ไลฟ์สไตล์

จุดโฟกัส : น้ำค้างกระทบแสง

จุดโฟกัส : น้ำค้างกระทบแสง

30 ธ.ค. 2555

จุดโฟกัส : น้ำค้างกระทบแสง : โดย...สามจอ [email protected] http://samjaw.blogspot.com

                          สำหรับคนที่ชื่นชอบความหนาวเย็น ต่างก็มุ่งหน้าเดินทางขึ้นยอดดอยต่างๆ เพื่อท้าอากาศหนาว และสัมผัสกับประสบการณ์น้ำค้างแข็ง หรือ แม่คะนิ้ง ที่มักต้องไปถูกที่ถูกเวลาจริงๆ เท่านั้น แต่เมื่อยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมน้ำค้างที่เกาะอยู่ตามใบไม้ใบหญ้าเมื่อต้องกับแสงงามยามเช้าก็ดูน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพียงแต่ต้องใช้สายตาเพ่งมองมากสักนิด แต่ถ้าเป็นคนที่มีสายตายาวก็คงทวีความลำบากยิ่งขึ้นไปอีก

                          หยดน้ำบนใบไม้นั้น มีเวลาอยู่ล้อเล่นกับแสงแแดดได้ไม่นาน เพราะความร้อนที่เดินทางมาพร้อมกันก็จะค่อยๆ ทำให้หยดน้ำเหล่านั้นระเหยกลายเป็นไอน้ำ เหลือไว้เพียงใบไม้ว่างเปล่าๆ ในระยะเวลาอันสั้น ราวกับต้องคำสาปให้พรากจากกันยามเมื่อมาพบกันในทันที น้ำค้างจึงไม่สามารถเคียงคู่กับพระอาทิตย์ได้ตลอดทั้งวัน

                          ความใสของหยดน้ำเมื่อกระทบกับแสงในทิศทางตรงกันทำให้เกิดประกายสีสันเล็กๆ โดยเฉพาะส่วนที่อยู่นอกระยะชัด แลดูระยิบระยับและน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง การเลือกบริเวณที่ใบไม้ที่มีแสงตกกระทบอย่างทั่วถึงเพื่อหลีกเลี่ยงฉากหลังสีเข้มถึงจะขับหยดน้ำให้เด่นชัดแต่ก็จะขาดเรื่องของความสดชื่นไปนั่นเอง

                          เลนส์มาโครระยะ 100 มม.ขึ้นไป เพื่อที่จะเหลือระยะห่างจากหยดน้ำกับหน้าเลนส์อีกพอสมควรและง่ายต่อการคุมฉากหลัง อีกทั้งหลบเลี่ยงแสงจากดวงอาทิตย์กระทบชิ้นเลนส์โดยตรงได้ไม่ยาก ใช้การหาระยะชัดแบบหมุมมือไปที่ตำแหน่งใกล้สุดของเลนส์ที่จะทำได้ แล้วใช้วิธีขยับเข้าขยับออก เพื่อหาตำแหน่งที่ต้องการ จะใช้ขาตั้งช่วยหรือจะมือเปล่าๆ ควบคุมกล้องก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

                          แต่ถ้าบริเวณนั้นลมแรง คงต้องหาที่กำบังลมเพื่อที่ว่าหยดน้ำจะขยับน้อยที่สุด เพราะการถ่ายภาพมาโครนั้น เสี่ยงต่อการหลุดระยะชัดได้ง่ายมาก และควรถ่ายไว้มากหน่อย เพื่อมีโอกาสเลือกภาพที่สมบูรณ์สุดมาแชร์ความอัศจรรย์ของยามเช้าของวันใหม่ให้แก่ผู้ที่พลาดโอกาสดีๆ เช่นนี้

 

 

--------------------

(จุดโฟกัส : น้ำค้างกระทบแสง : โดย...สามจอ [email protected] http://samjaw.blogspot.com)