
สู้ด้วยนิติวิทยาศาสตร์
สู้ด้วยนิติวิทยาศาสตร์ : เลียบค่าย ทัศชยันต์ วาหะรักษ์ [email protected]
ก่อนสิ้นปีที่ผ่านมาติดตามข่าวนายตำรวจบางท่านเคลื่อนไหวแสดงความไม่เห็นด้วยกับแนวทางของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ที่จะคัดเลือกพนักงานสอบสวนส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการจับสลาก แล้วรู้สึกไม่สบายใจ
เพราะเป็นห่วงขวัญและกำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ เพราะนอกจากต้องระแวงกับความไม่ปลอดภัยที่เสี่ยงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแล้ว ยังต้องมารับรู้ข่าวสารที่แสดงให้เห็นถึงความ "อ่อนแอ" หรือจะเรียกว่า "ขี้ขลาด" ก็คงไม่ผิดนัก ของบุคคลที่ได้ชื่อว่า "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์"
พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอส่วนบุคคลแล้ว ในภาพรวมอาจทำให้คนทั้งประเทศ หรือคนทั้งโลก พากันเข้าใจไปในทำนองว่า สามจังหวัดชายแดนใต้ ชั่วโมงนี้หาความปลอดภัยไม่ได้ เพราะแม้แต่คนในอาชีพตำรวจ มีกฎหมาย มีปืน แถมยังผ่านการฝึกฝนการต่อสู้มาไม่มากก็น้อย ยังไม่กล้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ แล้วคนธรรมดาสามัญจะอยู่กันได้อย่างไร
ผมคลุกคลีอยู่กับแวดวงตำรวจ และเคยไปใช้ชีวิตใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาก็ไม่น้อย ยืนยันได้ว่า ตำรวจส่วนใหญ่พร้อมที่จะต่อสู้กับโจรผู้ร้าย และมีความพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดสันติสุข
อย่างล่าสุด พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. แม้เหลือเวลาราชการไม่นานก็จะถึงวัยเกษียณ ยังอาสาลงไปเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยเป็นเรี่ยวแรงหลักในการผลักดันให้มีการจัดตั้ง "ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์จังหวัดชายแดนใต้" ขึ้นใน "ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนใต้" (ศปก.ตร.) ที่ จ.ยะลา
ซึ่ง "ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์จังหวัดชายแดนใต้" แห่งนี้ จะรวมงานด้านนิติเวชกับงานพิสูจน์หลักฐานไว้ในที่เดียวกัน และใช้พื้นที่ภายใน ศปก.ตร. เป็นที่ตั้งศูนย์ เพื่อให้นักนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ทำงานกันได้อย่างมั่นใจในความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่ง พล.ต.ท.จรัมพร ตั้งเป้าไว้ว่า ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์แห่งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญที่จะสร้างความยุติธรรม ลดเงื่อนไขความไม่สงบ
หวังจะใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ดำเนินคดีคนทำผิดที่แท้จริง สู้คนร้ายด้วยนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างสันติสุขให้แผ่นดินปลายด้ามขวาน



