
'แชมป์-จิรัฏฐ์'ปล่อยอารมณ์ด้วยความเร็ว
"แชมป์-จิรัฏฐ์" ปล่อยอารมณ์ด้วยความเร็ว : คอลัมน์ ขอเวลานอก เรื่อง... วันวิสา โรจน์แสงรัตน์ ภาพ... ศุภกฤต คุ้มกัน
โดยเฉพาะเวลาที่เครียดจากงานผมจะชอบขับรถไปคนเดียว ขับไปเรื่อยๆ ปล่อยใจสบายๆ คิดอะไรไปเรื่อยๆ
ด้วยความที่คลั่งไคล้เสียงเพลงและดนตรีมาตั้งแต่เยาว์วัย หลังจากสำเร็จการศึกษาคว้าปริญญาด้านบริหารธุรกิจจากยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ออฟ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ หนุ่มไฮโซรูปหล่อ "แชมป์" จิรัฏฐ์ เพชรนันทวงศ์ ลูกชายคนโตของ ดร.วรชาติ และคุณแม่อำไพพรรณ พันธุคงชื่น จึงหันมาเอาดีทางด้านดนตรีอย่างจริงจัง ด้วยการเปิดผับหรูริมแม่น้ำปิง จ.เชียงใหม่ หวังให้วัยรุ่นเมืองเหนือได้มันกันสุดเหวี่ยง และล่าสุดทำเอาคนไทยค่อนประเทศได้ฮือฮากันอีกครั้ง เมื่อหนุ่มแชมป์สวมวิญญาณโต้โผใหญ่ในการจัดเทศกาลดนตรี "ซีดิกทีฟ เอเลเมนท์ (Sydictive Element)" โดยมีเซเลบริตี้อย่าง ปารีส ฮิลตัน รับหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ ร่วมส่งเสริมประชาสัมพันธ์มหกรรมคอนเสิร์ตและจะเดินทางมาร่วมงานที่จะจัดขึ้นเพื่อต้อนรับปีใหม่ 2013 บริเวณหาดสุรินทร์ จ.ภูเก็ต ในวันที่ 30 และ 31 ธันวาคม ที่จะถึงนี้
สำหรับเทศกาลดนตรี "ซีดิกทีฟ เอเลเมนท์ (Sydictive Element)" นับเป็นสุดยอดคอนเสิร์ตอลังการของโลกกับปาร์ตี้ที่ยาวนานถึง 48 ชั่วโมงบนเวทีกลางทะเลขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนผิวน้ำริมหาดสุรินทร์ พร้อมด้วยแสงสีเลเซอร์สุดตระการตา ดอกไม้ไฟแสงสีสวยงาม โดยจะมีทั้งโซนพื้นทรายและพื้นหญ้า พร้อมกับที่มีศิลปินดีเจระดับอินเตอร์ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาสร้างความบันเทิงให้อย่างเต็มอิ่มตลอดงาน อาทิ แอลเอ็มเอฟเอโอ (LMFAO), แดช เบอร์ลิน (Dash Berlin), ทิก้า (Tiga ), มาโคร วี (Macro V), อเล็กซ์ กูดิโน่ (Alex Gaudino), ทีดี้ (Tydi) เป็นต้น นอกจากนี้ยังรวมถึงนักร้อง-นักแสดงและดีเจชื่อดังในบ้านเราอีกมากมาย เพื่อให้สมเป็นงานปาร์ตี้ดนตรีต้อนรับปี 2013 อย่างแท้จริง
"ความจริงที่บ้านผมทำธุรกิจหลายอย่างทั้งด้านโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ ส่วนคุณแม่ทำเกี่ยวกับของใช้บนเครื่องบินและอะไหล่เครื่องบิน ซึ่งผมก็ช่วยดูแลตรงจุดนั้นเช่นกัน แต่ด้วยความที่ผมชอบเสียงเพลงและชอบเล่นดนตรีมาตั้งแต่เด็ก และมีโอกาสเดินทางไปดูเทศกาลดนตรีมาหลายประเทศอย่างที่เบลเยียม หรือที่อัมสเตอร์ดัมเขาจัดใหญ่มาก