ไลฟ์สไตล์

คิดถึง'อเลปโป'

คิดถึง'อเลปโป'

06 ม.ค. 2556

คิดถึง'อเลปโป' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง

               พูดก็พูดเถอะ ในบรรดาเมืองทั้งโลกที่ฉันรอนแรมไปหา อเลปโป(Aleppo) แห่งซีเรีย คือเมืองในดวงใจที่ฉันเผลอรัก

                นี่คือหนึ่งในเมืองเก่าแก่และคลาสสิกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่ผู้ประกาศตัวว่าเป็นนักเดินทางควรเห็นทุกซอกมุมของเมืองนี้ด้วยสองตาเปล่า แต่ถึงอยากดั้นด้นไปหาอเล็ปโปกันจริงๆ ตอนนี้ก็คงไม่ได้แล้ว เพราะอเล็ปโปยับเยินไม่มีชิ้นดีจากสงครามภายในประเทศที่กำลังเกิดขึ้น อเลปโปที่เห็นผ่านจอสี่เหลี่ยมในวันนี้ ไร้เงางามของเมืองโบราณ มีแต่ฝุ่นควันแห่งเพลิงสงครามปะทุขึ้นเป็นระยะ 

                ซีเรียระอุ ทัพรัฐบาลถล่มอเลปโป ดับ 25 ราย-ชาวบ้านโดนลูกหลง!!! 

                กบฏซีเรียอ้างยึดอเลปโปได้ 60%!!! 

                กบฏซีเรียปัดรัฐบาลยึดเมืองคืน โวคุม "อเลปโป" ได้ 40% !!

                ทัพรัฐบาลซีเรียยึดพื้นที่เมืองหลวงคืน-กบฏบุกเมืองอเลปโป !!

                ทั้งหมดนี้คือพาดหัวข่าวในช่วงครึ่งปี 2555 ที่ผ่านมา คนอ่านถึงแม้ไม่ใช่ลูกหลานชาวซีเรีย แต่ก็แอบห่วงใยอเลปโปอยู่ลึกๆ

                เมืองรักที่ฉันเคยหลงใหลในน้ำใจไมตรีของผู้คน คงบอบช้ำอย่างหนัก ชาวอเลปโปที่เคยเปิดบ้านรับการอพยพข้ามแดนของชาวอิรักที่หนีภัยสงครามมาพึ่งพิงชายคาซีเรีย ในวันนี้ชาวซีเรียเองก็ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับชาวอิรัก ที่พวกเขาต่างไม่ได้เลือก

                ใจหายที่สุดคงเป็น “อเลปโป ซุค” ตลาดใต้ร่มสุดแสนคลาสสิก ที่เป็นต้นกำเนิดห้างสรรพสินค้าของโลก นึกถึงคืนวันที่ย่างสองเท้าผลุบเข้าตลาดโบราณที่แสนมโหฬาร ใหญ่ขนาดนับความยาวได้ 30 กิโลเมตร ตอนนั้นแค่นึกถึงว่าถ้าต้องเดินให้ครบก็ชิงเพลียซะก่อน

                แต่พอเดินเข้าจริงๆ แล้วเป็นการทอดน่องที่เพลิดเพลินเจริญอารมณ์มาก ทั้งของกินของใช้ละลานตาไปหมด พ่อค้าขายขนมในตลาดโบราณ วาดลวดลายทำขนมถังแตกเวอร์ชั่นซีเรียพลิ้วอย่างมืออาชีพ จากนั้นเขาก็อ้อนวอนให้ชิมขนมของเขา

                ตลาดโบราณแห่งนี้มีร้านของกินไม่ใช่น้อย คิดดูเอาละกันว่า ถ้าแวะชิมทุกร้าน ก็คงจะอิ่มไปจนกลับบางกอก เพราะแต่ละร้านที่ชะโงกหน้าเข้าไปชม ไม่มีใครยอมให้จากมาอย่างง่ายดาย ต้องมีชิมกันก่อนถึงจะเอื้อนเอ่ยคำลากันได้

