
สช.จัดการศึกษาอย่างมืออาชีพ
สช.จัดการศึกษาอย่างมืออาชีพ เพื่อการมีอาชีพรองรับอาเซียน : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : ชาญวิทย์ ทับสุพรรณ
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การรวมตัวเป็นกลุ่มสมาชิกของอาเซียน องค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาการศึกษาสำคัญของประเทศไทย ที่สามารถจะเป็นเบ้าหลอมให้เด็กไทยเยาวชนไทยมีคุณภาพ ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า ช่วงประถมศึกษาต้องอ่านออกเขียนได้อย่างไร และพัฒนากลุ่มเด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ไปพร้อมๆ กันให้มีทักษะพื้นฐานในการอ่านออกเขียนได้เป็นอย่างดี ทั้งภาษาไทย และภาษาที่ 2 โดยเฉพาะภาษาที่ 2 คือภาษาอังกฤษ ให้สามารถอ่านออกเขียนได้ และสื่อสารให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกันภาษาในอาเซียนที่เหลือ สช.จะทำ Dictionary ภาษาพื้นบ้านของแต่ละประเทศให้เด็กไทยได้เรียนรู้ เป็นหลักสูตรแบบบูรณาการ โดยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในแต่ละพื้นที่
ชาญวิทย์ ทับสุพรรณ รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในอาเซียนมีทั้งหมด 8 ภาษา ใน 10 ชาติ สช.จะให้ความสำคัญภาษาอังกฤษ และภาษาจีน เด็กโรงเรียนเอกชนสามารถพูดภาษาอังกฤษได้เพราะมี English โปรแกรม มีนานาชาติ แล้วสามารถพูดภาษาจีนได้ เพราะเรามีครูอาสาสมัครจีน 500 กว่าคนต่อปี ที่รัฐบาลจีนส่งมา โดยฮั่นฟั่น มาสอนโรงเรียนเอกชน แล้วมีให้สอนภาษาจีนด้วย เพราะฉะนั้นเด็กไทยในโรงเรียนเอกชนปีหนึ่งประมาณหมื่นคนเขาเรียนภาษาจีน แสนคนที่เรียนในภาษาอังกฤษต่อปี เป็นการเตรียมความพร้อมด้วย เพราะเด็กกลุ่มนี้คือกลุ่มที่มีศักยภาพ ต้องใช้ภาษา 2 ภาษาเพื่อไปเรียนต่อ หรือจะต้องไปทำงาน หรือไปเรียนรู้ในต่างประเทศ นโยบายรัฐบาลที่จะให้มีรถไฟหัวกระสุน มี Logistic ซึ่งจีนจะเป็นตัวหลักที่จะเข้ามาช่วยทั้งหมดเลย
ประเทศจีนมีนโยบายให้นักเรียนที่เรียนอาชีวะเรียนภาษาไทยตั้งแต่ปี 1964 มหาลัยจีนเปิดสอนภาษาไทยตั้งแต่ปี ค.ศ.1964 เป็นการเตรียมเด็กไว้รองรับเศรษฐกิจ กลุ่มหนึ่งพูดพม่า อีกกลุ่มหนึ่งพูดเวียดนาม อีกกลุ่มหนึ่งพูดลาว อีกกลุ่มหนึ่งพูดฟิลิปปินส์ เตรียมความพร้อมเสร็จตั้งแต่ปี 1964 ฉะนั้นเด็กพวกนี้จะต้องมีงานทำหมด จีนต่อรองลาวให้จีน 2 แสนคนมาอยู่ที่สะหวันนะเขต โดยยอมสร้างเมืองให้หมดเลย 99 ปี เพราะฉะนั้นเด็กไทยในอนาคตจำเป็นต้องเรียนภาษาอาเซียน หรือเรียนรู้ ภาษาสากล ซึ่งโดยเฉพาะภาษาอาเซียน ภาษาจีน ภาษาอังกฤษเป็นภาษาอาเซียนอยู่แล้ว เพราะเป็นอาเซียนบวก 3 อาเซียนบวก 6
