ไลฟ์สไตล์

ศธ.เตรียมตั้งกรรมการระดับชาติแก้ปัญหา3วิชาหลัก

ศธ.เตรียมตั้งกรรมการระดับชาติแก้ปัญหา3วิชาหลัก

28 พ.ค. 2552

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมทำงานจัดทำข้อเสนอนโยบาย “อ่านเป็น เขียนเป็น คิดเป็น” เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้วิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ระดับประถมศึ

ได้ข้อสรุปให้ตั้งคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อยกระดับคุณภาพการอ่าน การเขียน และการวิเคราะห์ของผู้ จำนวน 15 คน โดยมีนายจุรินทริ์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ( รมช.ศธ.) เป็นประธาน และมีตนเป็นรองประธาน ส่วนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกิน 9 คน จะคัดเลือกมาจากผู้นำภาควิชาการ ภาคสังคม และภาคเอกชน และปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด.ศธ.) ที่ได้รับมอบหมายอีก 4 ท่านเป็นเลขานุการ

 นายชัยวุฒิกล่าวอีกว่า สำหรับหน้าที่ของคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะเป็นที่ปรึกษารัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ในการกำหนดว่าระแห่งชาติในการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตฯและวิทย์ฯ ในระดับประถมศึกษา รวมทั้งระดมการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชน วิชาการ และประชาชน นอกจากนั้นที่ประชุมยังมีมติให้ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ยกระดับคุณภาพการเรียนรู้อีกจำนวน 24 คน โดยมีรมช.ศธ.และตนเป็นประธานและรองประธาน และได้มอบหมายให้คณะทำงานไปสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและเอกชนเพื่อเป็นคณะกรรมการอีก 15 คน โดยจะต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถเชียวชาญและมีประสบการณ์ทางด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การเมือง การปกครองและอื่น ๆ

 "การประชุมครั้งนี้ถือว่าเป็นการประชุมปิดงานของคณะทำงานที่มีตนเป็นประธาน และนับจะนี้จะต้องเร่งสรรหาคณะกรรมการทั้งหมดให้ได้ภายใน 1 สัปดาห์ จากนั้นจึงเสนอชื่อให้รมว.ศธ. ลงนามประกาศแต่งตั้งต่อไป และระหว่างนี้ได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ไปแล้ว ซึ่งมียุทธศาสตร์หลัก ๆ 5 ข้อ ดังนี้ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การพัฒนาหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ การผลิตและพัฒนาคุณภาพครู อาจารย์บุคลากรทางการศึกษาและภาคีเครือข่าย การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา และการตรวจ ติดตามและประเมินผล และคณะกรรมการระดับชาติที่ตั้งขึ้นมาจะมากำกับดูแลภาพรวมทั้งหมดอีกชั้นหนึ่ง"นายชัยวุฒิกล่าว

 อย่างไรก็ตามโครงการนี้จะใช้งบจากโครงการเมกกะโปรเจกต์ ซึ่งจะมีนักเรียนในระดับประถมศึกษาของรร.รัฐและเอกชนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต ทั้ง 3 รายวิชาอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศเข้าร่วมโครงการจำนวน 12,694 รร.รวมถึงนักเรียนที่เรียนโดยการศึกษานอกรร.ของกศน.อำเภอทั่วประเทศ ที่มีผลสัมฤทธิ์ในการสอบปลายภาคในปีการศึกษา 51 ต่ำว่าค่าเฉลี่ยประเทศ ซึ่งมีจังหวัดเป้าหมายในโครงการฯจำนวน 37 จังหวัด 74 อำเภอ