
ปัดฝุ่นแนวคิดโอนเงินเข้าบัญชีนร.ซื้อชุด-อุปกรณ์
สพฐ.ปัดฝุ่นแนวคิด โอนเงินค่าชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียนตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ให้นักเรียนผ่านบัตรเดบิท พร้อมของบปี 57 เพื่อซ่อมโรงเรียนอายุเกิน 30 ปี
วันที่ 2 ม.ค. 2556 นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ฟื้นแนวคิดจัดสรรงบประมาณเรียนฟรี 15 ปี ให้นักเรียนในสังกัดผ่านทางระบบบัตรเดบิท (Debit Card) หรือบัตรสมาร์ทเพิร์ส (Smart Purse) ซึ่งภายใต้โครงการเรียนฟรี 15 ปี นั้น รัฐจะต้องจัดสรรเงินเรียนฟรี 15 ปี ในส่วนของค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนวงเงิน 800 บาทต่อคนต่อปี ให้แก่นักเรียนโดยตรงเพื่อนำไปจัดซื้อชุดนักเรียนและอุปกรร์การเรียนเอง ทั้งนี้ โดยสพฐ. เตรียมเสนอระบบการจัดสรรเงินค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนตามแนวทางดังกล่าวให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พิจารณา
นายชินภัทร กล่าวต่อว่า การจัดสรรเงินเรียนฟรี 15 ปีผ่านทางบัตรเดบิตนี้ จะทำให้การจัดสรรบริหารงบประมาณเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้ปกครองนักเรียนนำเป็นเงินอุดหนุนรายหัว ได้นำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์มากขึ้น ที่ผ่านมา ไม่สามารถติดตามได้ว่างบประมาณดังกล่าวที่จัดสรรให้แก่ผู้ปกครองนักเรียนผ่านทางโรงเรียนนั้น ถูกนำไปใช้ประโยชน์ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ นอกจากนี้ นักเรียนและผู้ปกครองจะสามารถเลือกรายการสินค้าที่ตรงความต้องการ โดยการใช้จ่ายเงินในบัตรไม่ได้กำหนดระยะเวลา ทำให้เกิดความยืดหยุ่น สามารถใช้ได้ตามความจำเป็น พร้อมกันนี้ยังเป็นการฝึกความรับผิดชอบให้แก่เด็ก อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของการจัดสรรงบประมาณผ่านระบบนี้ คืองบลงทุนสำหรับจัดทำบัตรและค่าใช้จ่ายในการใช้เงินผ่านบัตร ซึ่งได้มีการหารือเบื้องต้นไว้กับธนาคารออมสินแล้ว อย่างไรก็ตามนโยบายนี้เคยได้รับความเห็นชอบจาก ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรมว.ศึกษาธิการมาแล้ว แต่ขณะนั้นยังไม่ได้ดำเนินการเนื่องจากไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน
'งบเรียนฟรีประมาณ 4 หมื่นกว่าล้านบาทต่อปี ที่จัดสรรให้นักเรียนผ่านทางโรงเรียนนั้น ยังไม่มีหลักประกันว่าได้ใช้ประโยชน์ 100 % หรือไม่ นอกจากนี้ยังเคยมีข้อมูลว่า เงินไม่ถึงตัวเด็ก เป็นต้น ดังนั้นระบบนี้ มีเป้าหมายเพื่อลดความสูญเปล่าในการใช้งบประมาณที่อาจเกิดขึ้นได้ อีกทั้งในอนาคตหากระบบนี้สามารถใช้ได้จริงจะทำให้การบริหารจัดการอุดหนุดง บประมาณต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะระบบถูกควบคุมด้วยเลขประจำตัว 13 หลัก' ดร.ชินภัทร กล่าว
นายชินภัทร กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ สพฐ.ได้รวบรวมตัวเลขครุภัณฑ์เพื่อเสนอของบประมาณประจำปี 2557 โดยหลักๆ จะเป็นงบลงทุนสำหรับการซ่อมแซมอาคารเรียนที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม มีอายุมากกว่า 30 ปี ซึ่งมีอยู่มากนับหมื่นหลังในโรงเรียนระดับประถมศึกษาทั่วประเทศ วงเงินการซ่อมแซมประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะหากปล่อยให้พังจะเกิดอันตราย
.......................................................
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



