ไลฟ์สไตล์

สายตาดีเพื่อน้อง เพิ่มโอกาสมองเห็น

สายตาดีเพื่อน้อง เพิ่มโอกาสมองเห็น

05 ม.ค. 2556

ผลการตรวจดวงตาของหนู ในโครงการ Sight For Kids สมัยที่โรงเรียนวัดดอกไม้ตอนอายุได้ 8 ปี มีอาการตา 'ขี้เกียจ'

               "ผลการตรวจดวงตาของหนู ในโครงการ Sight For Kids สมัยที่โรงเรียนวัดดอกไม้ตอนอายุได้ 8 ปี มีอาการตา "ขี้เกียจ" และได้ถูกส่งต่อไปยังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อรับการรักษา จากนั้นโครงการได้ตัดแว่นตาส่งมอบให้ในเดือนมกราคม 2555 ตอนนี้สามารถอ่านได้นานขึ้นด้วยสายตาที่ดีขึ้นแล้ว โครงการนี้ช่วยทำให้สายตาของหนูทำงานได้ดีขึ้นแล้ว" ด.ญ.อธิชา คำดี อายุ 9 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร กล่าว

                เช่นเดียวกับ ด.ญ.มาลินี เพียวอ้วน อายุ 14 ปี เด็กพิเศษ (ออทิสติก) ศึกษาที่โรงเรียนวัดชนะสงคราม กรุงเทพมหานคร ที่เข้าร่วมโครงการเดือนธันวาคม 2554 เพราะผลการตรวจระบุว่ามีอาการตาเข และหลายเดือนต่อมาได้รับการผ่าตัดรักษาที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล หลังจากได้รับแว่นตา แม่ของมาลินีบอกว่า ชีวิตของลูกสาวเปลี่ยนไปมาก จากเดิมที่มีอาการปวดศีรษะมากและไม่ร่าเริง กลับกลายเป็นเด็กมีความสุขที่สามารถเล่นกับเพื่อนๆ ได้อย่างปกติ 

                โครงการ Sight for Kids หรือ โครงการสายตาดีเพื่อน้อง เป็นความร่วมมือระหว่างสโมสรไลออนส์สากล และบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน วิชั่นแคร์ ทำการตรวจวัดสายตาให้เด็กในประเทศจีน อินเดีย เกาหลี มาเลเซีย เนปาล ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม ตั้งแต่ปี 2545 เพื่อลดความพิการและความบกพร่องทางการมองเห็นในเอเชีย ในเด็กอายุระหว่าง 4-15 ปี

                ผลสำรวจพบว่า ประชากรโลก 285 ล้านคน มีความบกพร่องด้านการมองเห็น โดยมีคนตาบอดถึง 39 ล้านคน พบในผู้ใหญ่และเด็กถึง 43% หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา ความบกพร่องด้านการมองเห็นอาจเป็นอุปสรรคต่อการเรียน ลดความสามารถในการถูกจ้าง และความสามารถในการทำงาน และยังส่งผลให้คุณภาพชีวิตลดลงทั้งชีวิตส่วนตัวและครอบครัว

                โครงการสายตาดีเพื่อน้องจะจัดอบรมคณะครูในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อฝึกทักษะการตรวจสภาพของสายตาเพื่อหาความผิดปกติเบื้องต้น แล้วให้ครูนำความรู้ เทคนิค และอุปกรณ์การตรวจสายตากลับไปตรวจคัดกรองเด็กนักเรียนในโรงเรียน หากพบว่ามีสายตาผิดปกติจะคัดไว้ เพื่อส่งให้จักษุแพทย์และทีมทัศนมาตร จากสถาบันวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตรวจละเอียดอีกครั้ง เพื่อรักษาตามอาการที่ตรวจพบ

                หากเด็กมีปัญหาเรื่องสายตาจะวัดขนาดสายตาและตัดแว่นให้ โดยเด็กสามารถเลือกกรอบแว่น เมื่อนำไปใส่เลนส์ขนาดสายตาเรียบร้อยแล้วจะนัดให้มารับพร้อมๆ กันในเดือนต่อมา และหากเด็กเป็นโรคตา เช่น ตาเหล่ ตาเข หนังตาตก สายตาขี้เกียจ ต้อกระจก ฯลฯ จักษุแพทย์ก็จะทำใบส่งตัวให้ผู้ปกครองพาเด็กไปรับการรักษาโรคตาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี หรือ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษาหรือผ่าตัดโรคตาทั้งหมดทางโครงการเป็นผู้รับผิดชอบ

                ที่ผ่านมามีเด็กนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครได้รับการตรวจสายตากว่า 2.2 ล้านคน ได้รับแว่นสายตา 17,180 คน ส่งตัวไปรับการรักษาโรคตาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีและโรงพยาบาลศิริราช 342 คน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตรวจสายตาเกือบ 1 ล้านคน ได้รับแว่นสายตา 16,239 คน ส่งตัวไปรับการรักษาโรคตาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีและโรงพยาบาลศิริราช 551 คน

                อย่างเช่น น.ส.ยอดยิ่ง ลี้ อายุ 15 ปี นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพูนสิน กรุงเทพมหานคร มีปัญหาทางสายตาตั้งแต่แรกเกิด มีน้ำหนักตัวน้อยมากเพียง 1.1 กก. ต้องอยู่ในตู้อบเป็นเวลานาน ทำให้แสงไฟในตู้อบเข้าตา ส่งผลให้สายตามีปัญหามองเห็นไม่ชัดเจน เติบโตขึ้นมาพร้อมกับความไม่สมบูรณ์ มีอุปสรรคทั้งการเรียนที่ไม่ค่อยดี การดำเนินชีวิตที่ลำบาก กระทั่งได้รับการตรวจครั้งแรกในปี 2546 อายุ 7 ปี ที่วัดธาตุทอง ผลการตรวจพบว่า มีอาการตาเขเข้าในและได้รับการผ่าตัดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2547 ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี หลังการผ่าตัดสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้นเหมือนเด็กปกติทั่วไป โดยเฉพาะเรื่องการเรียนทำเกรดเฉลี่ยได้ถึง 3.8-4 เลยทีเดียว

                ทั้งนี้ เด็กนักเรียนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่ยากจน ไม่มีโอกาสไปรับการรักษา บางคนต้องทนอ่านหนังสือทั้งที่ตามัว มองไม่ชัด ทำให้ปวดหัว และไม่อยากเรียนหนังสือ จึงส่งผลให้ผลการเรียนไม่ดีเท่าที่ควร หลังจากได้การรักษาสามารถมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น ไม่ปวดหัว เด็กที่ตาเหล่/ตาเข หนังตาตก ฯลฯ เมื่อได้รับการผ่าตัด ตากลับคืนสู่ภาวะปกติเหมือนเพื่อนๆ สามารถเรียนหนังสือผลการเรียนดีขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้