                ซุคแห่งอเลปโปช่างน่าตื่นตาตื่นใจได้ทุกองศา และทุกอณูทำให้คนเดินแทบไม่นึกเบื่อ อาจจะมีน่องตึงๆ บ้างตามสังขาร แต่ข้าวของละลานตาจะเป็นยาคลายกล้ามเนื้อชั้นดี

                จำได้ว่า วันนั้นเดินว่อนสำรวจตลาดซะเกือบทั่ว เลยพอสังเกตได้ว่า ข้าวของที่น่าซื้อก็มีพวกเครื่องทอง เครื่องเงิน กล่องไม้แกะสลัก แต่ที่ซื้อง่ายขายคล่องคงเป็นพวกกองทัพถั่วสารพัดสายพันธุ์ และพวกสบู่ที่ทำจากน้ำมันมะกอก ถ้าเป็นพวกนักสะสมของเก่า คนแต่งบ้านด้วยข้าวของที่แปลกไม่ซ้ำหน้า และคนชอบของเก๋ คุณจะไม่อยากตีจากตลาดแห่งอเลปโป

                ในตลาดใต้ร่มยังมีที่พักของพวกกองคาราวานค้าขายในอดีต ซึ่งมีอยู่ในตลาดเก่าแก่นี้กว่า 20 แห่ง ทั้งหมดนี้ ทำให้ตลาดแห่งนี้คือตลาดน่าเดินที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้

                แต่วันนี้ ตลาดไม่เป็นตลาดอีกต่อไป พ่อค้าพากันหอบข้าวของหนีเพลิงแห่งความขัดแย้งที่ลุกท่วมเมือง ไม่มีเสียงตะเบ็งเซ็งแซ่ของบรรดาพ่อค้าที่เชื้อเชิญให้ลูกค้าแวะจับจ่ายหิ้วของกลับบ้าน มีแต่เสียงกระสุนปืนและระเบิดคลอเคลียหูผู้คนชาวอเลปโปทั้งวันทั้งคืน

                ไม่มีรอยยิ้มของผู้คนประดับทีมุมปากของพวกเขาอีกต่อไป มีแต่เสียงกรีดร้องและความหวาดกลัว

                ป้อมปราการแห่งเมืองอเลปโปที่เคยรับแขกต่างบ้านต่างเมืองไม่เว้นแต่ละวัน ดูจากยูทูบ วันนี้เหมือนป้อมร้างที่พาย้อนไปหาอดีตอันขมขื่นจากการสู้รบของซีเรียอีกครั้ง 

                ไม่มีหนุ่มสาว และพ่อแม่จูงลูกมานั่งชิลตามร้านกาแฟเหมือนอย่างเคย คาเฟ่ชิชาก็พลอยปิดกิจการหนีตายกันไปหมด แพ็กเกจแห่งความสำราญที่อเลปโปเคยเสิร์ฟให้ผู้คน ไม่มีอีกแล้ว

                แม้กระทั่งเสียงเรียกอาซานให้ผู้คนไปละหมาดจากสุเหร่าโอมายยาด (Umayyad Mosque of Aleppo) ซึ่งเป็นสุเหร่าประจำเมือง ก็แทบไม่มีเช่นกัน

                อเลปโปที่เคยสดใสเบิกบาน ได้ถูกสงครามพรากไปแล้ว เหลือแต่อเลปโปที่มีแต่ความเวิ้งว้างและน่าหดหู่

                ฉันเขียนเรื่องนี้ขึ้น เพียงเพื่อจะบอกว่า มีความคิดถึงอเลปโปกองพะเนินอยู่ในใจ และเป็นอีกครั้งที่ตอกย้ำให้เชื่อว่า สงครามไม่เคยให้ประโยชน์แก่โลกนี้เลย เป็นแบบนั้นจริงๆ

               ........................................................
(คิดถึง'อเลปโป' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง)