
'ศาลฎีกา'เล็งถก'กรมศิลป์'ปมรื้ออาคาร
'โฆษกศาลยุติธรรม' เผยไม่เกินต้นปีหน้า ถก 'กรมศิลป์' หาข้อยุติรื้ออาคารศาลฎีกาหลังเก่า ระบุเตรียมเสนอเรื่องปธ.ศาลฎีกา ก่อนตั้งผู้แทนพูดคุย
24 ธ.ค. 55 นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงการเดินหน้าโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลฎีกาใหม่ว่า ในวันนี้ที่มีการประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ซึ่งมีนายไพโรจน์ วายุภาพ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุม ตนในฐานะโฆษกศาลยุติธรรม ซึ่งได้รับมอบหมายให้แถลงข่าวชี้แจงความเป็นมาและข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างอาคารศาลฎีกาใหม่ ได้สรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแถลงข่าว รวมทั้งข้อมูลที่นายสหวัฒน์ แน่นหนา อธิบดีกรมศิลปากร มีความคิดเห็นที่แตกต่างในการรื้อถอนอาคารเก่า ซึ่งมีการถ่ายทอดผ่านสื่อมวลชนต่างๆ แจ้งให้ประธานศาลฎีกา และคณะกรรมการ ก.บ.ศ.ทราบ โดยการประชุมของ ก.บ.ศ.วันนี้ไม่ได้มีวาระพิเศษเพื่อหารือ หรือมีมติใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีแต่กรณีที่ตนสรุปเรื่องการแถลงข่าวให้ที่ประชุมทราบเท่านั้น
เมื่อถามถึงกรณีที่นายสหวัฒน์ แน่นหนา อธิบดีกรมศิลปากร ระบุว่า ได้ลงนามส่งหนังสือไปยังประธานศาลฎีกา และเลขาธิการศาลยุติธรรม ขอให้ชะลอการรื้อถอนอาคารเก่า 2 ในกลุ่มศาลฎีกาไว้ก่อน นายสิทธิศักดิ์ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า จากการตรวจสอบในสาระบบข้อมูลการรับเอกสารพบว่าหนังสือจากอธิบดีกรมศิลปากรพึ่งจะมาถึงในวันนี้ ซึ่งจะได้นำเรียนประธานศาลฎีกาต่อไป
นายสิทธิศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ดีหลังจากเสร็จสิ้นประชุม ก.บ.ศ. แล้วตนทราบว่า สำนักงานศาลยุติธรรม ได้รับการประสานจากสำนักโบราณคดี กรมศิลปากร ที่จะมีการพูดคุยกับศาลอีกครั้งเกี่ยวกับข้อมูลที่ยังคลาดเคลื่อนเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจน ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมจะได้นำเสนอเรื่องนี้ให้ประธานศาลฎีกาทราบเพื่อแต่งตั้งคณะผู้แทนร่วมพูดคุยกับกรมศิลปากร โดยคาดว่าการนัดพูดคุยเพื่อให้ได้ข้อยุติอย่างเร็วที่สุด โดยอาจจะมีการคุยรอบแรกไม่เกินสิ้นปีนี้ หรือต้นปีหน้า
นายสิทธิศักดิ์ กล่าวย้ำด้วยว่า การได้พุดคุยกันอีกครั้งน่าจะเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าวมีการพูดคุยรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย มีการทำเอกสารเป็นบันทึกช่วยจำ รวมทั้งเอกสารโต้ตอบระหว่างศาล และกรมศิลปากร ก็ต้องย้อนกลับไปดูในรายละเอียดเพื่อเตือนความจำและให้ความเข้าใจคาดเคลื่อนนั้นหมดไป ในอดีตเราคุยกันจนได้ข้อยุติทั้งเรื่องแบบแปลนและการรื้อถอนอาคารเก่า ว่าจะคงอาคารเก่าเพียงหลังเดียวที่อยู่ด้านหลังพระราชานุสาวรีย์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ ฯ ซึ่งกรมศิลปากรก็เคยส่งแบบมาให้พิจารณาพร้อมกับแบบของคณะสถาปัตย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยแบบของกรมศิลปากรยังให้มีการรื้อถอนส่วนหนึ่งของอาคารศาลอาญากรุงเทพใต้ อาคารเก่าที่ขณะนี้มีการแสดงความเห็นว่าจะเป็นโบราณสถานด้วย อย่างไรก็ดีเมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในอดีต เคยมีมติปี 2530 เห็นชอบหลักการสร้างอาคารศาลฎีกาใหม่ จนครม.อนุมัติงบประมาณการก่อสร้าง กระทั่งศาลได้ทำสัญญากับเอกชนแล้ว โครงการก็จะต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งศาลไม่ได้คิดจะทำอะไรที่ผิดพลาด หรือผิดกฎหมายเพราะข้อยุติทุกอย่างทั้งความสูงของอาคารที่จะสร้างใหม่ การรื้ออาคารเก่าก็ได้ฟังความเห็นจากหลายฝ่ายมาแล้ว



