ไลฟ์สไตล์

สธ.รณรงค์ใส่ใจ3อ.บอกลา2 ส.คัมภีร์ต้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

สธ.รณรงค์ใส่ใจ3อ.บอกลา2 ส.คัมภีร์ต้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

29 พ.ค. 2552

ขณะนี้โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก สาเหตุเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันไม่เหมาะสมใน 5 เรื่องหลัก ได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงแต่รับประทานผักผลไม้น้อยลง

ไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า และความเครียดจากการทำงานและสภาพเศรษฐกิจ องค์การอนามัยโลกระบุว่า ในปี 2548 ประชากรทั่วโลกเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้ 35 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 60 ของผู้เสียชีวิตจากทุกสาเหตุ คาดว่าในอีก 6 ปีหรือในปี 2558 การเสียชีวิตจะเพิ่มเป็น 41 ล้านคน

 ล่าสุด มานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และนพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ ผู้อำนวยการสำนักโรคไม่ติดต่อ ร่วมกันแถลงข่าวออกรณรงค์ป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ประจำปี 2552 เพื่อสร้างกระแสให้คนไทยรับรู้ภัยอันตรายของโรค พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้ถูกต้องลดละ เลิกปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค

 ปี 2550 คนไทยในทุกๆ 1 แสนคน จะมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด 55 คน และมีผู้ที่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ด้วยโรคความดันโลหิตสูง 782 คน เบาหวาน 654 คน โรคหัวใจขาดเลือด 262 คน และโรคหลอดเลือดสมอง 206 คน แนวโน้มจำนวนผู้ป่วยสูงขึ้นจากปี 2540 ทุกโรคประมาณ 3-5 เท่าตัว คาดประมาณว่าโรคเรื้อรังดังกล่าวทำให้ไทยสูญเสียรายได้จากผลผลิตมวลรวมประชาชาติ หรือจีดีพี ในปี 2549 ประมาณ 4,200 ล้านบาท คาดว่าในปี 2558 การสูญเสียสะสมจะเพิ่มถึง 52,150 ล้านบาท กระทรวงสาธารณสุขจึงต้องเร่งแก้ไข ป้องกัน โดยรณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชนให้ดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงป่วย หากได้ผลดีจะลดการสูญเสียจีดีพีลงได้ร้อยละ 10-20

 นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ถือเป็นภัยเงียบคุกคามสุขภาพคนไทย มีรากฐานมาจากเรื่องน้ำหนักตัว คือถ้าอ้วนแล้วจะมีโรคนี้ตามมา โดยจะเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายในเรื่องระดับน้ำตาลและระดับไขมัน ซึ่งจะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย และไม่แสดงอาการ กว่าที่โรคจะแสดงอาการผิดปกติให้เห็นอาจใช้เวลา 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายแต่ละคน และเมื่อป่วยเป็นโรคแล้ว ไม่มีวัคซีนหรือยาใดๆ ทั้งแผนปัจจุบันและสมุนไพรรักษาให้หายขาดได้ ผู้ป่วยต้องกินยาควบคุมอาการไม่ให้กำเริบไปตลอดชีวิต

  ดังนั้นหัวใจของการป้องกันโรคนี้ก็คือการปรับแก้พฤติกรรมของประชาชนแต่ละคน โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาล สถานีอนามัยทั่วประเทศ รณรงค์ให้ข้อมูลความรู้ เพื่อปลูกฝังให้ประชาชนรักสุขภาพด้วย 3 อ. ได้แก่ กินอาหารที่มีไขมันน้อย ลดหวานและเค็ม เพิ่มผักผลไม้ ออกกำลังกายเป็นประจำวันละไม่ต่ำกว่า 30 นาที อย่างน้อยอาทิตย์ละ 5 วัน ซึ่งจะมีผลให้อารมณ์ไม่เครียดด้วย และบอกลา 2 ส. คือไม่สูบบุหรี่ และไม่ดื่มสุรา หากปฏิบัติได้เป็นประจำก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังน้อยลง

 นอกจากนี้ จะมีการจัดประชุมวิชาการ “การสื่อสารป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” แก่บุคลากรสาธารณสุขผู้รับผิดชอบงานโรคไม่ติดต่อ จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ และครู นักเรียน และสมาคมผู้ปกครองเขต กทม.วันที่ 12 มิถุนายน เพื่อนำไปขยายผลต่อ และการจัดนิทรรศการ 365 วันปลอดโรค ภายใต้ประเด็น ใส่ใจ 3 อ. บอกลา 2 ส. ต้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ งดสูบบุหรี่ และลดการดื่มสุรา มีศิลปิน ดารา ดีเจ ร่วมจัดกิจกรรม การแสดง เกมตอบปัญหาชิงรางวัลที่สอดแทรกความรู้ บริการตรวจวัดความดันโลหิตและตรวจหาเบาหวานแก่ประชาชนทั่วไป ฟรี ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว บริเวณลานน้ำพุ วันที่ 11 มิถุนายน ตั้งแต่เวลา 11.00-18.00 น. ประชาชนที่สนใจสามารถไปเข้าร่วมกิกจรรมดังกล่าวได้