านตาปลา โดยไม่ต้องลงทุนซื้อเลนส์ Fish Eye ราคาหลายหมื่นมาใช้งาน
ปุ่มเดียวกันนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานเป็นการถ่ายวิดีโอ คลิปสั้นๆ ได้อีกด้วย
นอกจากนั้นยังมีเมนูการปรับแต่งกล้องมาตรฐานของแคนนอนที่ควบคุมด้วยวงแหวนสั่งการด้านหลังกล้องให้เลือกใช้กันอีกด้วย
ในเวลาใช้งานจริงนั้น ก็อย่างที่บอกว่า กล้องมีขนาดเล็กเหมาะกับมือของสาวๆ มากกว่ามืออันอวบอ้วนของผม ทำให้ต้องใช้เวลาในการปรับตัวกันนิดหนึ่ง กว่าจะคุ้นเคยและถ่ายรูปได้อย่างมั่นใจ
ในการทดสอบผมได้ใช้เลนส์ 18-55 mm และ 22 mm (ที่เรียกเล่นๆ ว่าเลนส์แพนเค้ก) และแฟลชอย่างเต็มที่ ก็พบว่าเลนส์รุ่นนี้ ที่ใช้ระบบเซอร์โวรุ่นใหม่ STM ให้การตอบสนองได้ดีในระดับหนึ่ง การโฟกัสทำได้เร็ว แต่อาจจะไม่ทันใจตากล้องที่ใช้กล้อง DSLR กับเลนส์ ตระกูล L ของแคนนอนเท่าใดนัก
ภาพที่ได้มาค่อนข้างน่าประทับใจ เลนส์ทั้งสองตัวให้สีที่อิ่ม สวยเป็นธรรมชาติ ตามสไตล์แคนนอนที่จะไม่ฉูดฉาดมากเกินไป ขณะเดียวกันเอฟเฟกท์ต่างๆ ก็ช่วยทำให้การรังสรรค์ภาพเป็นไปอย่างสนุกสนาน สีเนื้อบุคคลก็อิ่มตามธรรมชาติไม่มีการแต่งเติมจนโอเวอร์เกินไป
แบตเตอรี่ใช้งานได้นานพอตัว ในการทดสอบด้วยการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มครั้งเดียว สามารถถ่ายภาพในที่มืดและสว่างสลับกันไปได้กว่า 200 รูป
ถ้ามองในภาพรวมแล้ว คงจะหาที่ติเจ้า CANON EOS M ได้ยาก แต่หากเป็นตากล้องมืออาชีพแล้ว คงจะบอกว่า การโฟกัสช้าไปสักนิด เหมือนกับซีพียู DIGIC 5 ของกล้อง "คิด" นานไปหน่อย แต่หากเป็นผู้ใช้ทั่วไปคงจะสนุกกับการถ่ายภาพได้อย่างเต็มที่
แต่เมื่อถามถึงราคาค่าตัวแล้ว กล้องชุดนี้ที่ประกอบไปด้วยเลนส์ 2 ตัว บอดี้ และแฟลช ที่ออกจำหน่ายในราคา 32,900 นั้น คงจะสูงเกินไปสักนิด แม้จะมีทางเลือกเป็นชุด บอดี้ พร้อมเลนส์ EF-M 18-55 mm ที่ขายในราคา 28,900 บาท และชุด บอดี้ พร้อมเลนส์ EF-M 22 mm + Mount Adapter สำหรับต่อกับเลนส์ตระกูล EF และ EF-S ในราคา 29,000 บาทนั้น ก็ยังทำให้คิดหนักเหมือนกัน
.................................................
(ลองดี EOS M : คอลัมน์ไอที รีวิว)



