
'ดา'ภดารี ว่างเป็นต้องหาสูตรปรุงขนม
'ดา'ภดารี ว่างเป็นต้องหาสูตรปรุงขนม : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...กอบแก้ว แผนสท้าน....เรื่อง : ธัชดล ปัญญาพานิชกุล...ภาพ
ไม่ว่ายุคใดสมัยใด กิจกรรมสุดฮิตอย่างหนึ่งของเด็กผู้หญิง คือการเล่นขายของ สำหรับเนื้อหาสาระหลีกไม่พ้นการจำลองเรื่องต้มยำทำแกง ส่วนอุปกรณ์อาจจะต่างกันบ้าง อันนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละครัวเรือน และแน่นอนว่า "ดา" ภดารี บุนนาค บุตรสาวคนกลางในจำนวน 3 คนพี่น้องของ "คุณหญิงหนิง" ม.ร.ว.ภวรี- ดร.กฤษฎา สุชีวะ และหลานยายของ "ท่านผู้หญิงดัชรีรัช รัชนี" เจ้าของตำรับอาหารไทยมากฝีมือ "ร้านกัลปพฤกษ์" ก็เป็นอีกคนที่ไม่พลาดประสบการณ์แสนสนุกในวัยเยาว์ ทว่าจากเด็กหญิงในวันวาน สู่การเป็นคุณแม่ลูกสอง เธอก็ยังชื่นชอบการสร้างสรรค์อาหารประเภทขนม นม เนย โดยให้เหตุผลที่คนฟังอมยิ้มแก้มตุ่ยว่า ทุกครั้งที่เข้าครัว รู้สึกได้ว่าได้เล่นขายของเหมือนตอนเด็กๆ พาให้รู้สึกสนุกทุกครั้ง...
ไม่ปฏิเสธว่า ความสุขและความผูกพันในวันวาน คือแรงผลักให้ชื่นชอบการปรุงอาหาร ทว่า "สาวอาร์ต" ดีกรีปริญญาตรีด้านดีไซน์ จากภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าว่า อีกเหตุผลสำคัญทำให้เธอยอมวางมือจากธุรกิจการออกแบบเสื้อผ้าทั้งที่กำลังไปได้สวย แล้วหันมาดูแลกิจการร้านอาหารของครอบครัว รวมถึงเข้าครัวปรุงอาหารเอง นั่นเป็นเพราะเธอเปลี่ยนสถานะจากสาวโสดมาเป็นภรรยาสุดเลิฟของ ฤทธี บุนนาค และคุณแม่ลูกสองของ น้องเรไร วัย 3 ขวบ กับน้องเบญจ วัย 7 เดือน
"จากเดิมที่เคยชินกับการอยากทานอะไรก็เรียกได้ตลอดเวลา เพราะบ้านเราทำร้านอาหาร เกิดมาก็เห็นคนทำอาหารอยู่ในบ้านแล้ว เราจึงซึมซับโดยอัตโนมัติ แต่พอแต่งงานย้ายออกมาอยู่บ้านสามี สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป กลายเป็นว่าเราต้องทำเอง ยิ่งมีลูกก็ต้องทำอาหารให้ลูกและสามีทาน จึงเริ่มต้นเข้าครัวจริงๆ จังๆ แต่โชคดีที่สามีชอบทำอาหารเหมือนกัน เลยแบ่งหน้าที่กันไป สามีทำอาหารคาว ส่วนเราชอบทำขนมมากกว่า" เอฟ แอนด์ บี เมเนเจอร์ ร้านกัลปพฤกษ์ เอื้อนเอ่ยถึงที่มา ขณะเดียวกันมือก็หยิบจับอุปกรณ์ครัวและเครื่องปรุงสำหรับการทำขนมต่างชาติ "สโตน" ตามความถนัด
แม้ไม่เคยผ่านหลักสูตรการปรุงอาหารจากโรงเรียนมาโดยตรง แต่เพราะเชื่อว่า การปรุงอาหารก็คือการสร้างสรรค์งานศิลป์อีกแขนงหนึ่ง ซึ่งต้องอาศัยจินตนาการผสมผสานกับสูตรนั้นๆ อีกทั้งยังเคยเป็นลูกมือช่วยคุณยาย (ท่านผู้หญิงดัชรีรัช รัชนี) ในครัวบ่อยๆ เมื่อครั้งสมัยเด็กๆ เมื่อบวกกับใจรัก จึงเหมือนเป็นทุนให้ "ดีไซเนอร์สาว" สนุกกับการเข้าครัวทำขนมให้สมาชิกในบ้านและคนรอบข้างรับประทานเป็นประจำ อย่างไม่มีท่าทีจะเบื่อหน่าย ทั้งที่งานแต่ละวันก็ต้องคลุกคลีเรื่องอาหารอยู่แล้ว
"ตอนเด็กๆ เวลาคุณยายทำอาหารๆ ดาก็จะคอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ ได้เห็นบ้าง ได้ช่วยบ้าง ว่ากันตามเรื่องไป หรือไม่หากวันไหนว่างๆ คุณยายมักจะเล่าให้ฟังอยู่เรื่อยๆ ว่า อาหารแต่ละประเภทมีขั้นตอนอย่างไร หรือมีเคล็ดลับความอร่อยอย่างไรบ้าง เรียกว่าค่อยๆ ซึมซับเข้ามาในสมองเราโดยไม่รู้ตัว เช่น เวลานวดแป้งทำขนมก็ต้องค่อยๆ นวดด้วยความรวดเร็ว ขณะเดียวกันต้องเบามือด้วย อย่าให้ส่วนผสมรู้ตัว เพราะขนมบางชนิดหากใช้เวลานวดนานเกินไปอาจทำให้ตัวแป้งแน่นหลังจากอบเสร็จแล้วเนื้อจะไม่ฟู หรือหากนวดเร็วมากเกิน เนื้อก็จะฟูจนกลายเป็นร่วนไปซะอีกอย่างนี้เป็นต้น" คุณแม่ยังสาวเล่าถึงที่มาของเทคนิคความอร่อยเล็กๆ ซึ่งได้รับถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุขว่า ทุกวันนี้เวลาเข้าครัวปรุงอาหารยังรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงคุณยายสอนเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา
เหนือกว่าความภูมิใจเมื่อได้รับเสียงชื่นชมจากคนรอบกายถึงรสชาติของอาหารอันเกิดจากฝีมือของเธอ ผู้จัดการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่มร้านกัลปพฤกษ์ ยังบอกอีกว่า เสน่ห์ของงานครัวที่ผูกใจให้เธอต้องคอยหาเวลาแวะเวียนเข้ามาหยิบจับหาส่วนผสมขึ้นมาปรุงจนได้จานอร่อยเกือบทุกวันแบบไม่จำกัดช่วงเวลา เรียกว่า ถึงเหนื่อยล้าจากงานประจำวันและการดูแลลูกๆ สักแค่ไหนก็ไม่ยอมว่างเว้น นั่นเพราะความรู้สึกสนุก ความตื่นเต้น จากการคิดดัดแปลงสูตรต่างๆ ตามจินตนาการ เหมือนได้กลับไปเล่นขายของอย่างในตอนเป็นเด็กหญิงอีกครั้ง
"ความสนุกของการทำขนมอยู่ที่เวลาเราคลุกเคล้าส่วนผสมต่างๆ แล้วจะได้เห็นปฏิกิริยาทางเคมีทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผล เช่น เมื่อแป้งผสมกับไข่จะเกิดอะไรขึ้น และเมื่อมาผสมกับผงฟูจะเป็นอย่างไรต่อ คือทุกขั้นตอนมีความตื่นเต้นให้เราติดตามในสิ่งที่จะเกิดขึ้น ยิ่งถ้าเราแอบดัดแปลงสูตรเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องคอยลุ้นกันแล้วว่า ผลลัพธ์ออกมาจะมีคำตอบอย่างไร มันทำให้รู้สึกว่า เหมือนตัวเองกำลังเป็นนักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นได้ทดลอง ไม่ใช่แค่งานศิลป์แค่สร้างสรรค์ให้เกิดรูปทรงเพียงอย่างเดียว ส่วนอีกหนึ่งสิ่งที่ตัวดาได้เต็มๆ จากการทำขนมคือ การรู้จักรอคอย สมาธิ และการใช้ชีวิตช้าลง จากเดิมที่เคยเป็นคนใจร้อน ต้องได้เดี๋ยวนี้ พอทำขนมแล้วจะเอาแต่ใจเราไม่ได้ บางขั้นตอนต้องรอก็ต้องรอจริงๆ 5 นาที 10 นาที หรือ 30 นาทีก็ต้องรอ ไม่เช่นนั้นผลที่ออกมาย่อมไม่เป็นตามเป้าหมาย" ดีไซเนอร์สาวที่ยอมหันหลังให้การออกแบบเสื้อผ้า แล้วหันมาสร้างสรรค์ขนม ขยับปากถึงสิ่งที่เธอได้เรียนรู้จากการทำของหวาน ในขณะที่สองมือกำลังนวดแป้งกับส่วนผสมต่างๆ เพื่อให้ได้ "สโตน" ของว่างยามบ่ายชิ้นโปรดของสมาชิกในครอบครัว ด้วยมาดทะมัดทะแมง
ระหว่างรอให้สโตนสำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง หลังส่งเข้าเตาอบ ซึ่งนับว่าเป็นขั้นตอนสุดท้าย ทีมงานอดเปรยถามเจ้าตัวถึงเรื่องงานทั้งธุรกิจร้านอาหารของครอบครัวและงานดีไซน์ นักบริหารหัวใจอาร์ต เปิดเผยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสว่า ในส่วนของงานดีไซน์ขณะนี้ขอพักไว้ก่อน เนื่องจากกำลังสนุกกับงานที่ร้าน การดูแลลูกๆ และสามี รวมถึงการเข้าไปช่วยงาน "ท่านตา" ม.จ.ภีศเดช รัชนี ในโครงการหลวง
"ยอมรับว่า ทุกวันนี้ยังคิดถึงงานดีไซน์อยู่บ้าง แต่ในเมื่อทุกอย่างในโลกล้วนต้องอาศัยการดีไซน์ แม้แต่การทำอาหาร จึงเหมือนช่วยทดแทนกันได้ ดาเชื่อว่าในโลกนี้ทุกอย่างหากทำอะไรที่เกิดจากความชอบ ความถนัด ย่อมเกิดความสนุก ยิ่งหากทำแล้วไม่ต้องคอยเครียด ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะขายได้หรือไม่ ยิ่งมีความสุข ดังนั้นงานอะไรก็ตามหากเริ่มต้นจากความถนัด ทำด้วยความสุข เชื่อว่าผลต้องออกมาดีอย่างน้อยก็กว่า 50 เปอร์เซ็นต์แล้วล่ะ" คุณแม่ยังสาวให้แง่คิดและไม่ลืมฝากข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ ว่า...ขอแค่ทำอะไรแล้วตัวเองยิ้มได้ ก็น่าจะมีความสุขแล้ว!!
............................................
('ดา'ภดารี ว่างเป็นต้องหาสูตรปรุงขนม : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...กอบแก้ว แผนสท้าน....เรื่อง : ธัชดล ปัญญาพานิชกุล...ภาพ)



