
'โคนม'อาชีพพระราชทาน
เส้นทางอาชีพ : 'โคนม' อาชีพพระราชทาน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ถ้าจะบอกว่า "จำปาฟาร์ม" ของลุงสุดใจ-คุณป้าทองห่อ จำปา อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี คืออีกบทพิสูจน์ให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับอาชีพพระราชทานอย่างการเลี้ยงโคนม ซึ่งถือเป็นสมาชิกเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรุ่นแรกของเมืองไทยที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยที่ดินจำนวน 25 ไร่ พร้อมแม่โคสาว 6 ตัว เพื่อลงแรงให้คนเลี้ยงโคนม จนวันนี้การเลี้ยงโคนมกลายเป็นอาชีพที่มั่นคงของเกษตรกรไทย หนึ่งในภารกิจท้าทายขององค์การส่งเสริมกิจการโคนม หรือ อ.ส.ค.ที่สร้างอนาคตให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอย่างยั่งยืนตลอดไป และน่าจะเป็นอีกทางเลือกที่สดใสของเกษตรกรไทยในที่สุด
จากแม่โคสาว 6 ตัว นับแต่ปี 2505 นั้น วันนี้จำปาฟาร์มมีจำนวนโคนมทั้งสิ้นกว่า 80 ตัว ที่สามารถให้น้ำนมได้วันละ 500 กิโลกรัมต่อวัน ที่ส่งให้ อ.ส.ค.ทั้งหมดในกิโลกรัมละ 17.30 บาท สำหรับน้ำนมเกรด 1 และลดหลั่นกันไปตามคุณภาพน้ำนม ซึ่งวันนี้จำปาฟาร์มมีทายาทรุ่นที่ 2 เข้ามาดูแลรับช่วงต่อและเป็นช่วงที่สำคัญเพราะกลายเป็นกำลังหลักที่จะมาพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการภายในฟาร์มให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
โดยได้เข้ามาปรับเปลี่ยนนำเครื่องรีดนมโคมาใช้ได้ราว 3 ปี เพื่อให้ได้น้ำนมคุณภาพและทันเวลาในการจัดส่งน้ำนมมากขึ้น หรือขายลูกโคเพศผู้ให้สำหรับฟาร์มที่ต้องการและยังสามารถผสมข้ามสายพันธุ์ที่มีน้ำนมเพิ่มขึ้นได้ และมูลโคที่เกิดขึ้นได้มีการบริหารจัดการให้เป็นระบบเพื่อขายต่อชัดเจนมีรายรับรายจ่ายที่แน่นอน ลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการผลิตทั้งหมด ทำให้รายได้ที่รั่วไหลจากระบบการดูแลที่ไม่รัดกุม กลับมาเหลือเป็นกอบเป็นกำยิ่งขึ้น
“โคนมอาชีพพระราชทาน” นับเป็นสายพระเนตรอันกว้างไกลของพระองค์ท่าน ที่ทรงพระราชทานอาชีพใหม่ให้แก่ประชาชนชาวไทย เพื่อให้มีความรู้ความสามารถ มีอาชีพที่เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ อาจกล่าวได้ว่าการลงแรงเป็นเกษตรกรของลุงสุดใจเป็นการลงทุนที่ง่าย และถือเป็นการรับใช้และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยชีวิตของการเป็นเกษตรกรคนหนึ่ง ซึ่งได้ทำอาชีพที่สุจริต มีรายได้ที่มั่นคง และดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียง ก็สามารถนำพาครอบครัวให้มีชีวิตความสุขได้เป็นอย่างดี
“จำปาฟาร์ม” คือ ฟาร์มขนาดใหญ่ฟาร์มหนึ่งของพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ที่มีจำนวนโคนมสูงถึง 83 ตัว และยังเป็นฟาร์มยุคแรกที่ยังคงดำเนินการต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลา 50 ปี เพราะเกษตรกรที่ได้รับพระราชทานที่ดินในรุ่นแรกทั้ง 150 ครัวเรือนนั้น เหลือไม่ถึง 10 ครัวเรือนที่ทำต่อเนื่อง เพราะต่างก็แยกย้ายหรือเลิกทำอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกันไปแล้วตามกาลเวลา
ยิ่งด้วยกระแสของทุนนิยมที่กำลังไหลเข้าสู่มวกเหล็ก ดินแดนคาวบอยแห่งเมืองไทยในห้วงเวลานี้ หากแต่ลุงสุดใจและป้าทองห่อยังคงยึดมั่นในอาชีพนี้ว่า “นี่คือโคนมอาชีพพระราชทาน” ที่ตายายสามารถส่งต่อถึงมือลูกและหลานได้นั่นเอง!
--------------------
(เส้นทางอาชีพ : 'โคนม' อาชีพพระราชทาน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ <[email protected]>)



