
เร่งดัน'ศูนย์เมล็ดพันธุ์พืช'รับเออีซี
เร่งดัน 'ศูนย์เมล็ดพันธุ์พืช' ฐานผลิตอาเซียน-รับเออีซี : ทีมข่าวเกษตร ... รายงาน
ประเทศไทยนับเป็นแหล่งผลิต “เมล็ดพันธุ์พืช” ที่มีศักยภาพของภูมิภาคอาเซียน โดยปี 2555 ส่งออกแล้วกว่า 5,452.88 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,152.39 ล้านบาท ซึ่งตลาดส่งออกหลักคือประเทศในกลุ่มอาเซียน และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับสินค้าเมล็ดพันธุ์พืชของไทยในการเข้าสู่เวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี (AEC) กรมวิชาการเกษตร หน่วยงานรับผิดชอบหลักจึงเร่งพัฒนายกระดับ “ศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชพิษณุโลก” เตรียมพร้อมรับมือ
นายดำรงค์ จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวว่า ขณะนี้มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนผลิตเมล็ดพันธุ์พืชในไทยเพื่อส่งออกมากขึ้น โดยว่าจ้างเกษตรกรให้เป็นผู้ผลิตเนื่องจากมีความประณีตในการผลิตสูง ทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตเมล็ดพันธุ์ใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ผัก เช่น พืชตระกูลแตง มะเขือเทศ พริก ข้าวโพด ถั่วฝักยาว ผักกาดกวางตุ้ง ผักบุ้งจีน โดยกรมได้มอบหมายให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิษณุโลก เร่งพัฒนาศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชพิษณุโลก (Seed Center) ให้เป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมทดสอบเมล็ดพันธุ์นานาชาติ (ISTA)
"ใช้งบเกือบ 10 ล้านบาท สร้างอาคารถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ ปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ ปรับปรุงห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์และทดสอบความงอก ห้องปฏิบัติการตรวจสอบโรคพืชในเมล็ดพันธุ์ ห้องควบคุมอุณหภูมิ ความจุ 400-500 ตัน ปรับปรุงเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเมล็ดพันธุ์ เพื่อให้มีศักยภาพ มีความพร้อมรองรับและควบคุมเมล็ดพันธุ์คุณภาพมาตรฐานป้อนสู่เออีซี และตลาดทั่วโลก"
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวอีกว่า ศูนย์วิจัยแห่งนี้มีหน้าที่วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ทั้งระบบ พร้อมส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์จำหน่ายโดยดึงเกษตรกรมีส่วนร่วม โดยเฉพาะการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองและถั่วเขียว ปี 2556 มีเป้าหมายผลิต 450 ตัน แยกเป็นถั่วเหลือง 300 ตัน ถั่วเขียว 150 ตัน ขณะเดียวกันยังมุ่งตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์พืช เป้าหมายไม่น้อยกว่า 2,000 ตัวอย่างต่อปี พร้อมออกใบรับรองเมล็ดพันธุ์เพื่อกำกับสินค้าที่จะส่งออก
ด้านนางกัลยา เนตรกัลยามิตร ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิษณุโลก กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์นี้จะเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ทั้งที่ใช้ภายในประเทศและเพื่อการส่งออก โดยศูนย์จะมีการจัดการความชื้น ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ความงอก และความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ ไม่ให้มีพันธุ์ปนและไม่มีโรคพืชแฝงอยู่ในเมล็ดพันธุ์ ซึ่งจะทำให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล และพร้อมให้บริการด้านเมล็ดพันธุ์พืชแก่ประเทศสมาชิกอาเซียนด้วย
"ศูนย์มีแผนจัดทำเว็บไซต์ (website) เปิดให้ภาครัฐและเอกชนซื้อขายเมล็ดพันธุ์พืชทุกชนิด ทั้งพืชผัก พืชไร่ พืชสวน เมล็ดงอกและต้นกล้าปาล์มน้ำมัน รวมถึงต้นกล้ายางพาราด้วย โดยเว็บไซต์จะระบุแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ ปริมาณ คุณภาพ และกำหนดราคาจำหน่าย" ผอ.ศูนย์วิจัยแจง
พร้อมระบุว่า ศูนย์วิจัยนี้ยังเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ ส่งเสริมขยายเครือข่ายการผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีป้อนตลาด มีศักยภาพตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์โดยยึดหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานของ ISTA ซึ่งเชื่อถือได้ ผู้โดยที่จะส่งออกเมล็ดพันธุ์ให้ส่งตัวอย่างเข้ามาตรวจสอบและยื่นขอใบรับรองเมล็ดพันธุ์เพื่อกำกับสินค้าส่งออกได้
--------------------
(เร่งดัน 'ศูนย์เมล็ดพันธุ์พืช' ฐานผลิตอาเซียน-รับเออีซี : ทีมข่าวเกษตร ... รายงาน)



