ไลฟ์สไตล์

บทบาท'พ่อ'รับมืออาเซียน

บทบาท'พ่อ'รับมืออาเซียน

03 ม.ค. 2556

บทบาท'พ่อ'รับมืออาเซียน ดูแลครอบครัวให้มากขึ้น : โดย...ทีมข่าวสาธารณสุข

                ผอ.สค. เชียร์เพิ่มบทบาท “พ่อ” รับมืออาเซียนดูแลครอบครัวให้มากขึ้น อย่าปล่อยเป็นหน้าที่หลักของแม่บ้าน เผยการรับรู้ข้อมูลอาเซียนที่มาจากครอบครัวไทยเพียงร้อยละ 18.2 สะท้อนครอบครัวไทยต้องตื่นตัว เน้นใส่ใจ 5 เรื่องหลัก พูดคุยมากขึ้น

                เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สสส. สำนักงานกิจการสตรีและความมั่นคงของมนุษย์ และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดเสวนา “756 วัน เตรียมพ่อไทยไปอาเซียน” ที่ท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพ โดยมีเครือข่ายครอบครัว ประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 50 คน

                นายสมชาย เจริญอำนวยสุข ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ในฐานะผู้ดูแลครอบครัวและสตรี เป็นประธานกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เครือข่ายให้ความสำคัญว่าครอบครัวไทยต้องมีการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมที่จะเข้าสู่สังคมอาเซียน และเมื่อก้าวเข้ามาแล้วเรามักพูดถึงวิกฤติความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ ด้านการพัฒนาประเทศ โครงสร้างให้เท่าเทียมกัน แต่ไม่มีใครพูดถึงวิถีชนของสังคมครอบครัวไทยว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ซึ่งก็พบว่าส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครรู้เลยว่าจะเป็นอย่างไร
 ยิ่งขณะนี้ประเทศไทยมีสังคมของผู้สูงอายุมากขึ้น ผู้ที่เป็นปู่ ย่า ตา ยายก็จะไม่ค่อยรับทราบเกี่ยวกับอาเซียน คำตอบสำเร็จรูปที่ได้ยินคือก็ดี ดังนั้น การที่สมาคมรณรงค์ลักษณะนี้ ก็ต้องใช้เวลาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ก็หวังว่าครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ซึ่งอนาคตก็อยากเห็นการจัดกิจกรรมลักษณะนี้ให้กว้างขวางมากขึ้น เพื่อให้ครอบครัวไทยเข้มแข็ง โดยเฉพาะพ่อ ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวจะต้องมีบทบาทมากขึ้น อย่าปล่อยให้แม่ที่ถูกมอบตำแหน่งให้ดูแลบ้านดูแลทุกอย่างในครอบครัวรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

                ด้าน พญ.พรรณพิมล วิปุลากร เลขาธิการสมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากผลสำรวจเกี่ยวกับทัศนคติและการตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซียนของกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ในกลุ่มนักศึกษา จำนวน 2,170 คน ในปี 2552 จากมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ พบว่า ในข้อคำถามที่ถามว่า “คุณรู้สึกว่าคุณเป็นประชาชนอาเซียน ?” ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 8 คิดเป็นร้อยละ 67 ที่ตอบมากถึงมากที่สุด โดยลำดับที่ 1 คือ ประเทศลาว ร้อยละ 96.0 และประเทศสิงคโปร์อยู่ในลำดับสุดท้าย ร้อยละ 49.3 และเมื่อถามความรู้เกี่ยวกับอาเซียน ได้แก่ ธงอาเซียน และการก่อตั้งอาเซียน ประเทศไทยอยู่ในลำดับสุดท้าย คิดเป็นร้อยละ 38.5 และร้อยละ 27.5
 สำหรับแหล่งของการรับรู้ข้อมูลนั้น ร้อยละ 78.4 จากโทรทัศน์ ร้อยละ 73.4 มาจากโรงเรียน และมาจากหนังสือพิมพ์ ร้อยละ 70.7 ทั้งนี้การรับรู้ข้อมูลที่มาจากครอบครัวนั้น พบเพียงร้อยละ 18.2 จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนเรื่องการเตรียมความพร้อมของครอบครัวไทยได้ว่าควรที่จะต้องมีการติดตามข้อมูลข่าวสาร และสื่อสารระหว่างกันภายในครอบครัวถึงเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ที่ทันต่อโลกมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักและเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งการสร้างการรับรู้และตระหนักในความเป็นพลเมืองอาเซียน ควบคู่ไปกับการพัฒนาความรู้ทักษะในการดำรงชีวิตในประชาคมอาเซียน