"เพราะฉะนั้นถ้าเราสร้างคนของเราที่บอกว่าจะเตรียมความพร้อม ต้องสร้างคนของเราให้พร้อม มีระบบการศึกษาที่ดี มีโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนที่ทันสมัย โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนค่าเล่าเรียนไม่แพงมีคุณภาพ ตอนนี้ชายขอบจากลาว พม่า ส่งมาเรียนโรงเรียนเอกชน โรงเรียนคริสต์ เมื่อรวมอาเซียนแล้ว จะมีประชากรประมาณ 600 ล้าน ถ้าหากว่ามีนักเรียนมาเรียนในประเทศไทยจะสามารถมีรายได้เข้าประเทศไทย เพราะฉะนั้นต้องมีหลักสูตรที่รองรับได้ ที่ต้องรักษาเอกลักษณ์ไทยเน้นเรื่องความรับผิดชอบ เรื่องวินัย เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของมนุษย์ ใฝ่เรียนรู้ ให้สามารถเรียนรู้ร่วมกันได้อย่างบูรณาการทุกๆ ชาติ"
สายอาชีวศึกษา ตอนนี้ความต้องการในตลาดนี้สูงมาก เป็นอีกหนึ่งกลไกในการผลักดันความเจริญของประเทศ ขณะที่เด็กยังเรียนสัดส่วนทางด้านสายสามัญ 65 แต่สายอาชีวะ 35 ทั้งๆ ที่อาชีพในการพัฒนาประเทศด้านกำลังคน คือด้านอาชีวะ ไม่ใช่ด้านสามัญ แต่กลับไม่ได้รับความนิยม อย่างไรก็ตาม ยังมีอาชีวะภาคเอกชนที่มีความคล่องตัวที่จะมีการรองรับอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นปัญญาภิวัฒน์ที่จัดหลักสูตรเรียนทฤษฎีไปพร้อมๆ กับการฝึกงาน จบแล้วมีงานทำ
"การทำให้เยาวชนหันมาสนใจเรียนอาชีวะ ต้องสร้างค่านิยม สร้างวัฒนธรรม สร้างความตระหนักว่าเด็กไทยทำงานก่อนแล้วค่อยเรียนต่อปริญญาตรีก็ได้ หรือให้ค่าตอบแทนสายอาชีพสูงกว่าสายสามัญ อาจจะเป็นแรงจูงใจ หรือการแนะแนวหรือระบบการศึกษาด้านอาชีวะ หรือจะต้องมี KM หรือองค์ความรู้อะไรต่างๆ ที่เขาบอกว่าสนใจ ถ้าเรียนอย่างนี้ ได้ความรู้เท่านี้ และการเรียนตรงนี้ แล้วสามารถที่จะไปต่อยอดที่จะจบปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกได้ โดยมีทุนที่ไหนอะไรอย่างไร หรือบริษัทไหนที่จะให้ทุนแต่ต้องมีข้อแม้ว่า เดอะเนชั่น จะให้ทุนเด็กนี้ เอาระดับ ปวช. ระดับ ปวส. คุณต้องทำงานเดอะเนชั่นให้ครบกี่ปี แล้วเดอะเนชั่นจะส่งต่อถ้าคุณมีผลงานก็ไปต่อปริญญาตรี ปริญญาโท ถ้าจัดระบบไปรองรับอาเซียน ไปรองรับการศึกษานานาชาติ จะเป็นกลไกไปตามเศรษฐกิจ กลไกของการตลาด และกลไกของภาคอุตสาหกรรมถ้าหลักสูตรปรับทัน มองที่อนาคตการพัฒนาประเทศชาติ งานนี้ด้านกำลังคนถึงจะมีประสิทธิภาพและมีความแข็งแกร่งได้ ขณะเดียวกันการศึกษาด้านอาชีวะหรือการศึกษาโดยทั่วไปต้องสอนให้บัณฑิตเป็นคนที่มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ"
