ไลฟ์สไตล์

มือเท้าปาก2555 โรคเก่าเกิดใหม่

มือเท้าปาก2555 โรคเก่าเกิดใหม่

27 ธ.ค. 2555

มือเท้าปาก2555 โรคเก่าเกิดใหม่ : ทีมข่าวสาธารณสุขรายงาน

                ตื่นตกใจทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อปรากฏข่าวเด็กกัมพูชาป่วยและเสียชีวิตนับตั้งแต่เดือนเมษายน-ต้นเดือนกรกฎาคม 2555 จำนวนถึง 64 ราย ซึ่งในช่วงแรกไม่สามารถระบุได้ว่า โรคใดที่ระบาดและคร่าชีวิตเด็ก กระทั่ง องค์การอนามัยโลก หรือ ฮู (WHO) นำเชื้อไปตรวจสอบและพบว่า เป็น เชื้อเอ็นเทอโรไวรัส 71 เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิด โรคมือเท้าปาก ชนิดรุนแรง

                สำหรับประเทศไทย มีการระบาดของโรคนี้ทุกปี โดยเฉพาะในศูนย์เด็กเล็ก และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังต่อเนื่อง ตั้งแต่ยังไม่มีการระบาดใหญ่ในประเทศกัมพูชา แต่ไม่ได้รับความสนใจ อาจเพราะไทยสามารถควบคุมการระบาดของโรคได้ทันท่วงที

                ภายหลังได้รับการยืนยันจาก ฮู ว่า เชื้อชนิดใดระบาดในกัมพูชา กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค (คร.) ให้ข้อมูลว่า โรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ ยังไม่แพร่ระบาดในประเทศไทยแบบเป็นกลุ่มก้อน เชื้อที่ทำให้เกิดโรคมี 2 ชนิด คือ คอกซากี เอ 16 (Coxsackie A 16) และเอ็นเทอโรไวรัส 71 (Entero Virus 71 : EV71) ที่มีหลายสายพันธุ์ โดยเชื้อที่พบในประเทศไทย ร้อยละ 80 เป็นเชื้อคอกซากี ร้อยละ 20 เป็นเอ็นเทอโรไวรัส ในจำนวนนี้ 10% เป็นเชื้อเอ็นเทอโรไวรัส 71 ซึ่งเป็นเชื้อชนิดรุนแรง ในไทยพบผู้ป่วยด้วยเชื้อชนิดนี้ไม่ถึง 1% เมื่อปี 2554 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคมือเท้าปากที่เกิดจากเชื้อเอ็นเทอโรไวรัส 71 จำนวน 6 ราย และช่วง 6 เดือนแรกของปี 2555 พบผู้ป่วยจำนวน 10,813 ราย ร้อยละ 72 เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ไม่มีผู้เสียชีวิต

                กรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคและการดูเลสุขภาพ ว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่อายุน้อยกว่า 5 ปี เมื่อติดเชื้อมีอาการเล็กน้อย เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดเมื่อย อยู่ 3-5 วัน แล้วหายได้เอง หรือมีอาการไข้ ร่วมกับตุ่มพองเล็กๆ ที่ผิวหนัง ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และในปาก บางรายมีอาการทางสมองร่วมด้วย ระยะฟักตัวทั่วไป 3-5 วันหลังได้รับเชื้อ การป้องกันโรค หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย และระวังการไอจามรดกัน หากเด็กมีไข้สูงอย่างน้อย 2 วัน หรือไข้สูงร่วมกับมีแผลในปาก หรือมีแผลที่มือ เท้า หรือมีอาการซึม หอบเหนื่อยให้รีบพาไปพบแพทย์

                การประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ชายแดนติดประเทศกัมพูชา 7 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ สระแก้ว ศรีสะเกษ อุบลราชธานี จันทบุรี และตราด พบว่า สถานการณ์ไม่น่ากังวล เด็กที่พบป่วยโรคมือเท้าปาก เป็นเด็กไทย เกิดจากเชื้อชนิดไม่รุนแรง

