ไลฟ์สไตล์

ติดปีกนักข่าวน้อย สู่สนามนักสื่อสาร

ติดปีกนักข่าวน้อย สู่สนามนักสื่อสาร

23 ธ.ค. 2555

ติดปีกนักข่าวน้อย สู่สนามนักสื่อสารรักษ์พลังงาน : คอลัมน์ท่องโลกเรียนรู้ : โดย...คณะวิทยาการส่ารสนเทศ มมส.

               กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ระบุว่า  ประเทศไทยใช้เงินเกือบ 300,000 ล้านบาทต่อปีนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ถ้าลดได้ร้อยละ 10 จากที่เคยใช้กันอยู่ จะประหยัดได้เกือบ 30,000 ล้านบาท การปลูกฝังให้เยาวชนร่วมใจกันใช้พลังงานอย่างประหยัดจึงเป็นสิ่งจำเป็น ฝ่ายสื่อสารองค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและหลักสูตรนิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จึงจัด โครงการฝึกอบรมนักข่าวพลเมืองเยาวชนรักษ์พลังงานครั้งที่ 3 ให้ตัวแทนเยาวชนกว่า 40 ชีวิต จากโรงเรียนมัธยมใน จ.กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และสกลนคร ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สกลนคร ได้เรียนรู้บทบาทและพลังในการสื่อสารของนักข่าวพลเมือง ความหมายของข่าวในแบบฉบับของพลเมือง เทคนิคการสัมภาษณ์ การแตกประเด็นข่าวและการหาแหล่งข่าวผ่านเกมต้นไม้คำถาม วิธีการผลิตสื่อ และสถานการณ์การใช้พลังงานในประเทศไทย โดยมี รศ.สดศรี เผ่าอินจันทร์ อดีตคณบดีคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำทีมอาจารย์หลักสูตรนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นักวิชาชีพสื่อมวลชน และตัวแทนจาก กฟผ.ถ่ายทอดความรู้ระหว่างวันที่ 28-31 ตุลาคม 2555

               ทั้งนี้ เพื่อหวังให้เยาวชนเกิดการเรียนรู้และตระหนักในความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และนำไปสู่การดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านการผลิตสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์ในฐานะ “นักข่าวพลเมือง”ปฏิบัติการรายงานข่าวที่ศูนย์บริการวิชาการที่ 3 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานทดแทน โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริบ้านกำพี้ หมู่บ้านดอนมัน หมู่บ้านประหยัดพลังงานต้นแบบ และผลิตสื่อตามสไตล์ที่แต่ละคนถนัด

               "น้องบี๋" จิตติมา ดีรักษา นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนห้วยเม็กวิทยาคม จ.กาฬสินธุ์ เล่าว่า เธอและเพื่อน “ยาย่า” ได้เขียนสารคดี “ห้องเรียนไม้ไผ่ ห้องเรียนธรรมชาติของเด็กห้วยเม็ก” ซึ่งครูและนักเรียนร่วมกันสร้างเพื่อใช้เรียนแทนอาคารเรียนที่ชำรุด ขณะเดียวกันเป็นห้องเรียนประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าใช้จ่ายเ พราะใช้ไม้ไผ่ที่หาได้จากชุมชนมาสร้าง สามารถสื่อสารให้คนอ่านเข้าใจ ทำให้ได้เรียนรู้การเป็นนักข่าวพลเมือง ที่ต้องมีความอดทน มีการวางแผน หาข้อมูล พอลงพื้นที่ทำให้กล้าคิด กล้าถาม กล้าพูด กล้าคุย หลังจากการอบรมสิ้นสุดลงแล้ว น้องบี๋ยังนำประสบการณ์จากการทำกิจกรรมไปเล่าสู่รุ่นน้องฟัง และตั้งกลุ่มเล็กๆ ขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และฝึกทำสื่อแบบง่ายๆ ขึ้นในโรงเรียน 

               ส่วน "น้องปอ" ปราบ มติกรกุล โรงเรียนพยัคฆภูมิวิทยาคาร จ.มหาสารคาม บอกว่า ได้เรียนรู้และได้ประสบการณ์มากมายที่พี่เลี้ยงนิสิตและอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ในการทำรายการโทรทัศน์ให้อย่างใกล้ชิด ได้เรียนรู้จากการเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์เป็นครั้งแรกในชีวิต การเป็นนักข่าวไม่ยากอย่างที่คิดไว้ ถ้าเราตั้งใจจริง”

               ปิยะชาติ คงถิ่น หรือ “พี่นัท” นิสิตนิเทศศาสตร์ มมส. พี่เลี้ยงประจำกลุ่มสื่อโทรทัศน์เสริมว่า พี่เลี้ยงไม่ได้ทำหน้าที่สอน แต่แนะนำให้น้องๆ ได้คิดเอง ทำเอง คอยตั้งคำถามให้น้องๆ ออกแบบและวางแผนการทำงาน เพราะงานข่าวพลเมืองต้องออกมาจากความต้องการภายในของตัวเขาเอง เมื่อน้องๆ ชัดเจนในสิ่งที่ทำ พวกเขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าทำได้ แม้งานจะยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี ที่สำคัญคือโอกาสการได้ลงสนามจริง ได้ทำจริง

               อ.ธิติพัทธ์ ลิ้มสัมฤทธิ์นิภา อาจารย์ประจำหลักสูตรนิเทศศาสตร์ มมส.กล่าวเสริมว่า รูปแบบการอบรมที่เน้นให้เยาวชนเรียนรู้จากการทำกิจกรรมกลุ่มจะช่วยให้มีอิสระทางความคิด ไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบคิดของพี่เลี้ยง เพราะสุดท้ายแล้วเด็กๆ ก็ต้องกลับไปโรงเรียนและต้องลงมือทำสื่อในสไตล์ของตนเอง เยาวชนที่สนใจทำสื่อต่อ ก็สามารถปรึกษาพี่เลี้ยงและอาจารย์ได้โดยตรงผ่านเฟซบุ๊กโครงการ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นคลินิกออนไลน์รับปรึกษาปัญหาในการผลิตสื่อต่อไป  

               โครงการอบรมนักข่าวพลเมืองเยาวชนรักษ์พลังงาน จึงไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีสนามฝึกฝนทักษะการผลิตสื่อ แต่ยังทำให้พวกเขาเห็นถึงพลังของการทำหน้าที่นักข่าวพลเมืองผู้มีจิตสำนึกห่วงใยสิ่งแวดล้อม และเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์พลังงานในเวลาเดียวกัน

 

...............................................

(ติดปีกนักข่าวน้อย สู่สนามนักสื่อสารรักษ์พลังงาน : คอลัมน์ท่องโลกเรียนรู้ : โดย...คณะวิทยาการส่ารสนเทศ มมส.)