ไลฟ์สไตล์

เที่ยวครบวงจรที่ฟาร์มแกะเมืองปาย

เที่ยวครบวงจรที่ฟาร์มแกะเมืองปาย

02 ม.ค. 2556

เนรมิตฟาร์มแกะ 'โรแมนซ์' ที่เมืองปาย ยกระดับธุรกิจปศุสัตว์-สู่เที่ยวครบวงจร : โดย...สกาวรัตน์ ศิริมา

                          แม้ "แกะ" ไม่ใช่สัตว์เศรษฐกิจหลักและไม่มีการส่งเสริมอย่างจริงจังจากหน่วยงานภาครัฐ แต่ทุกวันนี้แกะกลายเป็นตัวชูโรงของแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ หลายแห่งทั่วประเทศไทย ในอนาคตไม่เพียงแต่แกะจะเป็นดาราหน้ากล้องที่ถูกนักท่องเที่ยวบันทึกภาพคู่ หากแกะจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ครบวงจร ขณะนี้ได้มีผู้ที่ริเริ่มและนำรองคือ "ฟาร์มโรแมนซ์" ของ "นิวาต ชิตสกุล" ถือเป็นฟาร์มแกะครบวงจรแห่งแรกใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน  โดยเขาไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่เป็นจุดขายให้นักท่องเที่ยวได้รับความเพลิดเพลิน แต่พร้อมที่พัฒนาการเลี้ยงแกะ เพื่อนำเอาขน นม และเนื้อ มายกระดับให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียม ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจแบบยั่งยืน ที่จะพัฒนาจากธุรกิจปศุสัตว์สู่ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกด้วย แต่กว่าจะถึงวันนี้ได้ นิวาต ยอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยองค์ความรู้รอบด้าน และเทคนิคการเลี้ยงให้ได้มาตรฐาน

                          การที่ นิวาต ตัดสินใจทำฟาร์มเลี้ยงแกะโรแมนซ์ ก่อนหน้านี้ต้องยอมรับเกิดกระแสปายฟีเวอร์ ที่ผู้คนต่างมุ่งสู่การท่องเที่ยวที่เมืองปาย จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งที่เขาเลือกมาปักหลักที่บริเวณ ต.เวียงเหนือ อ.ปาย เพื่อพัฒนาพื้นที่ 49 ไร่ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรครบวงจร โดยเริ่มพัฒนาตั้งแต่ปี 2553 แบ่งส่วนแรกเป็นฟาร์มเลี้ยงแกะครบวงจร เป็ด และม้า ส่วนที่สองทำเป็นแปลงสตรอเบอร์รี่ แปลงองุ่น แปลงผักสลัด แปลงนาข้าว แปลงหญ้าเลี้ยงแกะ ส่วนที่สามเป็นบ้านพัก จำนวน 9 หลัง โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าใช้ชีวิตช่วงวันหยุดได้ภายในสถานที่แห่งนี้ นอกจากจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่แท้จริง นักท่องเที่ยวยังได้เข้ามาร่วมกระบวนการเลี้ยงแกะอย่างครบวงจร ไม่ใช่แค่การมาชม และถ่ายภาพเท่านั้น

                          "นิวาต" บอกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงของการลองผิดลองถูกในการเลี้ยงแกะ เพราะประเทศไทยยังไม่มีการส่งเสริมที่ชัดเจน ทุกวันนี้ต้องพึ่งพาตนเอง โดยเฉพาะอาหาร เพราะไม่มีอาหารเหมือนกับสัตว์ประเภทอื่นๆ จึงต้องแสวงหาหญ้าพันธุ์ที่ดีที่สุด โดยเลือกพันธุ์แองโกล่ามาทำแปลงหญ้าของตัวเอง เพราะสามารถเก็บเกี่ยวได้ง่าย และนำมาทำเป็นหญ้าแห้งเก็บสต็อกไว้ให้แกะในฟาร์ม ซึ่งตอนนี้เชื่อว่าฟาร์มของเขาเป็นฟาร์มแพะที่ดีที่สุดในประเทศไทย ส่วนการดูแลด้านสุขภาพเพื่อให้แกะเติบโตและปลอดโรคนั้น เขาต้องเสียค่าใช้จ่ายครั้งละ 6,000-7,000 บาท ให้สัตวแพทย์ในการดูแล เพราะปัจจุบันนี้ยังไม่มีการควบคุมโรคจากแกะที่นำเข้า ซึ่งเกรงว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก็อาจจะเกิดการระบาดของเชื้อโรคได้ 

                          ช่วงเริ่มแรก นิวาต นำแกะมาทดลองเลี้ยงก่อน 5 ตัว เป็นแกะพันธุ์ขน มีเป้าหมายที่จะนำขนแกะส่งขายให้กับโครงการหลวงปางตอง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อนำไปผลิตเป็นด้ายขนแกะ ไหมพรม เสื้อ หมอน และพรม  จากการทดลอง 1 ตัวจะสามารถตัดขนแกะได้เฉลี่ยปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 5 กิโลกรัม มีรายได้จาการจำหน่ายขนแกะตกตัวละ 2,000 บาทต่อปี โดยแกะอายุ 1 ปีสามารถตัดขนได้ แต่ต้องมีการบำรุงขนให้อาหารหญ้ารูซี่, หญ้าเนเปีย, หญ้าแองโกล่า อาหารข้น และวิตามิน โดยขนแกะที่ทำราคาได้จะอยู่ที่แผงไหล่ เพราะตัดยากและขนนุ่มด้วย

