ไลฟ์สไตล์

'กทม.'ติดอันดับโลก!น่าร่วมฉลองปีใหม่

'กทม.'ติดอันดับโลก!น่าร่วมฉลองปีใหม่

27 ธ.ค. 2555

กรุงเทพฯ ติด 20 อันดับ เมืองที่น่ามาร่วมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่มากที่สุดในโลก

                          27 ธ.ค. 55  หลังจากผ่านพ้นช่วงเทศกาลคริสต์มาสไปแล้ว เทศกาลเฉลิมฉลองวันหยุดยาวของปี ยังเหลือวันสำคัญอีกหนึ่งวัน นั่นคือการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทิ้งความทุกข์และโศกเศร้าของปีเก่าเพื่อเฉลิมฉลองการเริ่มต้นเข้าสู่ปี 2013 ที่มีทั้งการปาร์ตี้กันตามท้องถนน จุดพลุและการแสดงต่างๆ ซึ่งเว็บไซต์ข่าวฮัฟฟิงตัน โพสต์ ได้จัดอันดับ 20 สถานที่ยอดนิยมที่ดีที่สุดสำหรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไว้ โดยมีกรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทย ติดอันดับด้วย

                          อันดับแรกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง คือ นครนิวยอร์ก ซิตี ที่คนทั่วโลกคอยที่จะเห็นลูกบอลยักษ์ร่วงลงมาที่จตุรัสไทม์ สแควร์ ซึ่งเป็นประเพณีที่จัดกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1907 ลูกบอลยักษ์ระยิบระยับ ส่องสว่างด้วยแสงไฟแอลอีดี น้ำหนักกว่า 5,300 กิโลกรัม จะถูกหย่อนลงมาอย่างช้าๆ ในทุกๆ ปี จากยอดเสาธงบนยอดตึก วัน ไทม์ สแควร์ หรือ ตึกนิวยอร์คไทม์ การนับถอยหลังที่ไทม์สแควร์ ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในปาร์ตี้แสงสีที่สุดของโลก ดึงดูดคนมาร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ได้ปีละเป็นล้านคน และถ่ายทอดสดไปยังสายตาชาวโลกอีกหลายล้านคน ส่วนคนที่อยากหนีความจอแจ ก็สามารถจองโต๊ะฉลองแบบเรียบง่ายได้ตามบาร์หรือร้านอาหาร หรือไม่ก็ล่องเรือสำราญที่่ท่าเรือนิวยอร์ก เพื่อชมวิวสวยๆ ดูพลุไฟยามเที่ยงคืนที่จุดบนเกาะลิเบอร์ตี้ก็ได้

                          กรุงปารีส เป็นนครที่น่าฉลองส่งท้ายปีเก่าเป็นอันดับที่ 2 สมฉายา เมืองแห่งแสงสี " ซิตี้ ออฟ ไลท์ส์ " จากการจุดพลุหลากสี และคนอีกหลายพันที่ออกไปปาร์ตี้สุดเหวี่ยงตามถนน บาร์และไนท์คลับ ในย่านนูแวลล์ อานน์ หอไอเฟลเป็นศูนย์กลางของการแสดงแสงสีและพลุไฟ ส่วนบริเวณรอบฌองส์ เอลิเซ่ ก็ถูกปลุกให้มีชีวิตชีวาด้วยปาร์ตี้กลางถนน และที่ขาดไม่ได้คือสินค้าส่งออกยอดนิยมของฝรั่งเศสอย่าง แชมเปญ ที่จะถูกเปิดฉลองกันอย่างไม่อั้น แต่ถ้าไม่ชอบฝูงชน ก็สามารถเลี่ยงไปดูพลุไฟสวยๆ ในย่านศิลปะ มงมาตร์ หรือลงเรือสำราญล่องแม่น้ำแซน หรือจะไปเยือนย่านบันเทิงยามราตรีชื่อกระฉ่อนอย่างมูแรง รูจ ก็ได้

