
'หนิง ภควดี'ซ้อมเพลง'กู่เจิง'
'หนิง ภควดี'ซ้อมเพลง 'กู่เจิง' ฝึกคิดสร้างสรรค์
"อาจารย์สอนว่า การเล่นกู่เจิงเราต้องเหมือนนักแสดง ไม่ใช่แค่เล่นเพราะ ลีลาต้องสวยเหมือนนักแสดงให้ได้ หนิงมีคนต้นแบบในการเล่นกู่เจิงคือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ตอนเด็กที่เราอยากมาเล่นกู่เจิงก็เพราะเห็นพระองค์ท่านทรงกู่เจิงมาก่อนด้วย"
ที่ใดมีเสียงเพลงที่นั่นย่อมมีกลิ่นอายของความสุขคละคลุ้งอยู่เสมอ เรียกได้ว่าเกือบทุกคนไม่สามารถปฏิเสธความสุนทรีย์จากเมโลดี้เหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหน และผู้ฟังอยู่ในสถานะใด เหมือนกับสาวนักการตลาดคนหนึ่งที่เคยเอ่ยปากบอกเราไว้ว่า เธอคนนี้ชอบดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะเครื่องดนตรี "กู่เจิง" เครื่องบรรเลงเพลงโบราณอันมีเสน่ห์ล้นเหลือ เล่นเอาคนที่ได้หลงเข้าไปสัมผัสเกิดภาวะถอนตัวไม่ขึ้นมานักต่อนัก และความหลงใหลนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้แก่ตัวเธออีกด้วย
ว่าแล้วก็ไม่รอช้า จึงขอติดตามเธอคนนี้มาที่บ้านพักส่วนตัวตกแต่งสไตล์อังกฤษย่านวิภาวดีฯ ภายในมีกู่เจิง 21 สายจากไม้เนื้อดีอายุ 10 กว่าปี วางเด่นอยู่บริเวณห้องรับแขกอันเป็นที่ประจำในการซ้อม สัดส่วนของบ้านไม่ใหญ่จนเกินไปพอให้ได้รับความอบอุ่นของสมาชิกภายในบ้านกันแบบทั่วถึง ไม่นานนักสาวเจ้าของกิจกรรมดีๆ ของเราในวันนี้ก็รีบออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มใสๆ เธอคนนี้มีชื่อว่า "หนิง" ภควดี อมรพิทักษ์กูล ผู้จัดการส่วนการตลาดสินค้าแบรนด์ บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) ผู้ดูแลสินค้าจิวเวลรี่ชั้นดีหลากหลายยี่ห้อ กับลุคในชุดสบายๆ สลัดคราบนักการตลาดออกไปจนหมด ค่อยๆ หยิบอุปกรณ์พร้อมบรรเลงกู่เจิงตัวโปรดให้เราฟังกัน
"เปียโนเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกๆ ที่เล่น เพราะคุณแม่บังคับ ตอนนั้นเรารู้สึกไม่ชอบที่โดนบังคับมั้ง เลยแกล้งปวดท้องทุกวัน บอกคุณแม่ว่า ทำไม่ได้แน่ๆ คุณครูต้องดุสารพัด หาเรื่องหายไปช่วงหนึ่งจนคุณแม่บอกไม่ต้องไปละ นอนอยู่บ้านไปเลยไป (หัวเราะ) แต่พอโตเราก็คิดได้แล้วกลับมาหาอะไรเรียนอีกเรื่อยๆ เลยกลายเป็นคนเล่นดนตรีเยอะมาก คืออยากเล่นอะไรเราต้องไปลองดูตลอดอย่าง เชลโล่ ไวโอลิน ลองเรียนมาหมดแล้ว" สาวหนิงเริ่มเกริ่นถึงความชอบด้านดนตรีที่มีมาตั้งแต่เด็ก
