
กูรูแนะรับมือ'นอนไม่หลับ'
กูรูแนะรับมือ 'นอนไม่หลับ'
นอนไม่หลับ หมายถึง “เข้านอนแล้ว 30-60 นาที แต่ก็ยังคิดนั่นคิดนี่ หลายๆ คนที่ต้องเผชิญกับปัญหาการนอนไม่หลับ ทั้งนับแกะก็แล้ว ใช้อโรม่าก็แล้ว ก็ยังนอนไม่หลับพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียง คนที่เผชิญกับปัญหานอนไม่หลับมี 3 กลุ่ม คือ กลุ่มวัยทํางานมักจะพบในอายุ 40 ปีขึ้นไปที่ต้องเจอกับความเครียดเป็นประจํา มีพื้นฐานร่างกายและจิตใจไม่แข็งแรง ขี้กังวล ขี้กลัว ขี้ร้อน ฯลฯ กลุ่มที่มีระบบการย่อยอาหารอ่อนแอ ซึ่งมักจะพบว่าไม่ค่อยมีแรง เลือดจาง และมักมีโรคหัวใจควบคู่ไปด้วย กลุ่มที่มีปัญหาความดันสูง ซึ่งความดันสูงส่งผลให้ร่างกายตื่นตัวตลอดเวลา จึงมักจะนอนไม่ค่อยหลับ
แพทย์แผนจีน (พจ.) บุญเหลือ รุ่งสกาวเลิศ คลินิกเครือโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท กล่าวว่า นอนไม่หลับมักมี 2 สาเหตุ สาเหตุแรกมาจากสิ่งแวดล้อมภายใน เช่น มีอาการป่วยไอ หอบหืด ภูมิแพ้ ปวดตามร่างกาย ฯลฯ ซึ่งจะถูกกระตุ้นให้ตื่นเมื่อเกิดอาการ หรือมีความเครียด กังวล เสียใจ โรคซึมเศร้า และผู้ที่มีปัญหาเรื่องการย่อย ลําไส้จะดูดซึมอาหารไม่ดี ร่างกายได้สารอาหารไปเลี้ยงเลือดได้น้อย เลือดจึงขนออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงร่างกายได้ไม่ดีพอ หัวใจต้องทํางานหนักขึ้นเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงให้เพียงพอ กลางคืนหัวใจไม่ได้หยุดพักเพราะสมองยังสั่งงานเพื่อกระจายอาหารให้แก่อวัยวะต่างๆ ที่ยังขาดอาหารอยู่ การกินอาหารมากหรือดึกเกินไป ทําให้มีอาหารตกค้างอยู่มาก ก็ทำให้นอนไม่หลับได้เช่นเดียวกัน
พร้อมกันนี้ยังกล่าวต่อด้วยว่า ผลกระทบจากการนอนไม่หลับ มักจะเครียดง่ายคิดอะไรไม่ค่อยออก หงุดหงิด ความจำลดลง เนื่องจากสมองจะหยุดการหลั่งสารลดความเครียดที่ช่วยให้ผ่อนคลาย และควบคุมการทํางานของสมอง (สารเซโรโทนิน) และยังส่งผลให้อ้วนง่ายด้วย เพราะการนอนไม่หลับทําให้ฮอร์โมนที่ควบคุมความอยากอาหารของร่างกายลดลง แต่ปริมาณฮอร์โมนที่ทําให้เกิดความหิวเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือดในร่างกาย คืออาจส่งผลให้เกิดโรคหัวใจ และทําให้ผิวพรรณไม่เปล่งปลั่งสดใส
ส่วนวิธีแก้ปัญหาทางหนึ่งที่สามารถช่วยได้ในทางแพทย์แผนจีน การฝังเข็มก็สามารถช่วยกระตุ้นการย่อยและการดูดซึมให้ดีขึ้น ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหาร จึงมีส่วนช่วยในกลุ่มคนที่มีปัญหาเรื่องการย่อยและการดูดซึมนอนหลับได้ดีขึ้น หากเกิดจากสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น จากความเครียด ต้องแก้ปัญหาเรื่องที่เข้ามากระทบจิตใจ และอาหารก็มีส่วนช่วยได้ เพราะคนที่เครียดมากร่างกายจะตื่นตัวสูง เม็ดเลือดเกิดการเสียดสีกันเกิดเป็นความร้อน ทำให้น้ำในร่างกายระเหยออกไป เลือดจึงข้นหนืดขึ้น ทําให้เลือดไหลเข้าเส้นเลือดฝอยได้ไม่ดี ประสาทส่วนกลางจึงต้องสั่งการให้หัวใจทํางานมากขึ้นเพื่อส่งเลือด จึงควรเลือกรับประทานอาหารประเภทผักสีเขียวและขาว หรือผักผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น สาลี่ แตงโม คะน้า ไชเท้า ผักกาดขาว หรือแตงกวา รวมไปถึงการสวดมนต์ก่อนนอน จะช่วยให้จิตใจสบายขึ้น ร่างกายผ่อนคลายและเลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น
"การออกกําลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น แต่ไม่ควรออกกําลังกายภายใน 3 ชั่วโมงก่อนถึงเวลานอน และถึงง่วงมากก็ไม่ควรงีบหลับหลังบ่าย 3 โมง เพราะกิจกรรมที่ผิดเวลาจะทําให้นอนไม่หลับ ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ รวมทั้งเครื่องดื่มชูกําลังในช่วงเย็น ดื่มกาแฟน้อยกว่าวันละ 2 แก้ว ไม่สูบบุหรี่ก่อนนอน หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารอาหารมื้อหนักในตอนเย็น ไม่ดื่มน้ำก่อนเข้านอน จะได้ไม่ต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก ควรดื่มน้ำอุ่น นมอุ่นเล็กน้อย ก่อนเข้านอน บรรยากาศในห้องนอนก็เป็นสิ่งสําคัญควรมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่หนาวหรือร้อนเกินไป ควรจะปิดม่านให้มืดและห้องนอนควรเป็นห้องที่เงียบสงบ สําหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการไหลเวียนของเลือด อาจใช้การแช่เท้าด้วยน้ำอุ่นประมาณ 40 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20-30 นาที เมื่อเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ดี จะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น” อาจารย์บุญเหลือกล่าวในตอนท้าย