                          ปกติ เขาบอกว่า ภายใน 1 ปีจะผสมพันธุ์แกะได้ 2 ครั้ง ครั้งหนึ่งจะตกลูก 1 ตัว ตอนนี้ฟาร์มมีแกะทั้งหมด 50 ตัว ส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์ขนรุ่นกลางที่พร้อมจะขยายพันธุ์ได้ ซึ่งในฟาร์มของเขาจะมีการปลูกหญ้าเอง เพราะแกะเลี้ยงง่ายเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้อง และต้นทุนการเลี้ยงจะถูกกว่าวัว คือ เลี้ยงวัว 1 ตัวเท่ากับเลี้ยงแกะ 4 ตัว โดยสามารถที่จะคุ้มทุนเร็วกว่า และสามารถที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า แต่ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนของแกะด้วย

                          ที่สำคัญ มูลแกะที่ได้มาในแต่ละวัน จะถูกนำไปเป็นปุ๋ยหมักเข้าสู่แปลงนาข้าว จากเดิมที่เคยให้ผลผลิตปีละ 1 ครั้ง พอแกะเพิ่มขึ้นก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 2 ครั้งต่อปี และในอนาคตเตรียมจะทำผลิตภัณฑ์นมแกะ และไอศกรีม เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว และตลาดในประเทศที่ให้ความสนใจสุขภาพ รวมไปถึงรอผลวิจัยของทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อที่จะนำขนแกะมาผลิตเป็นหมอน โดยไม่ต้องใช้นุ่น อีกทั้งต่อไปหากการเลี้ยงแกะอยู่ในภาวะเข้าที่แล้ว จะมีการแปรรูปเนื้อแกะขาย ซึ่งกลิ่นจะไม่เหม็นเหมือนแพะ และรสชาติค่อนข้างดี  

                          "ผมวางแผนจะต่อยอดการเลี้ยงแกะไม่เพียงแต่ให้ธุรกิจอยู่รอดแล้ว แต่ชุมชนรอบข้างจะได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการขยายพันธุ์แกะ ในรูปแบบของคอนแทรคฟาร์มมิ่งด้วย โดยจะนำร่องแจกแกะให้แก่คนงานในฟาร์มไปเลี้ยงก่อน เมื่อสามารถขยายพันธุ์ได้ตามเป้าหมาย ก็จะก่อให้เกิดการหมุนเวียนของรายได้ตามมา ซึ่งต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งพึ่งพาการท่องเที่ยว และอีกส่วนหนึ่งอาศัยการขายผลิตภัณฑ์แปรรูปไปยังตลาดทั่วประเทศควบคู่กัน" นิวาต กล่าว

                          นอกจากนี้ กลไกในการจะสร้างธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้อยู่รอดใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ไม่เพียงแต่ต้องใส่ไอเดียสร้างจุดขายแล้ว แต่ต้องใส่ใจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย ภายในฟาร์มจึงมีการทำนาขั้นบันไดให้ชาวบ้านได้เข้ามาฟื้นวิถีชีวิตลงแขกด้วยกัน ให้ชาวบ้านมาทำนา จากนั้นให้มาแบ่งปันผลผลิตกัน ซึ่งจะทำให้เรามีรายได้หมุนเวียนนอกเหนือจากการพึ่งพาการท่องเที่ยวด้านเดียว และเชื่อว่าความเป็นธรรมชาติเหล่านี้ ไม่มีวันตาย และยังเป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยวที่มายัง อ.ปาย

                          "ทุกสิ่งภายในพื้นที่แห่งนี้ สามารถที่จะผลิตขึ้นมาและสร้างมูลค่าไปพร้อมๆ กันได้ แม้ว่าวันหนึ่งจะเป็นช่วงนอกฤดูกาลการท่องเที่ยว แต่ก็ยังสามารถที่จะมีรายได้เข้ามาจุนเจือ โดยทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงแกะ การปลูกพืชผักสวนครัว และผลไม้เศรษฐกิจ รวมถึงการเลี้ยงเป็ด และม้า หากมีการหยิบเอาข้อดีของแต่ละจุดมาผสมผสานกัน เชื่อว่าจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้ด้วย ซึ่งกระบวนการทั้งหมดภายในฟาร์มนี้ จะเน้นการใช้พลังงานจากธรรมชาติเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ และพลังงานลม อย่างน้อยก็ยังมีความเชื่อว่า การเลี้ยงแกะครบวงจรสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้ หากว่าพัฒนาอย่างมีทิศทางที่ชัดเจน" เขา กล่าวอย่างมั่นใจ  

                          ฟาร์มเลี้ยงแกะ "โรแมนซ์" ของ "นิวาต ชิตสกุล" ถือเป็นฟาร์มตัวอย่างอีกฟาร์มหนึ่งที่กล้าบุกเบิกการเลี้ยงแกะ ที่เขาหวังที่จะพัฒนาครบวงจร ที่ไม่เพียงแต่หวังเป็นธุรกิจปศุสัตว์เพียงด้านเดียว หากมองการพัฒนาสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร และต่อยอดการส่งเสริมเกษตรกรในบริเวณใกล้เคียง และอนาคตเชื่อว่าหากใครแวะฟาร์มโรแมนซ์ จะมีเมนูอาหารจากเนื้อแกะ โดยเฉพาะสเต๊กเพราะเนื้อแกะนั้นนุ่มและอร่อย เป็นที่นิยมของชาวยุโรป ออสเตรเลีย และตะวันออกกลางอีกด้วย

 

 

--------------------

(เนรมิตฟาร์มแกะ 'โรแมนซ์' ที่เมืองปาย ยกระดับธุรกิจปศุสัตว์-สู่เที่ยวครบวงจร : โดย...สกาวรัตน์ ศิริมา)