เลยอยากให้มีการจัดแบบนั้นในบ้านเราบ้าง โดยเทศกาลดนตรีครั้งนี้ผมเข้ามาช่วยดูแลในเรื่องของโปรดักชั่นที่อยากให้แตกต่างจากที่เคยจัดในบ้านเรา โดยเลือกใช้โปรดักชั่นจากอัมสเตอร์ดัมทั้งหมด ซึ่งเทศกาลดนตรีในแถบเอเชียยังไม่เคยมีเวทีไหนใช้แบบนี้มาก่อน ซึ่งตอนนี้ก็จัดเตรียมพร้อมแล้วทุกส่วน ดีเจที่จะมางานนี้ก็คอนเฟิร์มกันหมดแล้ว รับรองว่ามาคนที่มาร่วมงานนี้ไม่ผิดหวังแน่นอน" ไฮโซหนุ่มเปิดฉากสนทนาด้วยการบอกเล่ารายละเอียดของเทศกาลดนตรีครั้งประวัติศาสตร์พร้อมการันตีความสนุกสนาน
และนอกจากเป็นหนุ่มผู้มีดนตรีในหัวใจแล้ว กิจกรรมอีกอย่างที่หนุ่มแชมป์สารภาพว่าชอบไม่น้อยไปกว่าดนตรีก็คือเรื่องของความเร็วซึ่งมาคู่กับรถแรง และนั่นเองเป็นที่มาของการเริ่มต้นสะสมรถยนต์และรถสปอร์ตคันหรู ที่ปัจจุบันมีรวมกันกว่า 10 คันทีเดียว เมื่อรู้แบบนี้ "คม ชัด ลึก" จึงถือโอกาสนัดแนะกับหนุ่มผู้รักความเร็ว ที่สนามกอล์ฟวินด์มิลล์ ถนนบางนา-ตราด เพื่อขอชมรถสปอร์ตหรูที่วันนี้เจ้าของจะขับมาให้ชมกันถึงขอบสนามทีเดียว
"ผมชอบรถมาตั้งแต่เด็กๆ เลยครับ คิดว่าชอบมากกว่าเพลงอีกนะ ตอนนั้นเห็นคุณพ่อขับแล้วท่านก็พาผมไปขับด้วยกัน พอโตขึ้นมาหน่อยคุณพ่อก็สอนให้ผมขับ ตอนที่ผมเริ่มขับเป็นผมอายุประมาณ 13 ครับ ตั้งแต่นั้นมาก็ชอบขับรถมาตลอด ทั้งรถยนต์และรถสปอร์ต แต่ไม่ใช่ผมคนเดียวนะครับที่ชอบขับรถและชอบในเรื่องของความเร็ว ทุกคนในบ้านก็ชอบเหมือนกัน อย่างตอนนี้ที่บ้านมีรถรวมกันทั้งหมด 13 คัน มีทั้งแบบที่ใช้ส่วนตัวและอีกหลายคันเอาไว้สลับกันใช้ ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ น้องสาว น้องชาย ส่วนตอนนี้คันที่ผมใช้เป็นประจำเป็นเบนซ์ครับ เพราะคันนี้เครื่องแรงและไม่กินน้ำมันด้วย ขับไปไหนมาไหนสะดวกที่สุดครับ” เจ้าของรถหรูเล่าถึงที่มาของการสะสมพาหนะสี่ล้อคู่ใจ
ส่วนรถสปอร์ตตระกูลหรูไม่ว่าจะเป็น ออดี้ เฟอร์รารี่ ปอร์เช่ เบนท์ลีย์ และเบนซ์คูเปอร์ หนุ่มแชมป์บอกว่า จะเอาไว้ซิ่งในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันว่าง เมื่อมีโอกาสนัดแนะไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนๆ ร่วมแก๊งที่ตกเป็นสาวกความเร็วและแรงเช่นเดียวกันกับเขา ทั้งนี้หนุ่มแชมป์ให้เหตุผลที่หลงใหลรถสปอร์ตว่า มันมีเสนห์กว่ารถยนต์ทั่วไป โดยเฉพาะบอดี้ของมันจะสวยสะดุดตามากๆ ส่วนเสียงก็เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น รถสปอร์ตแต่ละยี่ห้อเสียงก็จะแตกต่างกันไป ซึ่งส่วนมากหลังจากซื้อมาแล้วก็ต้องเอามาแต่งโน่นเสริมนี่เพิ่มเติม โดยเฉพาะการแต่งท่อเพื่อให้ได้เสียงที่ถูกใจเจ้าของ