                แม้เป็นโรคที่มีผู้ป่วยทุกปี แต่สถานการณ์ของโรคปี 2555 แนวโน้มการระบาดของโรคมือเท้าปากในปีนี้เพิ่มจากปีก่อน 2 เท่า เพราะในปี 2554 ช่วง 6 เดือนแรก มีผู้ป่วยเพียง 5,000-6,000 ราย แต่ปี 2555 เฉพาะเดือนมิถุนายน มีผู้ป่วยถึง 4,838 ราย

                ขณะที่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาให้ข้อมูลว่า จากการศึกษาภูมิต้านทานของโรคที่เกิดจากเชื้อ EV71-B5 พบว่า เด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี ถึง 60% ยังไม่มีภูมิต้านทานโรคนี้ แต่เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป มีภูมิต้านทานแล้วถึง 90% 

                ดูเหมือนกระแสตื่นตระหนกซาลง 2 สัปดาห์ จนเมื่อปรากฏข่าวว่านักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม ป่วยโรคมือเท้าปาก รวม 22 ราย แต่ไม่มีอาการรุนแรง แต่ผู้บริหารสั่งปิดโรงเรียน 2 วัน เพื่อพ่นยาฆ่าเชื้อโรค ส่งผลให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกวัยเด็กและมีอาการคล้ายโรคมือเท้าปากเข้ารับการรักษาเพิ่มขึ้น เฉพาะที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 20%

                คนไทยหวาดผวาต่อโรคนี้อีกครั้ง ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เมื่อเด็กหญิงวัย 2 ขวบ 8 เดือน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เสียชีวิตด้วยโรคมือเท้าปาก ชนิดรุนแรง จากการติดเชื้อเอ็นเทอโรไวรัส 71 เวลาเดียวกันมีข่าวการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 2 ราย

                ทว่าคณะผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ที่มี ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ เป็นประธาน ยืนยันว่า ไม่ได้เสียชีวิตจากโรคมือเท้าปาก คือ ชายไทยอายุ 16 ปี เสียชีวิต ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และเด็กหญิงอายุ 3 ปี เสียชีวิต อยู่ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ก่อนจะพบผู้เสียชีวิตรายที่ 2 ในประเทศไทย เป็นเด็กชาวกัมพูชา ที่ จ.ระยอง

                หนึ่งเดือนต่อมา ไม่พบการแพร่ระบาดของโรคนี้ จนเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม กระทรวงสาธารณสุขระบุว่าโรคมือเท้าปากชะลอตัวลงจาก 2 สัปดาห์ที่แล้วที่มีผู้ป่วยรายใหม่สูงถึงสัปดาห์ละ 2,000 ราย เหลือผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มเพียง 800 รายต่อสัปดาห์ และจะระบาดไม่เกิน 6 สัปดาห์ สถานการณ์ก็เข้าสู่ภาวะปกติ ประกอบกับประชาชนมีความรู้ความเข้าใจโรคนี้มากขึ้น ความวิตกกังวลจึงค่อยๆ ผ่อนคลาย

                ล่าสุด สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานข้อมูลเฝ้าระวังโรค ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-1 ธันวาคม 2555 พบผู้ป่วย 40,396 ราย จาก 77 จังหวัด คิดเป็นอัตราป่วย 63.59 ต่อแสนประชากร เสียชีวิต 2 ราย น้อยกว่าปี 2554 จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อแสนประชากรสูงสุด 5 อันดับแรก คือ แม่ฮ่องสอน (196.82 ต่อแสนประชากร) ตราด (150.45 ต่อแสนประชากร) พะเยา (147.60 ต่อแสนประชากร) ระยอง(141.97 ต่อแสนประชากร) เชียงราย (126.95 ต่อแสนประชากร)

                ตลอดปี 2555 นับว่า “มือ เท้า ปาก” เป็นโรคเก่าที่กลับมาสร้างความหวั่นวิตกให้คนไทยมากที่สุด


............

(หมายเหตุ : มือเท้าปาก2555 โรคเก่าเกิดใหม่ : ทีมข่าวสาธารณสุขรายงาน)