สช.ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวง ของรัฐบาล และกระทรวงศึกษาธิการ ให้โอกาสเด็กทุกพื้นที่ในประเทศไทยได้มีโอกาสได้ศึกษาอย่างเท่าเทียมและครอบคลุมทุกระดับทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นในระบบหรือนอกระบบ เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา จัดการศึกษาอย่างมืออาชีพเพื่อการมีงานทำ อาชีพเพื่อรองรับอาเซียน มีโครงการที่จะรองรับในเรื่องบูรณาการอาชีพ ปรับหลักสูตรให้เด็กด้านมีงานทำ โดยมองจากกรอบของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ที่กำหนดแผนภาพรวมทั้งหมดของประเทศให้สอดคล้องกับแผนการศึกษาของชาติ
"ภาพรวมผู้ปกครองพอใจกับโรงเรียนเอกชน ขณะนี้ 2 หมื่น 3 หมื่นต่อปี เพราะมีการปรับหลักสูตรควบคู่ไปกับการพัฒนาครู ที่สำคัญหลักสูตรของการศึกษาเอกชน มีหลากหลายทั้งโรงเรียในระบบ โรงเรียนกวดวิชา เสริมสวย สอนภาษาทำอย่างไร นวด สอนขับรถยนต์ พาณิชย์นาวี รวมทั้งโรงเรียนนานาชาติก็มีหลายหลักสูตร เช่น หลักสูตรฝรั่งเศส หลักสูตรอังกฤษ หลักสูตรอเมริกัน หลักสูตรสิงคโปร์ ปอเนาะตาดีกา ภาคใต้ รวมทั้ง English โปรแกรม โรงเรียนจีน โรงเรียนการศึกษาพิเศษ เช่นเด็กตาบอด เด็กพิการ เด็กที่พิเศษเหล่านี้ สช.ก็ต้องดูแล ตามนโยบายรัฐบาล จึงต้องพัฒนาครูพัฒนาหลักสูตรไปพร้อมๆ กัน เมื่อเป็นอาเซียนต้องรู้สมรรถนะอาเซียน ต้องรู้ความเป็นมา ต้องรู้ว่าอาเซียนมันเป็นอย่างไร สช.ทำซีดีแจกจ่ายโรงเรียนทั่วประเทศ ให้โรงเรียนต่างๆ จัดมุมอาเซียน มุมอังกฤษ มุมจีน เป็นการเตรียมความพร้อมของโรงเรียนเอกชนในทุกระดับและทุกประเภทนั่นเอง"
รองเลขาธิการ สช.กล่าวเสริมอีกว่า ในส่วนของโรงเรียนนานาชาติ ต้องเน้นภาษาไทย ระดับประถม ต้องเรียนภาษาไทยสัปดาห์ละ 5 วัน 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ระดับมัธยมชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือสองชั่วโมง อยากให้เด็กไทยได้เรียนภาษาต่างประเทศ แต่ไม่ทิ้งความเป็นไทย การพูดต้องเข้าใจ และครู อาจารย์ต่างประเทศต้องเข้าใจ เข้าใจภาษาและวัฒนธรรมไทย เช่นเดียวกับเข้าใจภาษา และวัฒนธรรมต่างชาติเช่นกัน แต่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องหลักสูตรเพราะว่ามีหน่วยงานระดับสากลมาประเมินมาตรฐานหลักสูตรอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็มีสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) (องค์กรมหาชน) ดูแลคุณภาพการศึกษาภายในไปด้วยเช่นกัน จึงมั่นใจคุณภาพการศึกษาทั้งภายในภายนอก และมาตรฐานสากลได้ แต่การจัดการศึกษาไม่ได้เห็นผลได้ในเร็ววัน เปรียบดั่งกล้วยไม้ออกดอกช้าฉันใด การศึกษาก็เป็นเรื่องนั้นเช่นเดียวกัน
...........................................
(สช.จัดการศึกษาอย่างมืออาชีพ เพื่อการมีอาชีพรองรับอาเซียน : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : ชาญวิทย์ ทับสุพรรณ รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) )



