
ณ มหาวิทยาลัยในป่ายางนา
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : ณ มหาวิทยาลัยในป่ายางนา : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
ผมได้รับเชิญไปเป็นวิทยากร ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ศูนย์ขอนแก่น ที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมา
“อาจารย์ชมพู่” ผมลืมชื่อจริงเธอไปแล้ว แถมยังจำหน้าไม่ได้เสียอีก จนต้องกลับมาดูภาพถ่ายเก่า ย้อนเวลาไปเมื่อ พ.ศ.2536 ครั้งเธอยังเป็นนักศึกษา เธออยู่ชมรมวรรณศิลป์(มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) กลุ่มของเธอไปร่วม “เดินป่า” ดอยหลวงเชียงดาว คราวนั้นมี “อ้ายมาลา” (มาลา คำจันทร์) “อ้ายแสงดาว” (แสงดาว ศรัทธามั่น) และอ้ายไพทูรย์ (ไพทูรย์ พรหมวิจิตร) เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นขวัญกำลังใจในการเดินทาง
อาจารย์ชมพู่ของนักศึกษา มรภ.เลย ศูนย์ขอนแก่น จัดกิจกรรม “ห่มลมหนาวเคล้าบทกวี” หัวข้อ “เติมไฟวรรณศิลป์” ปีนี้เป็นปีที่ 2
ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว เชิญ “ไพวรินทร์ ขาวงาม” เป็นวิทยากร
ผมขับรถจากชุมแสง นครสวรรค์ บ้านผม ไปชัยภูมิ จากชัยภูมิ ผ่าน อ.มัญจาคีรี อ.พระยืน ถึงขอนแก่น ใช้เวลา 6 ชั่วโมง รวมเวลาพักรถ และแวะกิน แวะชมดอกไม้รายทาง ระยะทาง 354 กม.
ที่เขียนถึงอาจารย์ชมพู่ และศิษย์นักศึกษาของเธอ ก็เพราะผมรู้สึกประทับใจ
มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ศูนย์ขอนแก่น เพิ่งเปิดมาได้ 3 ปี มีนักศึกษาประมาณ 1,000 คน มีคณะ ครุศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ สาธารณสุขศาสตร์ มนุษยศาสตร์ (นิติศาสตร์) ผศ.สนิท เหลืองบุตรนาค ดำรงตำแหน่งอธิการ มีอาจารย์ 19 คน เป็นกำลังขับเคลื่อน
อาจารย์ชมพู่ และบรรดานักศึกษาชายหญิงที่น่ารัก “มีใจ” ให้กิจกรรมนี้มาก เก้าอี้พลาสติกนับร้อยๆ ตัว มีผ้าหุ้มสีสวยผูกโบด้วย ในสไตล์เก้าอี้โต๊ะจีน จัดเวทีและสถานที่แบบ “งานวิวาห์” แถมมีซุ้มโค้งประดับดอกไม้ ได้บรรยากาศบ้านๆ หากไม่มีข้อความที่ฉากเวทีว่า “ห่มลมหนาวเคล้าบทกวี” ผมก็อาจเผลอคิดว่าตนเองเป็นเจ้าบ่าว
“มหาวิทยาลัยในป่า” ของพวกเธอช่างน่าประทับใจเสียจริง เนื้อที่ไม่กว้างนัก (ไม่ถึง 100 ไร่) เป็นที่อยู่ของต้นยางนาขนาดใหญ่ นับร้อยๆ ต้น แต่เดิมเป็นป่าช้า (อาจารย์ท่านหนึ่งเล่าให้ฟัง) ป่ายางนี้ชาวบ้านร่วมกันอนุรักษ์ไว้ สำหรับผมที่นี่เป็นสถานที่สวยงาม ครูบาอาจารย์ล้วนแต่เป็นคนรุ่นใหม่อายุน้อยๆ ซึ่งสำหรับผมไม่เป็นปัญหาเลย รวมทั้งนักศึกษาที่นี่ที่อาจไม่ใช่ “เด็กเก่ง” ระดับหัวกะทิจากมัธยม แต่ผมเห็นแววตาของพวกเขาในวันนั้น ดูกระตือรือร้นมีชีวิตชีวา สนใจใส่ใจตั้งใจ
การสื่อสารระหว่างเราเป็นไปด้วยความราบรื่น สดชื่น มีชีวิตชีวา ในฐานะ “คนแปลกหน้า” มาเยือน รู้สึกอบอุ่นในมิตรไมตรี ในฐานะ “วิทยากร” ผมรู้สึกบรรลุจุดประสงค์จำนงหมาย
ขอให้กำลังใจ “มหาวิทยาลัยในป่า” พลังหนุ่มพลังสาวจงร่วมใจรักษา “ป่าของเรา” ไว้ ก้าวเดินไปตามวิถีของตนอย่างเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง คิดแบบเรา ทำแบบเรา
ก้าวไปข้างหน้า อย่าหลงลืมข้างหลัง มุ่งอนาคต อย่าละเลยอดีต ดูแลต้นยางไว้ให้ดี เรียนรู้จากต้นไม้จากเปลือกไม้ จากโคนยันปลาย จากใบอ่อนใบแก่และที่ร่วงโรย ดอกยางที่มีกลิ่นหอมเหมือนน้ำตาลเคี่ยว ลูกยางวัยเยาว์ที่กางปีกสีแดงสดใส ลูกยางแก่ที่ปลิดปลิวลอยลมไปแสวงหาแผ่นดินแห่งความหวัง
ผมอยากเห็นมหาวิทยาลัยที่มี “อัตลักษณ์” รู้ “อัตภาพ” ลึกซึ้งถึงความดี งาม จริง อย่างเรียบง่าย.. ไม่ปรุงแต่ง ตามกระแสจนเพริดไป ไม่ยุ่งยากมากพิธีกรรมจนไม่รู้เปลือกไม่รู้แก่น
ดูท่าผมจะคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ทั้งหมดที่พร่ำพรรณนา ก็เพียงความรู้สึกประทับใจเท่านั้นเองครับ นับเป็นวาสนาที่ได้เจอกัน ขอบคุณมหาวิทยาลัยในป่า..ขอบคุณอาจารย์และนักศึกษาทุกคน สวัสดีครับ
--------------------
(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : ณ มหาวิทยาลัยในป่ายางนา : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)