                พญ.พรรณพิมล กล่าวอีกว่า การที่สังคมไทยก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ครอบครัวต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน บทบาทของพ่อกับการเปลี่ยนแปลงนับว่าสำคัญ เพราะผู้ชายมีสัญชาตญาณกับการเปลี่ยนแปลงมากกว่าผู้หญิง หากเราช่วยทำให้พ่อมีบทบาทสำคัญในการสร้างการเรียนรู้นี้ได้ก็จะเป็นกลไกหลักในการช่วยการเรียนรู้ของครอบครัวได้เช่นกัน ดังนั้น 5 เรื่องใหญ่ที่อาเซียนท้าทายครอบครัวไทย คือ

                1.ความพร้อมเรื่องภาษาเพื่อการติดต่อสื่อสาร ครอบครัวไทยต้องฝึกภาษาให้ลูก และตัวเราด้วย โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่จะเป็นภาษากลางในการสื่อสารระหว่างกัน 2.การเรียนของลูกจะเปลี่ยนไปมีความเป็นไปได้สูงที่ช่วงเวลาการเปิด-ปิดภาคเรียน หลักสูตรและเนื้อหาการเรียน สภาพแวดล้อมในการเรียน ทั้งนี้หมายรวมถึงโลกและโอกาสในการศึกษาเรียนรู้ของลูกน่าจะเปิดกว้างขึ้นด้วย 3.ใจที่เปิดกว้างและเป็นมิตร พร้อมจะเป็นครอบครัวเดียวกัน ทักษะสำคัญที่ต้องมี คือ ความเป็นมิตร รู้จักยอมรับ และเคารพในความหลากหลาย ครอบครัวควรให้ความสำคัญกับการปลูกฝังให้เด็กมีจิตใจที่เปิดกว้าง และยอมรับความแตกต่างอย่างหลากหลาย รวมทั้งการสร้างทัศนคติทางบวกต่อความแตกต่าง และทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับอาเซียนด้วย

                 4.เศรษฐกิจที่กระทบชีวิตครอบครัว โอกาสทางเศรษฐกิจที่จะมีตามมาอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตหรือการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว เช่น พ่อแม่บางบ้านอาจทำงานหนักมากขึ้น บางคนในครอบครัวอาจต้องไปทำงานต่างถิ่น ต่างประเทศ ฯลฯ จริงๆ เรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ของบางบ้าน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยผ่านโดยไม่มีการจัดการ ทำอย่างไรจะทำให้ครอบครัวคงสัมพันธภาพอันดีระหว่างกัน ทำหน้าที่ดูแลกันและกันได้และคงความเป็นครอบครัวอยู่ได้เช่นเดิม และ 5.โรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งอาจเป็นโรคใหม่ๆ ที่คนไทยไม่เคยเป็นหรือไม่เคยเจออาการอย่างนี้มาก่อน ทั้งหมดล้วนมีคำตอบเดียวกัน คือ ครอบครัวต้องพร้อมจะเรียนรู้เพื่อก้าวสู่สังคมที่กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

 

.....................................................

(บทบาท'พ่อ'รับมืออาเซียน ดูแลครอบครัวให้มากขึ้น : โดย...ทีมข่าวสาธารณสุข)