"นอกจากรูปลักษณ์ของรถจะโดดเด่นสะดุดตาแล้ว ที่สำคัญเลยผมว่ามันเกาะถนนมากกว่ารถยนต์ทั่วไปถ้าขับในสภาพอากาศปกตินะ แต่ถ้าฝนตกถนนลื่นเวลาสตาร์ทตูดมันจะสะบัด ยิ่งถนนในบ้านเราไม่ได้มาตรฐานด้วย มันจะยากต่อการควบคุม ยิ่งถ้าน้ำท่วมด้วยยิ่งไปกันใหญ่เอาออกมาขับไม่ได้เลย เพราะจะเกิดอุบัติเหตุง่ายมาก ผมว่าช่วงนั้นจอดไว้ที่บ้านดีที่สุดครับ” ชายหนุ่มเล่าอย่างอารมณ์ดี
พร้อมกันนี้หนุ่มแชมป์ยังเล่าต่ออีกว่า ทุกครั้งที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถสปอร์ตมักจะขับขี่ด้วยความเร็วสูง จนเกิดอุบัติเหตุมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ถึงขั้นพ่อแม่ต้องออกปากเตือนด้วยความเป็นห่วงว่าไม่ควรประมาท และควรเพิ่มความระมัดวังให้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา
“ผมเป็นคนขับรถเร็วมากถ้าเป็นรถยนต์ก็ขับอยู่ที่ความเร็วประมาณ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ถ้าเป็นรถสปอร์ตก็ราว 200 ปลายๆ ครับ ยอมรับเลยว่าที่ผ่านมาขับรถเร็วมากจนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ตอนนี้ผมมีรอยเต็มตัวไปหมดแล้วครับ ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการขับเร็วนะครับ แต่จะเกิดจากอาการหลับในมากกว่า คือปกติผมทำงานเยอะ บางครั้งเหนื่อยและง่วงจนเป็นที่มาของอุบัติเหตุบนท้องถนน อย่างครั้งล่าสุดเมื่อไม่กี่วันก่อน วันนั้นผมไปทำธุระกับเพื่อนจนเกือบสว่าง พอขากลับง่วงมากจนเกิดหลับในและเฉี่ยวชนกับรถคันอื่น จนเฟอร์รารี่ที่ผมขับไปพังยับโชคดีที่ผมไม่เป็นอะไร แต่ถึงจะยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงมากๆ คุณพ่อคุณแม่ และน้องๆ ก็เป็นห่วงผมอยู่ดี จนทุกคนออกปากเตือนว่าให้ขับช้าลง พักหลังมานี้ผมเลยพยายามปรับความเร็วในการขับขี่เพื่อให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่ตอนนี้ผมยังคิดอยู่ว่าจะหาคนมาขับรถให้ดีหรือไม่ แต่ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจแน่นอน เพราะผมก็ยังรักการขับรถอยู่ครับ โดยเฉพาะเวลาที่เครียดจากงานผมจะชอบขับรถไปคนเดียว ขับไปเรื่อยๆ ปล่อยใจสบายๆ คิดอะไรไปเรื่อยๆ ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขมากและยังทำให้มีสมาธิคิดอะไรได้มากมายหลายอย่าง รวมทั้งเรื่องงานด้วยครับ" หนุ่มรักความเร็วทิ้งท้ายก่อนจบการสนทนา
.......................................
(หมายเหตุ "แชมป์-จิรัฏฐ์" ปล่อยอารมณ์ด้วยความเร็ว : คอลัมน์ ขอเวลานอก เรื่อง... วันวิสา โรจน์แสงรัตน์ ภาพ... ศุภกฤต คุ้มกัน)



