ไลฟ์สไตล์

เสียงสะท้อนจากผู้หญิงชายแดนใต้

เสียงสะท้อนจากผู้หญิงชายแดนใต้

21 ธ.ค. 2555

เสียงสะท้อนจากผู้หญิงชายแดนใต้

                      เหตุการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงทวีคูณอย่างไม่ลดละ ส่งผลให้คนในพื้นที่ทั้ง เจ้าหน้าที่รัฐ พระสงฆ์ ครู  ประชาชน แม้กระทั่งเด็กที่เปรียบเสมือนผ้าขาวก็ยังไม่วายได้รับผลกระทบ เหตุนี้ องค์การอ็อกเฟมในประเทศไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ด้วยการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป ดำเนินโครงการ "การสร้างความมั่นคงทางอาหารและอาชีพแก่ชายและหญิงที่เปราะบางในจังหวัดชายแดนภาคใต้" ซึ่งมีส่วนสนับสนุนผู้หญิงทั้งชาวพุทธและมุสลิมในภาคใต้ของประเทศไทย ได้เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงจัดเวทีเสวนา "สิทธิและบทบาทผู้หญิงในกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้" ขึ้น ที่ห้องกิ่งทอง ชั้น 2 โรงแรมเอเชีย ราชเทวี เมื่อเร็วๆนี้

                      นับจากปี 2547 ความรุนแรงทางชายแดนใต้เกิดการปะทุขึ้นอีกครั้งจากเหตุการณ์มัสยิดกรือแซะและเหตุการณ์ตากใบ จนถึงปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 5,000 ราย บาดเจ็บกว่า 10,000 ราย ในขณะที่การทำงานของรัฐบาลและองค์กรประชาสังคมในพื้นที่เพื่อการสร้างสันติภาพเป็นไปด้วยความยากลำบาก ภายใต้ความซับซ้อนของสาเหตุปัญหารวมไปถึงจำนวนผู้เกี่ยวข้องเชื่อมโยงมากมาย

                      ในฐานะผู้หญิงที่อยู่ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้ง ถูกทำร้ายทั้งด้านร่างกายและด้านจิตใจ โดยได้รับผลกระทบจากการสูญเสียสมาชิกอันเป็นที่รักในครอบครัว รวมไปถึงทรัพย์สิน ส่งผลให้เกิดผู้หญิงหม้ายกว่า 2,000 ราย มีเด็กกำพร้ากว่า 5,000 ราย ทั้งยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษกิจ สุขภาพ การศึกษา ความปลอดภัย เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ผู้หญิงในพื้นที่ชายแดนใต้จึงรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องสันติภาพในรูปแบบของเครือข่าย และการจัดตั้งพลังกลุ่มต่างๆ การเป็นตัวกลางหรือกระบอกเสียงท่ามกลางวงล้อมของความรุนแรงอันน่ากลัว เพื่อสะท้อนข้อเท็จจริงในมุมมองที่เก็บแน่นมานานภายในใจ ภายใต้ระบบวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

                      อุษา เลิศศรีสันทัด ผู้อำนวยการมูลนิธิผู้หญิง กล่าวถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ที่มีมาอย่างยาวนานว่าไม่มีศาสนาใดที่สั่งสอนและเห็นด้วยกับการกระทำความรุนแรงต่อมนุษย์ ต่อสิ่งมีชีวิตหรือแม้กระทั่งเด็กหรือผู้หญิง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญซึ่งขัดต่อสิทธิมนุษยชน นับเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องใช้ความเข้าใจในการลงไปรับฟังเรื่องราวต่างๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นกลายเป็นความอัดอั้นตันใจโดยที่ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปเล่าให้ใครฟัง เพื่อให้เข้าใจถึงสภาพจิตใจอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนเสียงสะท้อนของผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรงในชายแดนภาคใต้

                      ด้าน พรสม เปาปราโมทย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสตรี สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เล่าถึงกิจกรรมและการจัดกลยุทธิ์ต่างๆในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ว่า จำเป็นต้องบูรณการหลายภาคส่วนมาช่วยกันแก้ปัญหา

                      "กลยุทธิ์ในการเข้าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจะมุ่งเน้นในกลุ่มผู้หญิง ซึ่งเป็นการลงไปให้ความรู้รวมไปถึงการปกป้องสิทธิ์ การฝึกอบรมความรู้ด้านสิทธิ กฎหมายในชายแดนภาคภาคใต้ โดยมีการร่วมมือจากหลายฝ่าย เช่น อาสาสมัครชุมชน ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน เป็นต้น ได้ร่วมมือร่วมใจคิดกิจกรรมการทำงานขึ้นมา เพื่อให้เกิดการประสานงานที่ดี รวมไปถึงก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น" ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสตรี ชี้ทางออกของปัญหาผ่านเวทีเสวนา