ในเวลางานสาวหนิงจะทำหน้าที่เป็นทั้งเวิร์กกิ้งวูเมน ด้วยการนำความรู้จากการทำงานและปริญญาโทการตลาดจาก แมนเชสเตอร์ยูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศอังกฤษ มาช่วย คุณพ่อปราโมทย์ และคุณแม่สาวิตรี เตียสุวรรณ์ ดูแลกิจการพร้อมกับทำหน้าที่เป็นแม่บ้านแสนดีให้คุณสามี ธเนศ อมรพิทักษ์กูล ที่ใช้ชีวิตแต่งงานกันมากว่า 3 ปี และเมื่อมีเวลาว่างจากการงานทั้งหมดเธอจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง มาฝึกซ้อมเพลงกู่เจิงอย่างต่อเนื่อง
"ตอนนั้นหลังสอบเอนทรานซ์เสร็จ ตอนว่างๆ เลยเลือกที่จะเรียนกู่เจิงดู เพราะเห็นว่าแปลกดี แล้วเราก็เป็นลูกหลานคนจีนด้วยค่ะ เลยอยากจะทำอะไรที่แสดงถึงความเป็นจีนสักอย่าง อาจารย์คนแรกเป็นผู้หญิงชื่อ อาจารย์โจว หยิง เป็นคนจีนแท้ๆ ตอนเล่นแรกๆ เราแค่อยากรู้ แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ เรากลับติดหนึบเลย หนิงว่าดนตรีชนิดนี้ให้ความอดทนและให้สมาธิกับเราเยอะมาก บางเพลงใช้เวลาฝึกซ้อม 3 เดือน ยังเล่นไม่จบ ตอนเล่นแรกๆ หนิงซ้อม 3 ชั่วโมงต่อวัน รู้สึกว่าเราต้องเล่นให้ได้นะ มีแรงผลักอยู่ในตัวเองตลอดเหมือนเวลาเราเล่นเกม แต่เราเอาเวลาไปเล่นกู่เจิงแทนทั้งวัน พอเล่นจนอยากไปอีกขั้นหนึ่งก็ต้องมีอารมณ์ใส่เข้าไปด้วย เรานี่ก็คิดตื่นตัวตลอด โห...จะใส่ลงไปยังไงล่ะทีนี้..." สาวนักดีดกู่เจิงเล่าถึงความยากเมื่อแรกเริ่ม
ยิ่งพยายามเท่าไหร่เจ้าตัวบอกว่าก็ยิ่งมีโอกาสเพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิตมาขึ้นด้วย โดยมีช่วงหนึ่งอาจารย์ต้องกลับไปทำธุระที่ประเทศจีน เธอคนนี้ก็รับเป็นคนไปสอนเด็กๆ ที่เพิ่งฝึกฝนแทน จากมุมที่เคยมองว่าอาจารย์สอนอะไรก็เข้าใจทันที เมื่อได้ทำหน้าที่เป็นครูซะเอง โดยเทคนิคอยู่ที่ต้องจับช่วงอารมณ์ให้ได้และใช้ท่าทางไปตามอารมณ์นั้นๆ และเมื่อเล่นจนชำนาญสาวหนิงก็พาฝีมือไปคว้าเหรียญทองแดงจากการประกวดกู่เจิงถึงเมืองเซี่ยงไฮ้มาแล้ว นอกจากนี้ปัจจุบันเจ้าตัวยังสนุกกับการรับเล่นเพลงกู่เจิงตามงานเทศกาลต่างๆ อีกด้วย
"ตอนนั้นอยู่ปี 4 เรียนมาได้ 4-5 ปีแล้ว เป็นแข่งขันไม่ใช่ระดับใหญ่โตอะไร แค่นักเรียนมาแข่งกัน โดยก่อนเดินทางไปร่วมประกวดได้ ทุกคนต้องส่งเป็นคลิปให้กรรมการดูก่อนว่าผ่านรึเปล่า อาจารย์หนิงเป็นคนส่งคลิปนักเรียนไป 10 กว่าคน ตีกลับมาก็มีเราอยู่ด้วย เลยได้มีโอกาสไปแข่งขัน กระทั่งได้เหรียญทองแดงกลับมาได้ ก็เป็นประสบการณ์ดีๆ ที่เราได้จากการเล่นกู่เจิง หนิงว่าตอนนั้นเราก็ยังไม่เก่งมากด้วย คือได้เล่นทั่วๆ ไปยังไม่ถึงระดับใส่ท่วงท่าอารมณ์ อย่างเพลงของ เติ้ง ลี่ จวิน ที่เล่นง่ายและคนรู้จักเข้าใจในความหมายอยู่แล้ว ถ้ายากขึ้นมาอีกก็เพลงหยู่ โจว จ้าง หวาง (Yu zhou chang