                          อันดับที่ 3 คือหนึ่งในเมืองหลวงของยุโรป อย่างลอนดอน ที่แน่นอนว่า จะมีคนมากกว่า 2 แสน 5 หมื่นคน หลั่งไหลกันไปอยู่ในเรือและริมฝั่งแม่น้ำ เธมส์ ที่แวดล้อมไปด้วยบาร์และร้านอาหารสัญลักษณ์ของการส่งท้ายปีเก่า จะเริ่มต้นการเฝ้าดูเข็มนาฬิกาบิ๊กเบนเดินไปที่เวลาเที่ยงคืนตามด้วยการต้อนรับปีใหม่ด้วยการแสดงแสงสีเสียง และพลุ โดยเฉพาะลอนดอน อาย , อาคารรัฐสภาและวิหารเวสต์มินสเตอร์ สัญลักษณ์ที่เป็นสีสันอีกอย่างหนึ่งคือ ขบวนพาเหรดใจกลางกรุงลอนดอน วงโยธวาทิต ขบวนเรือ ขบวนแห่/เต้นรำ และการแสดงบังคับม้าในองค์สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2

                          ส่วนเมืองที่เหมาะกับการส่งท้ายปีเก่าที่เหลือ ได้แก่ ฮาวาย, ลาสเวกัส, ออร์ลันโด และนิวออร์ลีนส์ของสหรัฐ เวียนนาของออสเตรีย เมลเบิร์น และซิดนีย์ของออสเตรเลีย วิสต์เลอร์ และโตรอนโตของแคนาดา เอดินเบิร์กของสก็อตแลนด์ เบอร์ลินของเยอรมนี เรคจาวิคของไอซ์แลนด์ ริโอ เดอ จาเนโร ของบราซิล บาร์เซโลน่าของสเปน เคปทาวน์ของแอฟริกาใต้ ฮ่องกง เขตปกครองพิเศษของจีนแผ่นดินใหญ่ และกรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทย

                          เป็นที่น่าสังเกตว่า มีเพียงฮ่องกงกับไทยเท่านั้น ที่เป็นดินแดนที่น่าฉลองการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่มากที่สุดในโลกที่อยู่ในเอเชีย โดยฮ่องกงถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเป็นอันดับที่ 16 ในฐานะที่ขึ้นชื่อในเรื่องศิลปะการทำดอกไม้ไฟ และพลุ ศูนย์กลางของการเริ่มต้นนับถอยหลังส่งท้ายปีเก่าจะอยู่ที่ ไทม์สแควร์ ช็อปปิ้ง มอลล์ ของฮ่องกง ที่จะมีการจำลองลูกบอลยักษ์ให้หย่อนลงมาแบบเดียวกับที่ไทม์สแควร์ของนิวยอร์ก และเสียงนับเวลาถอยหลังจะดังสะท้อนท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือท่าเรือวิคตอเรีย ก่อนจะมีการจุดพลุอย่างตระการตาเหนือน้ำ ซึ่งสามารถชมได้ทั้งทางเรือ หรือจากบนที่สูง และที่ขาดไม่ได้คือการแสดงการเชิดมังกร ตามประเพณี

                          ส่วนที่กรุงเทพฯ ที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงเป็นอันดับที่ 19 เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวแบบแบกเป้นั้น ไล่เลียงตั้งแต่ย่านทองหล่อจนถึงข้าวสาร บาร์และไนท์คลับทุกแห่งในกรุงเทพฯ ล้วนแต่เป็นแดนสวรรค์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในวันที่ 31 ธันวาคม คนไทยและคนต่างชาติจะไปรวมตัวกันเพื่อฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันที่เซ็นทรัลเวิลด์ ที่จะมีคนหลายแสนหลั่งไหลไปดูไฟ และการแสดงคอนเสิร์ต ก่อนจะร่วมกันนับถอยหลังตอนเที่ยงคืน โดยมีจอโปรเจคชั่นขนาดยักษ์ถ่ายทอดการเฉลิมฉลองจากทั่วโลกด้วย พร้อมกับการจุดพลุตามริมแม่น้ำ และลานเบียร์ตามถนน