wan) เป็นเพลงอมตะคู่กับกู่เจิงเลย เกี่ยวกับการตกปลาตอนเย็น มีช่วงที่ปลาติดเบ็ด รอนิ่งๆ เพลงก็จะเสียงเรียบๆ พอปลากินเบ็ดเพลงก็เร็วขึ้นเรื่อยๆ เพลงส่วนใหญ่จินตนาการของคนสมัยก่อนเวลาที่แต่งเพลงเขาจะอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ แล้วเข้าจะเอาอารมณ์นี้มาใส่ในเพลงด้วย ต้องให้อาจารย์พูดให้ฟังแต่ละประโยคเราถึงจะเข้าใจว่าเป็นอารมณ์นั้นจริงๆ เราเล่นก็จินตนาการถึงวิถีชีวิตนั้นไปด้วยว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ถ้าอยู่ตรงนั้นจะทำอะไรต่อดีเป็นความยากอีกอย่างหนึ่งของกู่เจิงเลย" สาวหนิงบอกเล่าด้วยความชำนาญก่อนจัดแจงผูกชิ้นกระดองเต่าทั้ง 8 นิ้วก็บรรเลงเพลง ลี่ว์ เต้า เสี่ยว เยี่ย ฉี่ว์ (Lu dao xiao ye qu) หรือเพลงเกาะสีเขียวเล็ก บรรเลงเป็นท่วงทำนองบอกเล่าอารมณ์ได้ไม่มีสะดุด
หลังดีดเพลงเพราะจนทุกคนเคลิบเคลิ้ม สาวหนิงถอนนิ้วออกจากสาย พร้อมบอกขำๆ แก้เขินว่า ที่จริงเราเป็นคนบ้าแต่งเล็บมาก ซ้อมทีไรก็มีเล็บลอก หรือบางทีเราเล่นแล้วลืมตัวจนเล็บฉีกเลยก็มี แต่ก็ยอมเล่น เพราะติดมากจริงๆ ว่างทีก็ต้องมานั่งซ้อมนานเลย แต่มีช่วงที่งานเยอะมากหยุดเล่นไปพักหนึ่ง คุณแม่ก็แอบบ่นว่าบ้านเงียบไปเยอะ เพราะทุกคนที่บ้านชินกับการได้ยินเสียงกู่เจิงทุกวันไปแล้ว บางวันก็มีคุณแม่กับน้องหมามานั่งฟังเพลินๆ ด้วย
"กู่เจิงเริ่มเล่นไม่ยาก แต่จะเล่นให้เพราะถึงขั้นใส่อารมณ์ยากกว่า เพราะต้องมีท่วงท่าลีลาเยอะ อาจารย์สอนว่าการเล่นกู่เจิงเราต้องเหมือนนักแสดง ไม่ใช่แค่เล่นเพราะ ลีลาต้องสวยเหมือนนักแสดงให้ได้ หนิงมีคนต้นแบบในการเล่นกู่เจิงคือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ตอนเด็กๆ เราอยากมาเล่นกู่เจิงก็เพราะเห็นพระองค์ท่านทรงกู่เจิงด้วย แล้วเวลาเห็นทรงกู่เจิงแต่ละครั้ง หนิงว่าแต่ละเพลงยากมาก ทั้งเสียงเพลงท่วงท่าที่พระองค์ท่านแสดงออกมาต้องซ้อมหนักมากกว่า 6 เดือนแน่ๆ ปัจจุบันหนิงเองก็ยังต้องฝึกฝนไปต่ออีกขั้นสูงๆ พร้อมฝึกเพลงซิกเนอเจอร์ของกู่เจิงที่เราควรเล่นให้ได้ด้วย เช่น หยู่ โจว จ้าง หวาง หรือ จาง ไท่ เฟิง (Zhan tai feng) เป็นเพลงเร็วเกี่ยวกับพายุไต้ฝุ่น ซึ่งก็มีอยู่ไม่กี่เพลง แต่เราควรเล่นให้ดี และจะฝึกสามารถปรับโน้ตให้เล่นเพลงไทยเพลงสากลได้ หนิงเคยลองเปลี่ยนกู่เจิงมาเล่นกับและไวโอลิน เปียโน ก็เพราะมากเหมือนกัน" นักการตลาดสาวผู้มีหัวใจรักดนตรีบอกถึงแรงบันดาลใจ และจุดมุ่งหมายของตัวเองทิ้งท้าย
.................................................
('หนิง ภควดี'ซ้อมเพลง 'กู่เจิง' ฝึกคิดสร้างสรรค์ : คอลัมน์ขอเวลานอก )



